โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

[บทความพิเศษ] 5 อันดับเกม Dragon Quest ที่มือใหม่ควรหามาเล่น

BT Beartai

อัพเดต 06 ส.ค. 2560 เวลา 12.33 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2560 เวลา 12.33 น.
[บทความพิเศษ] 5 อันดับเกม Dragon Quest ที่มือใหม่ควรหามาเล่น

ตามกระแสเกม Dragon Quest 11 ที่เปิดตัวแรงขายได้ 2 ล้านภายใน 2 วัน แม้ว่าจะมีเพียงภาษาญี่ปุ่นแต่ก็เรียงเสียงฮือฮาได้ ไม่เว้นแม้กระทั้งในไทยที่มีแฟนซีรีส์ Dragon Quest อย่างมากมาย แต่ก็มีคอเกมหลายคนยังไม่เคยเล่นหรือเกิดไม่ทันยุค JRPG รุ่งเรือง แต่ก็ยังอยากสัมผัสความสนุกที่เป็นตำนาน วันนี้ทางทีมงานแบไต๋จึงอยากแนะนำ 5 เกม Dragon Quest ที่มือใหม่ควรจะหามาเล่น โดยคัดมาทั้งภาคเก่าและใหม่ ไปดูกันว่ามีภาคไหนที่มือใหม่ติดอันดับบ้าง

(หมายเหตุ) เกม Dragon Quest ไม่มีภาคไหนง่าย ผู้เล่นต้องท่องจำสกิล และคาถาให้แม่นๆเพราะมันจำเป็นในการต่อสู้มาก เพราะศัตรูนอกจากจะโจมตีแรง และมีพลังป้องกันสูงแล้วยังทำให้เราติดพิษ หรือสถานะแปลกๆได้ ดังนั้นผู้เล่นต้องทำความเข้าใจว่ามันไม่ใช่ ซีรีส์เกมง่ายๆเหมือนกราฟิกที่ดูเป็นการ์ตูนแน่นอน

5 Dragon Quest 4

สำหรับ Dragon Quest 4 ที่มีต้นฉบับอยู่บนเครื่อง Famicom และออกวางขายในปี 1990 โดยภาคนี้มีความโดดเด่นที่ตัวละครที่มีความหลากหลาย และถือเป็นต้นแบบของซีรีส์เกม RPG เช่นนักรบ จอมเวทย์ หรือนักมวย โดยเกมจะแบ่งออกเป็นตอนๆที่มีตัวละครหลักที่แตกต่างกัน และทุกตัวละมาเจอกันในตอนสุดท้าย ซึ่งก็เหมือนกับเรามีอาชีพให้เลือกใช้งาน

โดยรูปแบบการเล่นแทบจะเป็นเทิร์นเบส RPG แบบพื้นฐานมากๆ เรียกว่าไม่ต้องอธิบายอะไรมาก ระบบอาวุธเครื่องป้องกันการอัพเกรดก็ไม่มีอะไรซับซ้อน นอกจากนี้คุณจะได้อิ่มแอมไปกับบรรยากาศของซีรีส์ Dragon Quest ในยุคแรกๆที่เป็นพื้นฐานของเกม RPG ในทุกวันนี้

และข่าวดีสำหรับคนที่ไม่อยากเล่นกราฟิกแบบ 8 Bit แฟมิคอม เพราะมันได้ถูกสร้างใหม่บน PS1 และ Nintendo DS แบบที่ปรับกราฟิกให้ดูดีขึ้น และยังสามารถหาเล่นได้บน สมาร์ทโฟนด้วย ทำให้การหามาเล่นไม่ใช่เรื่องยาก แถมยังมีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษออกมาให้เล่นด้วย

4 Dragon Quest 9

ภาคที่มาแปลกเพราะเป็นภาคหลักที่ออกมาเครื่องเกมพกพาอย่าง NDS ที่ก่อให้เกิดดราม่ามากมายในตอนที่ยังไม่ออกวางขาย เพราะมีข่าวว่ามันจะเปลี่ยนระบบต่อสู้ จนทีมงานต้องกลับมาใช่รูปแบบเดิมๆ แต่แม้จะกลับมาใช้รูปแบบเดิมแต่ Dragon Quest 9 ก็ถือเป็นภาคที่มีการเปลี่ยนแปลงในหลายส่วนจนอาจเรียกว่าเป็นการปรับใหญ่ของซีรีส์เลยก็ว่าได้

ไล่ตั้งแต่การสร้างตัวละครหลักเองได้แม้ว่าจะไม่ได้ละเอียดเท่าเกม RPG จากตะวันตก แต่สำหรับ JRPG จากแดนปลาดิบที่ออกมยาวนานแล้วถือว่าเป็นเรื่องใหม่ และเมื่อเปลี่ยนอาวุธเครื่องป้องกัน ก็จะแสดงผลในฉากด้วย ส่วนการพัฒนาตัวละครจะมีระบบอาชีพที่เราสามารถอัพเกรดสกิลได้ง่ายดาย และไม่มีอะไรซับซ้อนเลย แม้โดยรวมจะไม่ค่อยมีความโดดเด่นเรื่องกราฟิกนำเสนอเพราะมันออกบน NDS ที่ต้องพูดตรงๆว่าย้อนยุคไปไกล แต่เราก็สนุกไปกับมันได้แม้ว่าจะผ่านมา 7-8 ปีแล้วก็ตาม และเกมมีภาคภาษาอังกฤษมาให้เล่นกันด้วยทำให้มือใหม่เล่นได้อย่างสบายใจ แต่การหามาเล่นคุณต้องหา Nintendo DS มาให้เท่านั้นไม่มีให้เล่นบนเวอร์ชั่นอื่น (ในตอนนี้)

