โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิงเอเชียน

SeoulStation : ‘NCT 127’ จากรุกกี้สู่บอยแบนด์ระดับโลก 9 ปีแห่งการเติบโตที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

เดลินิวส์

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 17.04 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 07.00 น. • เดลินิวส์
SeoulStation Exclusive : “NCT 127” จากรุกกี้สู่บอยแบนด์ระดับโลก 9 ปีแห่งการเติบโตที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ผู้สร้างแรงบันดาลใจ-เชื่อมโยงหัวใจ “NCTzen” ทั่วโลกด้วยดนตรีที่ล้ำสมัยไร้ที่ติ

มาแล้วค่า..แฟนๆ“บันเทิงเดลินิวส์” ที่น่ารักของ“นูน่าเมี้ยน” ทุกคน กลับมาพบกันเป็นประจำทุกวันศุกร์ที่เดิมที่ “SeoulStation” พื้นที่ที่รวบรวมเรื่องราวข่าวสารของวงการบันเทิง K-Pop นักแสดง ไอดอลเกาหลีในรอบสัปดาห์มาอัปเดตแบบจัดเต็มพิเศษเพื่อให้แฟนๆ ทุกคนได้เขามาอ่านกันอย่างจุใจ โดยสัปดาห์วงการบันเทิงหลีก็มีเรื่องราวความพิเศษมากมาย และก็มีเรื่องราวที่ทำให้ใจเต้นตึกตักกันเยอะแยะไปหมดเลย แต่ที่สำคัญที่สุดที่นูน่าอยากจะพูดถึงในช่วงสัปดาห์นี้เลยก็คือ “วันครบรอบเดบิวต์ ” ของบอยแบนด์ผู้บุกเบิกอย่าง “ NCT 127” ของเหล่า “NCTzen” (ชื่อเรียกแฟนคลับเป็นทางการ NCT)ทั่วโลก ซึ่งจะตรงกับวันที่ 7 กรกฎาคมของทุกๆ ปี และในปีนี้ก็ถือว่าเป็นการ “ครบรอบเดบิวต์ 9 ปี” ที่หนุ่มน้อยในวันนั้นได้ก้าวเท้าเข้ามาสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการ K-Pop ด้วยคอนเซ็ปต์สุดล้ำที่ไม่เคยมีมาก่อน!

สำหรับ NCT 127” เป็นวงยูนิตหลักภายใต้โปรเจกต์ Neo Culture Technology” (NCT) หรือ “เทคโนโลยีวัฒนธรรมใหม่” ของค่ายบันเทิงยักษ์ใหญ่ SM Entertainment โดยหมายถึงคอนเซ็ปต์ของวงที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติแนวคิดของวงการ K-Pop ในขณะนั้นด้วยการนำเสนอคอนเซ็ปต์ “ความเปิดกว้างและขยายตัว” ที่ไม่เคยมีมาก่อนในวงการเพลงเกาหลี ย้อนกลับไปเมื่อ 9 ปีก่อน กลุ่มเด็กหนุ่ม 7 คน ได้แก่ “แทยง” (Taeyong), “แทอิล” (Taeil)(อดีตสมาชิก), “แจฮยอน” (Jaehyun), “มาร์ค” (Mark), “วินวิน” (Winwin) , “ยูตะ” (Yuta) และ “แฮชาน” (Haechan) ได้เริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ปี 2016 ในฐานะยูนิตวง NCT 127” พร้อมกับจุดประกายความหวังด้วยมินิอัลบั้มแรก NCT #127” และเพลงไตเติ้ลสุดโดดเด่นอย่าง “Fire Truck” ที่มาพร้อมกับดนตรีแนวฟิวเจอร์เบสและฮิปฮอปอันแปลกใหม่ ดุดัน และการแสดงที่เต็มไปด้วยพลังงานอันล้นเหลือ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอสิ่งที่ไม่เหมือนใครและท้าทายขนบเดิมๆ ให้กับวงการเพลง

