โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

แจงปมเงินกู้ กยศ.หักนายจ้าง 2% ผู้กู้อนุโลมขั้นต่ำหลักร้อย

Thai PBS

อัพเดต 09 มี.ค. 2564 เวลา 05.17 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. 2564 เวลา 05.42 น. • Thai PBS

วันนี้ (9 มี.ค.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจไทยคู่ฟ้า รายงานว่า กรณีมีผู้แสดงความไม่เห็นด้วย หลังกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ออกหนังสือแจ้งภาคเอกชน หักเงินเดือนพนักงานที่กู้ยืมเงิน และนำส่งเงินชำระคืนกองทุนฯ หากไม่ดำเนินการจะต้องชดใช้เงินเพิ่มในอัตรา 2% ต่อเดือน ถือว่าผลักภาระความรับผิดชอบหนี้ให้ภาคเอกชน
เรื่องนี้ กยศ. ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาได้ชี้แจงให้นายจ้างได้ทราบถึงเหตุผล และความจำเป็นในการหักเงินจากบัญชีเงินเดือนลูกหนี้เพื่อชำระเงินคืน ตั้งแต่เดือน มิ.ย.61 เริ่มจากหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานเอกชน มีหน่วยงานที่ต้องแจ้งหักเงินเดือนทั้งหมดราว 107,000 แห่ง และมีผู้กู้ยืมที่อยู่ในเกณฑ์หักเงินเดือน 1,735,000 ราย ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา นายจ้างทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
สำหรับขั้นตอนการหักเงินเดือนลูกหนี้ กยศ.ผ่านองค์กรนายจ้างนั้น จะส่งหนังสือแจ้งหักเงินเดือนไปยังที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของผู้กู้ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน จากนั้นจะส่งหนังสือแจ้งให้นายจ้างทราบถึงข้อมูลของผู้กู้และจำนวนเงินที่ต้องหักนำส่งล่วงหน้าประมาณ 30 วัน
นายจ้างสามารถตรวจสอบข้อมูลที่ต้องหักและนำส่ง ผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืน กยศ.ผ่านกรมสรรพากร (e-PaySLF) โดยเข้าใช้งานได้ที่เว็บไซต์ www.studentloan.or.th ซึ่งกองทุนจะอัปเดตข้อมูลที่ต้องหักและนำส่งแจ้งให้นายจ้างทราบผ่านระบบดังกล่าวในทุกวันที่ 5 ของเดือน
เมื่อพนักงานได้รับเงินเดือน ลำดับการหักเงินจะเริ่มจาก 1.หักภาษี ณ ที่จ่าย 2.หักจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนประกันสังคม และ 3.หักเงินกองทุน กยศ.
ส่วนข้อกังวลว่า หากนายจ้างไม่หักเงินตามที่ได้รับแจ้ง จะต้องชดใช้เงินตามจำนวนที่กองทุนแจ้งให้ทราบ และต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตรา 2% ต่อเดือน ของเงินที่ไม่ได้นำส่ง กรณีนี้หากหน่วยงานแจ้งเหตุผลข้อขัดข้องที่ไม่สามารถดำเนินการหักเงินเดือนผู้กู้ยืมได้ สามารถขออนุโลมและผ่อนผันได้ โดยปัจจุบันยังไม่เคยเรียกชดใช้เงินหรือเรียกเงินเพิ่มจากนายจ้างแต่อย่างใด
การคำนวณยอดหักเงินเดือน จะใช้ยอดหนี้ตามตารางชำระรายปี หารด้วย 12 เดือน หรือจำนวนเดือนที่เหลือก่อนถึงวันครบกำหนดชำระหนี้ (5 ก.ค. ของทุกปี) และในงวดปีถัดไปจะเริ่มหักเงินเดือนตั้งแต่เดือนกรกฎาคมของทุกปีจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้น

ผู้กู้ยืมเงินที่ไม่สามารถชำระตามอัตราที่แจ้ง สามารถขอลดจำนวนการหักเงินเดือนได้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน “กยศ. Connect” โดยอนุโลมให้ชำระขั้นต่ำเพียง 100 บาท แต่ต้องชำระเงินในส่วนที่ขาดไปของงวดนั้นให้ครบตามจำนวนก่อนวันครบกำหนดชำระหนี้รายปี

ปัจจุบัน กยศ. ไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินมาตั้งแต่ปี 2561 โดยใช้เงินชำระหนี้ของผู้กู้ยืมของรุ่นพี่หมุนเวียนเพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่รุ่นน้อง สำหรับปีการศึกษา 2564 นี้กองทุนได้เตรียมเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา จำนวน 38,000 ล้านบาท สำหรับนักเรียน นักศึกษาผู้กู้ยืมจำนวน 624,000 รายไว้เรียบร้อยแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

โพสต์อ้าง “เนทันยาฮู” เยี่ยม จนท.ในบังเกอร์ลับโต้กระแสเสียชีวิต แท้จริงเป็นคลิปจากปี 61

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมสรรพากร เตือนแม่ค้าออนไลน์-ยูทูบเบอร์ รีบยื่นภาษีโค้งสุดท้าย (16 มี.ค. 69) I ตรงประเด็น

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จับตาราคาน้ำมันหลังมาตรการตรึงราคาครบกำหนด 15 วัน(16 มี.ค. 69) I ตรงประเด็น

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กทม. เปิดห้องหลบร้อนให้บริการประชาชนช่วงร้อนจัด

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สังคม อื่น ๆ

เชียงใหม่โกลาหล! ปั๊มน้ำมันบางแห่งหมด ประชาชนแห่เติมก่อนตรึงราคาหมดเขต

77kaoded

รัฐบาลเดินหน้า ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์ของภูมิภาคเอเชีย เตรียมเข้าร่วมงาน FILMART 2026 ณ ฮ่องกง ตั้งเป้าดึงกองถ่ายฮ่องกง – จีน

สวพ.FM91

ดีอี แจงข่าวจริง "กินยาแก้แพ้ประจำ เร่งสมองเสื่อม" ขอ ปชช. เลือกเชื่อ-แชร์ ข้อมูลทางการเท่านั้น

สวพ.FM91

ในหลวง - พระราชินี เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อย่างเป็นทางการ

สวพ.FM91

วิทยาลัยครุศาสตร์DPU ผนึกนราธิวาส ขับเคลื่อน"โรงเรียนพัฒนาตนเอง" ปี2

Amarin TV

เยาวชนสุราษฎร์ฯ ผุดไอเดีย “Rolling Futures” มอบรถโยกถวายพระราชกุศลฯ ช่วยผู้พิการ

77kaoded
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...