โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เร่งแก้สารหนู-ปรอท ก่อนสะสม ‘น้ำ-ดิน’ ลำน้ำกก-โขง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ก.ค. 2568 เวลา 12.26 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 00.25 น.

คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน : กฤษณา ไพฑูรย์

ท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมือง และปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้ทุกข์สาหัสในอีกหลายพื้นที่ถูกกลบไร้การเหลียวแล

ทั้งที่หลายเรื่องเป็นปัญหาสำคัญ ! จำเป็น ! เร่งด่วน ! ต้องได้รับการแก้ไข

โดยเฉพาะกรณีปัญหาสารโลหะหนัก ทั้งสารหนู และปรอท ที่ปนเปื้อนเกินระดับมาตรฐานในแม่น้ำหลายสายในจังหวัดเชียงราย ตัวการสำคัญเกิดจาก “การทำเหมืองแร่” ในเมียนมา โดยไม่มีระบบบำบัดน้ำเสีย

แม้กรมควบคุมมลพิษย้ำว่า การเกินค่ามาตรฐานของสารหนู มีค่าอยู่ในช่วง 0.011-0.037 มิลลิกรัมต่อลิตร เทียบกับค่ามาตรฐานกําหนดไว้ต้องไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร ยังไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

แต่ “ปลา” ที่มีความผิดปกติ มีตุ่มตามตัวรุนแรงที่จับได้ในแม่น้ำกกเป็นผลจากได้รับสารพิษจากการทำเหมืองแร่ชัดเจน

ซึ่งสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิตได้ติดตามผลตั้งแต่เดือนพฤษภาคมต่อเนื่องถึงเดือนมิถุนายน ย่อมเป็น “สัญญาณเตือนภัย” ได้เป็นอย่างดี

ล่าสุด “สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต” ได้ประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลกับนักวิชาการและเครือข่ายภาคประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง รวมทั้งประชาชนในพื้นที่รวมกว่า 30 คน ถึงข้อกังวลต่าง ๆ

หลังการประชุมได้ข้อสรุปชี้ชัด 4 ประการว่า ปัญหาที่ชาวบ้านเผชิญมาตั้งแต่ต้นปี 2568 จนถึงวันนี้ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องขาดความเอาใจใส่อย่างจริงจัง

1.ขาดมาตรการเฝ้าระวังสารพิษในนา 1 แสนไร่ ภาครัฐยังไม่มีระบบติดตามการปนเปื้อนของสารหนู ตะกั่ว และแมงกานีส ในน้ำที่ใช้เพาะปลูก หากข้าวนาปีปนเปื้อนสารพิษ จะส่งผลต่อรายได้เกษตรกรและความปลอดภัยของผู้บริโภคโดยตรง

2.ภาครัฐผลักภาระเกษตรกรเรื่องปรับค่า pH ดิน แม้หน่วยงานรัฐแนะนำให้ใช้น้ำปนเปื้อนทำการเกษตร โดยปรับค่า pH ดิน แต่กลับไม่ให้การสนับสนุนด้านเทคนิคหรืองบประมาณ โดยไม่คำนึงถึงสารพิษชนิดอื่นที่ยังเกินค่ามาตรฐาน

3.ขาดความโปร่งใสในการเผยแพร่ข้อมูล โดยหลายหน่วยงานรัฐ เช่น สำนักงานเกษตรจังหวัด และสาธารณสุขจังหวัด ยังไม่เปิดเผยแผนและผลการตรวจสารปนเปื้อนให้ประชาชนเข้าถึง ต่างจากกรมควบคุมมลพิษที่เผยแพร่ข้อมูลผ่านเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง

4.ศูนย์ข้อมูลกลางไร้ประสิทธิภาพ โดยศูนย์ข้อมูลกลางเชียงรายยังขาดความสามารถในการสื่อสารกับประชาชน เนื้อหาขาดสาระ และเน้นประชาสัมพันธ์เจ้าหน้าที่มากกว่าข้อมูลสำคัญ
นอกจากนี้ ข้อเสนอที่หน่วยงานภาครัฐคิดจะทำ “ฝายดักตะกอน” ซึ่งต้องใช้งบประมาณมหาศาลก่อนหน้านี้

มีเสียงจากนักวิชาการสะท้อนว่า เกรงจะเป็นการ “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” เป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

เรื่องนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขต้นเหตุจากการทำเหมืองแร่ในพื้นที่

รัฐบาลต้องเร่งเปิดโต๊ะเจรจา ! ในเมื่อคุยกับกลุ่มว้าแดงที่คุมพื้นที่เป็นเรื่องยาก อาจจะต้องใช้ทางอ้อมเจรจาผ่านรัฐบาลจีน เนื่องจากผู้ประกอบการที่เข้าไปทำเหมือนแร่ส่วนใหญ่ล้วนเป็น “ทุนจีน” เกือบทั้งสิ้น…เรื่องนี้ยิ่งนานหวั่นสารพิษจะสะสมในน้ำ ในดิน ไม่เพียงคนเชียงรายเท่านั้น แต่สายน้ำไหลตลอดต่อเนื่องถึงลำน้ำโขงจะกระทบอีกกี่จังหวัดมากมาย อันตรายจริง ๆ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เร่งแก้สารหนู-ปรอท ก่อนสะสม ‘น้ำ-ดิน’ ลำน้ำกก-โขง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...