ในช่วงที่ NCT 127 ถูกก่อตั้งขึ้น SM Entertainment มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการสร้างกลุ่มศิลปินที่ไม่จำกัดจำนวนสมาชิก และสามารถขยายตัวไปทั่วโลกได้ โดยมี NCT 127” เป็นยูนิตแรกที่เน้นกิจกรรมในกรุงโซล (127 คือเส้นแวงของกรุงโซล) การเดบิวต์ด้วยสมาชิก 7 คนในครั้งแรกนั้นสร้างความฮือฮาอย่างมาก เพราะเป็นคอนเซ็ปต์ที่แปลกใหม่และเข้าใจยากในสายตาของสาธารณชน แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ NCT 127 มีเอกลักษณ์และโดดเด่นไม่เหมือนใคร เพลงFire Truck” ไม่ได้เป็นแค่เพลงเปิดตัว แต่มันคือการประกาศศักดาถึงแนวทางดนตรีที่ล้ำสมัยและสไตล์การแสดงที่เต็มไปด้วยพลังที่วงจะยึดถือในอนาคต พวกเขาแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นศิลปินที่พร้อมจะก้าวข้ามขีดจำกัดและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ K-Pop

เส้นทางการเติบโตของ NCT 127 ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น หลังจากการเดบิวต์ได้ไม่นาน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและเพิ่มมิติให้กับวง ในเดือนมกราคม 2017 สมาชิกใหม่อย่าง “จอห์นนี่” (Johnny) และ “โดยอง” (Doyoung) ได้เข้าร่วมวง การเพิ่มเข้ามาของทั้งสองคนนำมาซึ่งความหลากหลายและความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในด้านเสียงร้อง การแสดงบนเวที และเสน่ห์ส่วนตัว “โดยอง” ที่คุ้นเคยกับโปรเจกต์ NCT U มาก่อนก็เข้ามารับหน้าที่เป็นเสียงหลักที่ช่วยเติมเต็มซาวด์ของวงให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ส่วน “จอห์นนี่” ก็เข้ามาเพิ่มความสามารถในการเต้นและเสน่ห์แบบอินเตอร์ให้กับวง ก่อนที่ “จองอู” (Jungwoo) จะเข้ามาเสริมทัพในเดือนตุลาคม 2018 ทำให้ NCT 127 มีสมาชิกหลัก 8 คนอย่างที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน (แม้ว่าวินวินจะไปเน้นกิจกรรมกับยูนิต WayV แต่เขาก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของ NCT โดยรวมและแฟนๆ ก็ยังคงรักและคิดถึงเขาเสมอ) การรวมตัวของสมาชิกที่มีพื้นเพ ความสามารถ และเสน่ห์ที่แตกต่างกันอย่างน่าทึ่งนี้ ทำให้ NCT 127 มีมิติที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งในด้านดนตรี บุคลิกภาพ และความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ฐานแฟนคลับของพวกเขากว้างขวางขึ้นอย่างรวดเร็ว และสร้าง Synergy” ที่ลงตัวบนเวที

ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา NCT 127 ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถอันไร้ขีดจำกัด การทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง และความกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ๆ พวกเขาได้ปล่อยผลงานเพลงออกมาอย่างสม่ำเสมอ โดยแต่ละเพลงล้วนสะท้อนถึงการเติบโตทางดนตรีและวิวัฒนาการของวงอย่างแท้จริง

Cherry Bomb” (2017): เพลงที่ยกระดับความสามารถของวงไปอีกขั้นด้วยดนตรีที่ซับซ้อน ท่าเต้นที่ทรงพลังและแปลกใหม่ เป็นจุดเริ่มต้นของ "Neo Culture" ในแบบฉบับ 127 ที่ชัดเจนขึ้น

Limitless” (2017): เพลงที่โชว์ความสามารถด้านเสียงร้องและแร็ปของสมาชิกแต่ละคนได้อย่างโดดเด่น สร้างบรรยากาศที่ลึกลับและมีเสน่ห์