3 Dragon Quest 5

Dragon Quest 5 อีกภาคที่ถือว่าเป็นตำนานของซีรีส์ แต่ไม่ใช่รูปแบบการเล่นอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องราวสุดดราม่า ที่ตัวละครหลักต้องพบเจอ ที่กว่าจะจบต้องผ่านเรื่องราวรันทดมากมาย (อยากรู้ไปเล่นเอง) แต่ใช่ว่าตัวเกมจะไม่มีอะไรโดดเด่นเพราะการที่มันเป็นเกมแรกของซีรีส์ที่ออกบน Super Famicom ทำให้กราฟิกไม่ได้ดูเชยจนเกินไป

ส่วนรูปแบบการเล่นหลักๆก็ยังคงเป็นเทิร์นเบส RPG ที่ภาคนี้จะไม่มีระบบอาชีพ แต่ด้วยตัวละครที่หลากหลายทำให้มันยังคงโดดเด่น โดยเฉพาะระบบจับมอนสเตอร์มาเป็นพวกได้ และมันทำให้ตัวเกมโดดเด่นมาก เพราะมันเหมือนทำให้เรามีตัวละครมากมายกว่าภาคไหนๆ (แต่มันไม่ใช่ Pokemon นะ)

และนอกจากต้นฉบับบน Super Famicom แล้ว Dragon Quest 5 รีเมคครั้งใหญ่บน PS2 ที่กราฟิกถูกยกระดับไปมาก และยังสามารถหาได้บน NDS และบน สมาร์ทโฟนระบบ ios , android ด้วย

2 Dragon Quest 11

ภาคล่าสุดที่เพิ่งจะออกไป ที่มาติดอันดับแนะนำแม้ว่ามันยังไม่มีภาคภาษาอังกฤษ เพราะการนำเสนอด้วยกราฟิกระดับสูงด้วย Unreal Engine 4 (ในเวอร์ชั่น PS4 ) ทำให้มันเข้าถึงคอเกมรุ่นใหม่ได้ไม่ยาก และอย่างที่บอกว่าโลกของ Dragon Quest ถูกนำเสนอในรูปแบบที่ดูดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ส่วนบน 3DS โดดเด่นที่กราฟิกแบบย้อนยุคที่ย้อนไปไกลถึงสมัย 16Bit แต่ก็เป็นทางเลือกที่ชอบของวินเทจ โดยทั้ง 2 เกมจะมีเนื้อเรื่องเดียวกัน

เกมเพลย์แม้ว่าดูเหมือนจะมีความพยายามปรับเปลี่ยนเช่นการในฉากต่อสู้สามารถบังคับตัวละครเดินได้ แต่โดยรวมเกมเพลย์ยังคงเหมือนเดิมที่ต้องใส่คำสั่งเพื่อโจมตี ระบบการอัพเกรดตัวละครก็ใช้ Skill Panel ที่เป็นการเดินตามช่องพิมพ์นิยมของเกม RPG ทั่วไป อีกทั้งเกมจะมีการอำนวยความสำดวกในการดำเนินเนื้อเรืองด้วยการมีจุดที่บอกว่าต้องไปไหน แต่ก็มีบางส่วนที่ต้องเดาทางไปบ้างแต่โดยรวมแล้วมันไม่น่าจะยากในการเล่นสำหรับมือใหม่

ข้อเสียของเกมคือมันยังไม่มีภาษาอังกฤษออกภายในปีนี้ (เกมออกโซนอเมริกาออกปี 2018) โดยคุณสามารถหามาเล่นได้ง่ายดายเพราะเกมออกบน PS4 และ 3DS ที่ยังคงมีวางขายตามร้านเกมทั่วไป และมีวางขายผ่านร้านค้าออนไลน์ด้วย

1 Dragon Quest 8

อีกภาคที่เหมือนฝันของคอเกมในยุคนั้น เพราะมันเป็น Dragon Quest ภาคหลักภาคแรกที่มาในรูปแบบ Full 3D ที่มีกราฟิกที่ดูดีมากในยุคนั้น (เกมออกบน PS2) เกมเพลย์ที่แม้จะเหมือนเดิมแต่การนำเสนอด้วยกราฟิกของคอนโซลรุ่นใหม่ (ในตอนนั้น) เหมือนเป็นการยกระดับซีรีส์เก่าแก่ให้เข้าสู่โลกของเกมยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ และการอัพเกรดตัวละครใช้การอัพสกิลตามประเภทของอาวุธ ที่แต่ละตัวละครสามารถสวมใส่ได้หลายอย่าง ทำให้มีอะไรให้อัพเกรดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นท่าไม้ตายหรือเวทย์แรงๆ

โดยต้นฉบับบน PS2 โซนญี่ปุ่นจะแตกต่างจากโซนอเมริกาเพราะฉบับภาษาอังกฤษ ถือว่ามีการปรับเปลี่ยนไปมากเพราะมีเสียงพากย์ และระบบเมนูถูกเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น และสำหรับมือใหม่แล้วอยากให้หาโซนอเมริกามาเล่นมากกว่า เพราะเกมถูกปรับให้เข้าใจง่ายขึ้น

ต้นฉบับ Dragon Quest 8 ออกบน PS2 และมีการพอร์ตลงบน 3DS ที่มีกราฟิกด้อยกว่า และยังหาเล่นได้บนสมาร์ทโฟนด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...