โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

สายเถื่อนอ่วม ! แฮกเกอร์ทำเว็บแจกแคร็กปลอมกว่า 300 เว็บไซต์ โหลดแล้วติดมัลแวร์ขโมยข้อมูลแน่นอน

Thaiware

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 10.00 น. • Sarun_ss777
การดาวน์โหลดแคร็กและซอฟต์แวร์เถื่อนผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวจะทำให้ติดมัลแวร์ Infostealer ที่สามารถขโมยรหัสผ่านได้

การใช้งานซอฟต์แวร์เถื่อนนั้นนับเป็นสิ่งที่คู่กับสังคมผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์มาเป็นเวลานานเนื่องมาจากซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์มักจะมีราคาที่สูง ถึงแม้วิธีการดังกล่าวนั้นจะไม่ควรกระทำก็ตามเพราะละเมิดกฎหมาย และอาจนำพาตัวเองไปสู่ความเสี่ยง เช่นดังข่าวในวันนี้

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Cyber Security News ได้กล่าวถึงแคมเปญการแพร่กระจายมัลแวร์ประเภทขโมยข้อมูล หรือ Infostealer โดยแฮกเกอร์ชาวปากีสถานด้วยวิธีการที่เรียกได้ว่าเรียบง่าย แต่ผู้คนมักคาดกันไม่ถึง หรือประมาทกับวิธีการนี้ได้ง่าย นั่นคือ การจัดตั้งเว็บไซต์สำหรับแจกแคร็ก (Crack หรือ เครื่องมือสำหรับฝ่าระบบป้องกันซึ่งส่งผลให้สามารถใช้งานซอฟต์แวร์เถื่อนได้) ซึ่งนอกจากแคร็กแล้ว เว็บไซต์ของแฮกเกอร์ยังทำการอวดอ้างว่ามีซอฟต์แวร์เถื่อนแจกจำนวนมาก และแน่นอน ทุกตัวมีมัลแวร์แฝงอยู่ทั้งสิ้น และที่ร้ายกาจไปกว่านั้นคือ แฮกเกอร์ไม่ได้จัดทำแค่เว็บไซต์เดียว หรือไม่กี่สิบเว็บไซต์ แต่ได้มีการจัดตั้งขึ้นมามากกว่า 300 เว็บไซต์ แถมเปิดทำการมาแล้วตั้งแต่ปี ค.ศ. 2021 (พ.ศ. 2564) อีกต่างหาก

โดยเว็บไซต์ที่ถูกจัดตั้งขึ้นเหล่านี้จะปรากฏบน Search Engine เมื่อเหยื่อทำการค้นหาซอฟต์แวร์เถื่อน ซึ่งถ้าเหยื่อเข้าสู่เว็บไซต์แล้วหลงเชื่อดาวน์โหลดลงมา เครื่องก็จะติดมัลแวร์ในทันที เรียกได้ว่าเป็นวิธีการที่ง่ายจนแทบไม่ต้องอธิบายอะไรมาก และเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ได้ง่าย ทางแฮกเกอร์ยังได้ทำเทคนิค SEO (Search Engine Optimization) และ การยิงโฆษณาผ่าน Google Ads เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถพบเว็บไซต์ได้ทันทีที่ใส่ชุดคำ (Keywords) ค้นหาที่กำหนดไว้อีกด้วย

ถึงแม้วิธีการข้างต้นจะดูง่าย แต่ตัวมัลแวร์กลับส่งผลอันตรายต่อผู้ใช้งานได้ เพราะมัลแวร์ดังกล่าวมีความสามารถในการขโมยข้อมูลที่หลากหลาย ตั้งแต่ ข้อมูลบนเว็บเบราว์เซอร์, กระเป๋าเงินคริปโตเคอร์เรนซี และข้อมูลอ่อนไหวอื่น ๆ เช่น ข้อมูลทางการเงิน และรหัสผ่านต่าง ๆ ซึ่งข้อมูลทุกอย่างจะถูกส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม (C2 หรือ Command and Control) เพื่อให้แฮกเกอร์นำไปใช้งานต่อไป