Regular” (2018): เพลงที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในระดับสากล โดยมีเวอร์ชันภาษาอังกฤษที่เปิดประตูสู่ตลาดอเมริกาเหนือและยุโรปได้อย่างงดงาม ทำให้ชื่อของ NCT 127 เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

Kick It” (2020): เพลงที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ศิลปะการต่อสู้และดนตรีฮิปฮอปอันดุดัน สร้างยอดวิวและยอดขายที่ถล่มทลาย ตอกย้ำความเป็น "Performance Kings"

Sticker” (2021): เพลงที่นำเสนอซาวด์และสไตล์ที่ล้ำสมัย แปลกหูแต่ติดหู สร้างสถิติใหม่ๆ ให้กับวงในชาร์ตเพลงและยอดขายอัลบั้ม

2 Baddies” (2022): เพลงที่แสดงถึงความมั่นใจและสไตล์ที่ชัดเจนของวง ตอกย้ำภาพลักษณ์ของบอยแบนด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

Fact Check (2023): เพลงที่ยังคงสไตล์ดนตรีและซาวด์ที่เป็นเอกลักษณ์ของวงไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับความแข็งแกร่ง ตอกย้ำความสามารถในการแสดงและคอนเซ็ปต์ที่แข็งแกร่งของวง

WALK (2024): เพลงที่แสดงให้เห็นถึงการเติบโตและทิศทางใหม่ ๆ ของวง ที่ยังคงเต็มไปด้วยเสน่ห์และพลังที่ทำให้แฟน ๆ ตื่นเต้นเสมอ เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงอนาคตที่ยังคงสดใสและการไม่หยุดนิ่งในการนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ ของวง

เพลงเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคลังผลงานมากมายที่ NCT 127 ได้สร้างสรรค์ขึ้น ซึ่งแต่ละอัลบั้มและมินิอัลบั้มก็มักจะติดอันดับต้นๆ ของชาร์ตเพลงทั่วโลก และทำยอดขายได้อย่างน่าประทับใจ รวมถึงการเป็นหนึ่งในวง K-Pop ที่มีอัลบั้มล้านแตกหลายชุด นอกจากนี้ NCT 127 ยังได้รับการยอมรับจากนักวิจารณ์และสื่อต่างชาติมากมายถึงการนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ และการทดลองทางดนตรีที่ไม่หยุดนิ่ง ทำให้พวกเขากลายเป็นผู้สร้างเทรนด์และเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินรุ่นใหม่

ความสำเร็จของ NCT 127 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเกาหลีใต้เท่านั้น แต่พวกเขายังสามารถก้าวไปสู่ “ระดับสากล” ได้อย่างสง่างามและเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิก “คลื่น Hallyu” ในยุคใหม่ ด้วยการจัดคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ในหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอเมริกาเหนือ ยุโรป หรือเอเชีย ซึ่งบัตรคอนเสิร์ตก็มักจะถูกจำหน่ายหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว พวกเขาได้ปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์ชื่อดังของสหรัฐอเมริกาอย่าง Jimmy Kimmel Live! และ The Late Late Show with James Corden รวมถึงได้ร่วมงานกับศิลปินระดับโลกอย่าง Jason Derulo ในเพลง Let's Shut Up & Dance” ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเครื่องยืนยันถึงความนิยมและการยอมรับในระดับสากล

การแสดงบนเวทีของ NCT 127 เป็นที่ยอมรับในเรื่องของความเป๊ะ พลังงานที่ล้นเหลือ การเต้นที่ซิงโครไนซ์ และการปฏิสัมพันธ์กับแฟนๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งทำให้พวกเขาเป็นที่รู้จักในฐานะPerformance Kings” ของวงการ K-Pop ที่ไม่ว่าจะแสดงที่ไหนก็สามารถสะกดสายตาผู้ชมได้อยู่หมัด

