โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

LEO จับมือ Yunnan Tengjun เปิดตัวรถไฟขนส่ง “ผลไม้-สินค้าอีคอมเมิร์ซ” ต.ค.นี้

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2565 เวลา 10.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2565 บริษัทได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ( Strategic Cooperation Agreement ) กับ บริษัท Yunnan Tengjun Multimodal Transport Holding Ltd. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของประเทศจีน เพื่อพัฒนาระบบบริการรถไฟสำหรับการขนส่งผลไม้และสินค้าอีคอมเมิร์ซระหว่างไทยและจีน

ทั้งนี้ บริษัท Yunnan Tengjun Multimodal Transport Holding Ltd. เป็นบริษัทโลจิสติกส์ระดับ 5A ของจีน โดยเป็นผู้บริหารจัดการ Gallops International Land Port ซึ่งเป็นศูนย์โลจิสติกส์ระดับชาติที่ครอบคลุมพื้นที่จำนวน 1,528 ไร่ โดยมีการลงทุนรวม 1,100 ล้านหยวน และเป็นศูนย์การขนส่งทางบกที่เชื่อมต่อเส้นทางมณฑลยูนนาน ที่สามารถกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคต่างๆ ในจีน และต่อไปยังทวีปอื่นๆ เช่น ยุโรป เป็นต้น

สำหรับขอบเขตความร่วมมือระหว่างกันนั้น Yunnan Tengjun จะให้บริการพิธีการทางศุลกากรและการกระจายสินค้าภายในประเทศจีน รวมถึงพัฒนาการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนระหว่าง ไทย- จีน ทั้งทางรถไฟ และทางรถบรรทุก เพื่อตอบสนองความต้องการขนส่งสินค้าโดยตู้คอนเทนเนอร์ทั้งแบบธรรมดาและแบบห้องเย็นที่เพิ่มขึ้นจาก LEO ซึ่งในขณะนี้ความร่วมมือดังกล่าว อยู่ในช่วงของการทดสอบระบบและทดลองการให้บริการ คาดว่าจะสามารถให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2565

นอกจากนี้ ทาง Yunnan Tengjun ยังมีแผนพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ที่จะเข้ามาช่วยจำหน่ายผัก ผลไม้หรือสินค้าที่ส่งมาจากประเทศไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการวางแผนและจัดทำ platform คาดว่าจะสามารถช่วยเพิ่มปริมาณและขยายตลาดให้กับการขนส่งข้ามพรมแดนระหว่างไทยและจีน ให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้

"ในส่วนของเป้าหมายและประโยชน์ที่ LEO คาดว่าจะได้รับคือ บริษัทจะสามารถสร้างความแตกต่างในตลาดได้เหนือคู่แข่ง เนื่องจากเราได้ต้นทุนการให้บริการจากพันธมิตรที่สามารถแข่งขันได้ และสามารถให้บริการทั้งนำเข้าและส่งออกสินค้าได้อย่างครบวงจรทั้งในประเทศไทยและในประเทศจีน นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยสนับสนุนผู้ส่งออกไทยให้สามาถส่งออกสินค้าไปยังประเทศจีนได้มากขึ้น ส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตขึ้น สำหรับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้ ทางบริษัทฯ วางเป้าหมายในส่วนของรายได้ให้เติบโตขึ้นอย่างน้อยปีละ 100 ล้านบาท ภายในปี 2566" นายเกตติวิทย์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...