การที่สามารถสันนิษฐานได้ว่าผู้กระทำอาจมาจากประเทศปากีสถานนั้น เนื่องมาจากการสืบค้นย้อนกลับโดยทีมวิจัยจาก Intrinsec บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ พบว่าเหตุการณ์แฮกเข้าสู่ระบบหลายเหตุการณ์นั้นมีความเชื่อมโยงกับโดเมนเดียวกัน เช่น kmspico[.]io รวมไปถึงมีการใช้งานโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ที่เกี่ยวข้องกับโดเมนดังกล่าว โดยเมื่อสืบย้อนไปอีกขั้นก็พบว่า มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายของเหล่าฟรีแลนซ์นักออกแบบ และสร้างเว็บไซต์ชาวปากีสถานจำนวนมาก ซึ่งทางทีมวิจัยคาดว่า คนในกลุ่มนี้นั้นเพียงแค่ถูกว่าจ้างจากแฮกเกอร์มาอีกทอดหนึ่งเฉย ๆ โดยไม่ทราบว่าไฟล์ที่แฮกเกอร์ปล่อย หรือจุดประสงค์ของตัวเว็บไซต์นั้นคืออะไรกันแน่ ? ซึ่งในการจ้างงานนั้น ทางทีมวิจัยพบว่า แรงจูงใจในการแพร่กระจายมัลแวร์นั้นมาจากระบบการจ่ายค่าคอมมิชชันของผู้พัฒนามัลแวร์ ที่คิดตามจำนวนครั้งที่ติดตั้งเปื้อนมัลแวร์เหล่านี้ลงเครื่อง (Pay-per-Install) กล่าวคือยิ่งมีผู้ติดตั้งมาก แฮกเกอร์ที่เข้าร่วมในเครือข่ายที่นำไปใช้งานต่อ (Affiliate) ยิ่งจะได้ค่าตอบแทนมากขึ้นเท่านั้น

สายเถื่อนอ่วม ! แฮกเกอร์ทำเว็บแจกแคร็กปลอมกว่า 300 เว็บไซต์ โหลดแล้วติดมัลแวร์ขโมยข้อมูลแน่นอน

ภาพจาก: https://cybersecuritynews.com/pakistani-actors-built-300-cracking-websites/

ในภาคของเทคนิคการทำงานของแคมเปญนี้ ตัวแคมเปญมีการใช้โครงสร้าง DNS (Domain Name System หรือ ระบบแปลงชื่อโดเมนที่มนุษย์อ่านได้เป็นหมายเลขไอพี) แบบรวมศูนย์ ซึ่งโดเมนส่วนมากบนแคมเปญนั้นสามารถสืบกลับไปได้ที่เนมเซิร์ฟเวอร์ (Nameserver) สำหรับจัดการในการเชื่อมต่อเว็บไซต์เข้ากับบริการโฮสต์ โดย Nameserver นั้นที่มีชื่อว่า ns1.filescrack[.]com ระบบการตั้งค่าของเซิร์ฟเวอร์ตัวนี้เปิดช่องให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการเว็บไซต์ต่าง ๆ แบบรวมศูนย์ ในขณะที่สามารถกระจายความเสี่ยงไปยังชื่อโดเมนที่แตกต่างกันจำนวนมากได้ ในส่วนของบริการโฮสต์นั้นทางแหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่ามีการใช้มากกว่า 1 แห่งหรือไม่ ? เพียงแต่ระบุว่าทางแฮกเกอร์ใช้บริการของ 24xservice เป็นหลัก ซึ่งก็เป็นบริการภายในประเทศปากีสถานอีกเช่นเดียวกัน ในส่วนของการจดทะเบียนชื่อโดเมนนั้น ทางทีมตรวจสอบพบว่ามีการใช้อีเมลของบุคคลที่มีตัวตนจริง โดยอีเมลทั้งหมดนั้นเป็นของกลุ่มนักพัฒนาเว็บไซต์ฟรีแลนซ์ตามที่กล่าวมาข้างต้นทั้งสิ้น แสดงให้เห็นถึงระบบการป้องกันที่อ่อนแอของตัวเซิร์ฟเวอร์ที่นำมาสู่การตรวจพบตัวตนที่แท้จริงของผู้ที่เกี่ยวข้องได้

เห็นดังนี้แล้วผู้อ่านอาจจะได้ทราบถึงอันตรายของการใช้งานซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ไม่มากก็น้อย ซึ่งการป้องกันตัวจากการหลอกลวงของแฮกเกอร์ในรูปแบบนี้ที่ดีที่สุดคือการใช้งานซอฟต์แวร์ที่ถูกลิขสิทธิ์ ซึ่งนอกจากจะปลอดภัยแล้ว ยังถูกกฎหมาย และมีอัปเดตให้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

➤ Website : https://www.thaiware.com
➤ Facebook : https://www.facebook.com/thaiware
➤ Twitter : https://www.twitter.com/thaiware
➤ YouTube : https://www.youtube.com/thaiwaretv

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...