นอกเหนือจากความสามารถทางดนตรีและการแสดงแล้ว เสน่ห์ของสมาชิกแต่ละคนก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ NCT 127 เป็นที่รักของแฟนๆ ทั่วโลก หรือที่รู้จักกันในนาม NCTzen” ด้วยบุคลิกที่หลากหลายและความเป็นกันเองของพวกเขาล้วนเป็นสิ่งที่ดึงดูดแฟนๆ ให้เข้ามาสัมผัสและตกหลุมรัก

แทยง” ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ แร็ปเปอร์ผู้ทรงพลัง และนักเต้นที่น่าทึ่ง, จอห์นนี่”: พี่ใหญ่สายแฟชั่น ผู้มีเสน่ห์แบบอินเตอร์และอารมณ์ขัน, ยูตะ” เจ้าชายแห่งโอซาก้า ผู้เต็มไปด้วยคาริสม่าและความมุ่งมั่น, โดยอง” นักร้องผู้เปี่ยมไปด้วยอารมณ์และนักแสดงที่มีพรสวรรค์, แจฮยอน” เสียงร้องที่นุ่มนวลและภาพลักษณ์ที่ชวนหลงใหล, จองอู” เสน่ห์ที่บริสุทธิ์และรอยยิ้มที่สดใส ผู้สร้างรอยยิ้มให้แฟนๆ เสมอ, มาร์ค” แร็ปเปอร์และนักแต่งเพลงอัจฉริยะ ผู้เต็มไปด้วยพลังและความสร้างสรรค์, แฮชาน” มักเน่ผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์รอบด้าน ทั้งร้อง เต้น และเอนเตอร์เทน

ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา NCT 127 และ NCTzen ได้สร้างความทรงจำอันล้ำค่าร่วมกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการฉลองวันเกิด, วันครบรอบ, การคว้ารางวัลต่างๆ, การไลฟ์สดพูดคุยกับแฟนๆ หรือแม้กระทั่งการสื่อสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย การมีปฏิสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและความผูกพันที่แน่นแฟ้นนี้ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ NCT 127 สามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ และพัฒนาไปข้างหน้าได้อย่างไม่หยุดยั้ง แรงสนับสนุนจาก NCTzen ทั่วโลกคือ “หัวใจสำคัญ” ที่ทำให้ NCT 127 ยังคงยืนหยัดและเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ในโอกาสครบรอบ 9 ปีนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความพยายาม ความทุ่มเท พรสวรรค์ และความมุ่งมั่นของ NCT 127 ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพและเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมายทั่วโลก พวกเขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “Neo Culture Technology” ไม่ใช่แค่เพียงคอนเซ็ปต์ที่แปลกใหม่ แต่มันคือวิสัยทัศน์ที่นำพาพวกเขาไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่และยังคงเป็นแรงผลักดันให้พวกเขาก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

นูน่าเมี้ยน” เชื่อได้สุดหัวใจเลยว่าเส้นทางของ NCT 127 ยังคงดำเนินต่อไป และ NCTzen ทั่วโลกต่างตั้งตารอคอยที่จะได้เห็นผลงานใหม่ๆ การแสดงที่น่าตื่นเต้น และการเติบโตที่ไม่สิ้นสุดของ 8 หนุ่มผู้บุกเบิกเหล่านี้ พวกเขาได้ทิ้งรอยเท้าอันยิ่งใหญ่ไว้ในวงการ K-Pop และยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินรุ่นใหม่เสมอมา ขอแสดงความยินดีกับ NCT 127 ในโอกาสครบรอบ 9 ปีของการเดบิวต์ และขอให้พวกเขาก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไปในอนาคต สร้างสรรค์ดนตรีและแรงบันดาลใจให้กับแฟนๆ ไปอีกนานแสนนาน!.

คอลัมน์ “SeoulStation”
โดย “นูน่าเมี้ยน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...