โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เวียดนาม” ปลดล็อก กม.สัญชาติ เปิดทางถือสองสัญชาติ หวังดึงแรงงานทักษะสูง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 15.56 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 08.56 น.

"เวียดนาม" ปลดล็อก กม.สัญชาติ เปิดทางถือสองสัญชาติ หวังดึงแรงงานทักษะสูง-ชาวเวียดนามโพ้นทะเลร่วมพัฒนาประเทศ

วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เวลา 13.00 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า เมื่อไม่นานมานี้ รัฐสภาเวียดนามมีมติเห็นชอบการแก้ไขกฎหมายสัญชาติของประเทศ เพื่อเปิดทางให้นักลงทุน ทักษะฝีมือ และชาวเวียดนามที่อยู่ต่างประเทศสามารถถือสองสัญชาติได้ง่ายขึ้น สะท้อนความพยายามของผู้นำในการดึงดูดแรงงานทักษะสูงเข้าสู่ประเทศ

การแก้ไขกฎหมายดังกล่าวซึ่งผ่านความเห็นชอบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้ยกเลิกข้อกำหนดบางประการสำหรับผู้ที่ต้องการได้รับสัญชาติเวียดนามโดยไม่ต้องสละสัญชาติเดิม เช่น ข้อกำหนดด้านความสามารถทางภาษาและการพำนักในประเทศเป็นระยะเวลาขั้นต่ำ

โดยเวียดนามกำลังอยู่ระหว่างการปฏิรูประบบกฎหมายและโครงสร้างการบริหารครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบ 40 ปี รวมถึงการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการลงทุน เพื่อผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าอัตราการเติบโตของ GDP ที่ 8% ในปีนี้ และตัวเลขสองหลักในปีต่อ ๆ ไป เพื่อก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2045

ผู้นำเวียดนามมองว่าภาคเทคโนโลยีขั้นสูงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันประเทศ แต่ประเทศยังขาดบุคลากรที่มีประสบการณ์ในการทำงานในแนวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

การแก้ไขกฎหมายสัญชาติครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกจากหลายมาตรการที่เวียดนามคาดว่าจะดำเนินการ เพื่อดึงดูดผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศให้เข้ามาอาศัยและทำงานในประเทศ รัฐบาลเชื่อว่าตนสามารถก้าวกระโดดแซงหน้าคู่แข่งด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะในสาขา AI และเซมิคอนดักเตอร์ ให้ทันภายในปี 2030

รัฐบาลเวียดนาม ระบุผ่านเว็บไซต์ข่าวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายนว่า “การแก้ไขกฎหมายสัญชาติครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมาย เปิดโอกาสดึงดูดทรัพยากรที่มีคุณค่าจากชุมชนชาวเวียดนามในต่างประเทศ ทั้งในด้านเทคโนโลยีและการเงิน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศในยุคใหม่”

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา To Lam เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เรียกร้องให้ชาวเวียดนามในต่างประเทศหันกลับมาให้ความสนใจบ้านเกิด และช่วยกันพัฒนาประเทศ และกล่าวในคำปราศรัยทางโทรทัศน์ทั่วประเทศว่า “มาตุภูมิเสมอเปิดอ้อมแขนต้อนรับ ‘พลเมืองที่ห่างไกลบ้านเกิด’ ให้กลับมาร่วมมือกันสร้างและพัฒนาประเทศให้เข้มแข็ง”

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เวียดนามอนุญาตให้มีเพียงผู้พำนักระยะยาวบางกลุ่ม เช่น นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง หรือนักฟุตบอลระดับชาติ ถือสัญชาติสองสัญชาติได้ จนถึงเดือนมีนาคมปีนี้ มีเพียง 60 คนที่ได้รับอนุญาตให้ถือสองสัญชาติ

ทั้งนี้เวียดนามมีความระแวดระวังเกี่ยวกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงจากพลเมืองสองสัญชาติ อันเนื่องมาจากประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ประเทศต้องเผชิญการรุกรานจากต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส ญี่ปุ่น สหรัฐ กัมพูชา และจีน โดยประเทศเพิ่งรวมชาติได้เมื่อ 50 ปีก่อน และมีความขัดแย้งทางทหารรูปแบบต่าง ๆ ต่อเนื่องมาจนถึงช่วงทศวรรษ 1980

ปัจจุบันครอบครัวชาวเวียดนามจำนวนมากส่งลูกหลานไปศึกษาต่อในสหรัฐ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และยุโรป โดยคนหนุ่มสาวเหล่านี้จำนวนไม่น้อยเลือกพำนักและทำงานกับบริษัทขนาดใหญ่ เช่น Google, Meta, IBM และ Microsoft ในสาขาเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และการเงิน และบางส่วนตัดสินใจย้ายถิ่นฐานถาวร

จากข้อมูลของคณะกรรมการรัฐว่าด้วยชาวเวียดนามในต่างประเทศ ณ เดือนตุลาคม 2567 มีชาวเวียดนามพำนักอยู่ในต่างประเทศประมาณ 6 ล้านคน กระจายอยู่ใน 130 ประเทศและดินแดน โดย 80% อาศัยอยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว

ในความเป็นจริง แม้พลเมืองสองสัญชาติสามารถพำนักอยู่ในเวียดนามได้ แต่ยังคงเผชิญกับข้อจำกัดทางการบริหาร และสิทธิที่จำกัด เช่น ข้อกำหนดด้านวีซ่า การถือครองอสังหาริมทรัพย์ การเข้าถึงระบบธนาคาร รวมถึงการเปิดบัญชีหรือการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งมีความเข้มงวดมากกว่าชาวเวียดนามที่มีสัญชาติเต็มตัว

นอกจากนี้กฎหมายฉบับใหม่ยังผ่อนคลายข้อกำหนดเกี่ยวกับชื่อบุคคล เพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติเข้าถือสัญชาติเวียดนามได้ง่ายขึ้น หลังจากที่เวียดนามเคยมีข้อกำหนดด้านชื่อที่เข้มงวดสำหรับพลเมืองของตน

มติที่ 57 ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของแผนปฏิรูปของเวียดนามที่ออกเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ให้ความสำคัญกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยระบุว่าเวียดนามจะพัฒนากลไกพิเศษเพื่อดึงดูดชาวเวียดนามในต่างประเทศ และชาวต่างชาติที่มีคุณวุฒิสูงให้เข้ามาทำงานและพำนักในประเทศ ซึ่งรวมถึงการให้สัญชาติ การอนุญาตให้ถือครองที่ดินและที่อยู่อาศัย ค่าตอบแทนที่จูงใจ และสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตามข้าราชการ ทหาร และเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของรัฐ จะต้องถือสัญชาติเวียดนามเพียงสัญชาติเดียว ยกเว้นกรณีพิเศษบางกรณีเท่านั้น

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจอาเชียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...