“ทรัมป์” ต่อสายตรง “สี จิ้นผิง” อย่างเป็นทางการครั้งแรก คลี่คลายความตึงเครียดทางการค้า
"ทรัมป์" ต่อสายตรง "สี จิ้นผิง" อย่างเป็นทางการครั้งแรก คลี่คลายความตึงเครียดทางการค้าและความขัดแย้งด้านแร่หายาก เตรียมสานต่อเจรจาการค้าเร็วๆ นี้
วันที่ 5 มิถุนายน 2568 เวลา 23.23 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน พูดคุยทางโทรศัพท์ครั้งสำคัญ เพื่อคลี่คลายความตึงเครียดทางการค้าและความขัดแย้งด้านแร่หายาก
โดยผู้นำสหรัฐและจีนได้หารือกันทางโทรศัพท์เป็นเวลานานกว่าหนึ่งชั่วโมง เพื่อรับมือกับความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นหลายสัปดาห์ในประเด็นสงครามการค้าและความขัดแย้งเรื่องแร่หายาก (rare earths) โดยประเด็นหลักหลายอย่างยังคงต้องรอการเจรจาเพิ่มเติม
ตามสรุปจากรัฐบาลจีน สี จิ้นผิง ได้เรียกร้องให้ทรัมป์ยุติมาตรการทางการค้าที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และเตือนให้สหรัฐระมัดระวังการกระทำที่เกี่ยวข้องกับไต้หวัน
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า การหารือเน้นที่ประเด็นการค้าและจบลงอย่างสร้างสรรค์ พร้อมประกาศว่าจะมีการเจรจาเพิ่มเติมระดับเจ้าหน้าที่ และเสริมว่า “จากนี้ไม่ควรมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์แร่หายากอีกต่อไป”
ต่อมาเขากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เรามีความคืบหน้าที่ดีกับจีนในเรื่องข้อตกลงทางการค้า”
ทั้งสองฝ่ายยังได้เชิญกันและกันให้เดินทางเยือนประเทศของตนอีกด้วย โดยการพูดคุยครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดเรื่องแร่หายาก
จีนได้ระงับการส่งออกแร่หายากและแม่เหล็กชนิดพิเศษตั้งแต่เดือนเมษายน ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมสำคัญทั่วโลก เช่น รถยนต์ ชิปคอมพิวเตอร์ และยุทโธปกรณ์ทางการทหาร
จีนมองว่าแร่หายากเป็น “อาวุธต่อรอง” และการหยุดส่งออกอาจกดดันภาคธุรกิจของสหรัฐจนกระทบเศรษฐกิจ ซึ่งอาจส่งผลต่อความนิยมในตัวทรัมป์
โดยเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงชั่วคราวเป็นเวลา 90 วัน เพื่อลดภาษีตอบโต้ซึ่งเริ่มขึ้นหลังการสาบานตนของทรัมป์ในเดือนมกราคม แต่ข้อตกลงนี้ไม่ได้แก้ไขประเด็นที่ลึกซึ้ง เช่น ปัญหาการลักลอบนำเข้ายาเฟนทานิล ไต้หวัน หรือระบบเศรษฐกิจแบบรัฐนำของจีน
ทรัมป์ได้ประกาศว่าคณะเจรจาของสหรัฐที่นำโดยรัฐมนตรีคลัง สก็อตต์ เบสเซนต์, รัฐมนตรีพาณิชย์ ฮาวเวิร์ด ลัทนิค และผู้แทนการค้า เจมิสัน เกรียร์ จะพบกับเจ้าหน้าที่จีนในเร็ว ๆ นี้ โดยยังไม่ระบุสถานที่
แม้ตลาดหุ้นสหรัฐจะตอบรับข่าวนี้ด้วยการปรับตัวขึ้น แต่ข้อตกลง 90 วันดังกล่าวยังมีความเปราะบาง ทรัมป์กล่าวหาว่าจีนละเมิดข้อตกลงและได้ออกมาตรการจำกัดการส่งออกซอฟต์แวร์ออกแบบชิปให้จีน ซึ่งจีนก็ปฏิเสธข้อกล่าวหาและขู่ตอบโต้
ทางการจีนระบุว่า “สหรัฐควรประเมินความคืบหน้าที่เกิดขึ้นอย่างเป็นจริง และยกเลิกมาตรการในทางลบที่มีต่อจีน” พร้อมเน้นย้ำว่า “สหรัฐควรจัดการประเด็นไต้หวันอย่างระมัดระวัง”
ทั้งนี้สหรัฐมองว่าจีนเป็นคู่แข่งทางภูมิรัฐศาสตร์อันดับหนึ่ง และเป็นประเทศเดียวที่มีศักยภาพท้าทายทั้งด้านเศรษฐกิจและการทหาร แม้จะมีการประกาศเก็บภาษีอยู่บ่อยครั้ง ทรัมป์ยังชื่นชมสี จิ้นผิงอยู่เสมอ โดยเฉพาะในด้านความเด็ดขาดและการดำรงตำแหน่งโดยไม่มีข้อจำกัดวาระ ซึ่งทรัมป์ต้องการหารือโดยตรงกับสีมาตลอด แต่จีนยืนยันว่าการพูดคุยของผู้นำต้องเกิดขึ้นหลังจากบรรลุข้อตกลงในรายละเอียดก่อน
การสนทนาเมื่อวันพฤหัสบดีเกิดขึ้นตามคำร้องขอของทรัมป์
ยังไม่ชัดเจนว่าทั้งสองได้พูดคุยกันครั้งสุดท้ายเมื่อใด ฝ่ายจีนระบุว่าการพูดคุยล่าสุดคือเมื่อวันที่ 17 มกราคม ก่อนทรัมป์เข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 มกราคม แม้ทรัมป์จะอ้างว่าได้พูดคุยกันบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่เคยให้รายละเอียด
ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์ เนื่องจากสงครามการค้าอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานในช่วงสำคัญก่อนฤดูกาลจับจ่ายปลายปี
การขึ้นภาษีของทรัมป์ยังอยู่ระหว่างการฟ้องร้องในศาลสหรัฐ
ทรัมป์และสีเคยพบกันหลายครั้ง รวมถึงการเยือนสหรัฐของสีในปี 2560 แต่ไม่ได้พบกันแบบตัวต่อตัวอีกเลยนับตั้งแต่การประชุมที่โอซาก้าในปี 2562 โดยการเดินทางครั้งล่าสุดของสีไปยังสหรัฐ คือในเดือนพฤศจิกายน 2566 เพื่อประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งนำไปสู่ข้อตกลงด้านความมั่นคงและควบคุมปัญหาเฟนทานิล
อ้างอิง : https://www.reuters.com/en/chinas-xi-trump-hold-call-xinhua-reports-2025-06-05/