โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ลงทุนกองทุนอย่างไร ให้ได้ปันผลสม่ำเสมอ

Finnomena

อัพเดต 16 ก.พ. 2561 เวลา 11.29 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. 2561 เวลา 05.19 น. • ลงทุนกัน

เหตุผลที่นักลงทุนจะลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ นั้นเพื่อหวังผลตอบแทนนั้น สามารถแบ่งวัตถุประสงค์คร่าวๆ ออกเป็น 3 ประเภท คือ

  • การเพิ่มขึ้นของมูลค่าของเงินที่ลงทุนไป
  • การได้รับกระแสเงินสดเป็นประจำ
  • การปกป้องเงินต้น

ในบทความนี้จะพูดถึงการเน้นการลงทุนให้ได้รับกระแสเงินสดเป็นประจำ ดังนั้น นักลงทุนจึงต้องรู้จักทรัพย์สินที่มีศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสด ซึ่งมีหลายประเภท เช่น 1.)หุ้น ซึ่งสร้างกระแสเงินสดจากกำไร 2.)อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสร้างกระแสเงินสดจากค่าเช่า 3.)ตราสารหนี้ ซึ่งสร้างกระแสเงินสดจากดอกเบี้ยที่ได้รับ

และทรัพย์สินที่ไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้ เช่น สินค้าโภคภัณฑ์เช่นทองคำและน้ำมัน เป็นต้น

ในประเทศไทยมีกองทุนให้เลือกหลากหลาย ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหลายสินทรัพย์ รวมถึงสินทรัพย์ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดด้วย ในที่นี้จะพูดถึงกองทุนรวมหุ้น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมตราสารหนี้ เรามาไล่ดูกันในแต่ละประเภทเลยครับ

กองทุนรวมหุ้น

แม้ว่าการลงทุนหุ้นในระยะยาวจะมีผลตอบแทนเฉลี่ยระยะยาวมากที่สุดเทียบกับสินทรัพย์อื่นๆ แต่การลงทุนในหุ้นก็เต็มไปด้วยความผันผวนเช่นกัน ในบางช่วงเวลาอาจทำผลตอบแทนได้ 50-100% ต่อปี แต่ก็มีโอกาสติดลบลงไป 20-60% ต่อปีเช่นกัน และนโยบายการจ่ายปันผลส่วนใหญ่นิยมจ่ายจาก “กำไรสะสม” ดังนั้น ถ้าปีใดหุ้นขึ้น กำไรมาก ก็มีการจ่ายปันผลมาก ปีใดหุ้นลง ก็จะไม่มีการจ่ายปันผล ถ้าแย่กว่านั้นคือจะกลายป็นขาดทุนสะสม ซึ่งต้องใช้เวลาทำกำไรระยะหนึ่ง จึงจะสามารถกลับมาจ่ายปันผลได้

อัตราเงินปันผลจากกองทุนรวมหุ้นปันผลกองหนึ่งในอดีต

ข้อดี : ได้ปันผลสูง, มีโอกาสได้ส่วนต่างกำไร ข้อเสีย : ได้ปันผลไม่สม่ำเสมอ, มีโอกาสขาดทุนเงินต้น

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

รายได้ของการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์นั้น มาจาก “ค่าเช่าที่” เป็นหลัก ซึ่งค่าเช่าที่ค่อนข้างมีความสม่ำเสมอ ไม่ผันผวนเหมือนหุ้นที่ต้องอาศัยปัจจัยทางเศรษฐกิจโดยรวมเป็นหลักเพื่อสร้างกำไร อย่างไรก็ตาม รายได้จากการเช่าก็ยังคงแปรผันตามปัจจัยหลายอย่าง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ, อัตราการเช่า, การเติบโตของค่าเช่า, ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสถานที่ และทำเล เป็นต้น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จึงถือได้ว่าสร้างกระแสเงินสดได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ และคาดเดาได้ไม่ยากนัก ทำให้ปันผลที่ได้จากกองทุนรวมสม่ำเสมอตามไปด้วย

อัตราเงินปันผลจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์กองหนึ่งในอดีต

ข้อดี : ได้ปันผลสม่ำเสมอ ข้อเสีย : ไม่มีการกระจายความเสี่ยง เมื่อเกิดวิกฤตอสังหาอาจขาดทุนหนักได้

กองทุนรวมตราสารหนี้

รายได้หลักของกองทุนตราสารหนี้คือดอกเบี้ยที่ได้รับจากการถือตราสารหนี้นั้นๆ และเนื่องจากเมื่อบริษัทล้มละลาย เมื่อมีการขายทรัพย์สินออกมาเป็นเงินสด ผู้ที่ได้รับเงินก้อนนั้นก่อนคือเจ้าหนี้บริษัท จากนั้นจึงจ่ายให้ผู้ถือหุ้นเป็นลำดับถัดไป การลงทุนในตราสารหนี้จึงมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง แต่ก็แลกมาด้วยผมตอบแทนที่ต่ำกว่ากองทุนปันผลประเภทอื่นๆมาก

อัตราเงินปันผลจากกองทุนรวมตราสารหนี้กองหนึ่งในอดีต

ข้อดี : ได้ปันผลสม่ำเสมอ, โอกาสขาดทุนต่ำ ข้อเสีย : อัตราปันผลต่ำ

แล้วจะลงทุนอย่างไรดี???

เมื่อการซื้อกองทุนรวมหุ้นซึ่งได้ผลตอบแทนมาก แต่ก็แลกมาด้วยความไม่สม่ำเสมอของเงินปันผล ในบางปีอาจได้ปันผลมาก หรือบางปีอาจไม่ได้ปันผลเลย แต่ถ้าลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ซึ่งมีความสม่ำเสมอ ก็ต้องใช้เงินลงทุนสูงกว่ากองทุนประเภทอื่นเพื่อให้ได้เงินปันผลที่เท่ากันเนื่องจากอัตราเงินปันผลต่ำ

*ดังนั้น การลงทุนเพื่อสร้างกระแสเงินสดจึงควรจะจัดเป็นพอร์ต ด้วยประโยชน์สองประการ คือ *

  • การปกป้องเงินต้น ไม่ลงทุนในสินทรัพย์เดียว ในกรณีที่สินทรัพย์ใดมีปัญหาชั่วคราว
  • การรักษาความสม่ำเสมอของเงินปันผล เนื่องจากหากในบางปีที่หุ้นมีการขาดทุนและไม่สามารถปันผลออกมา ก็ยังมีกองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองทุนตราสารหนี้ที่ยังสามารถจ่ายปันผลในปีเดียวกันได้

ขอตัวอย่างพอร์ตการลงทุนของ FINNOMENA เพื่อเน้นปันผลคือ NTER Global Income Focus หรือ NTER GIF ซึ่งมีการจัดพอร์ตเพื่อสร้างกระแสเงินสดจากสินทรัพย์ที่กล่าวมาข้างต้น โดยมีการรีวิวสินทรัพย์ที่คาดว่าจะให้ปันผลได้ทุกๆครึ่งปีหรือเมื่อมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง

ในปีที่แล้วถ้ามีการลงทุน 10 ล้านบาท จะได้รับกระแสเงินสดเฉลี่ย 38,000 บาท โดยแต่ละเดือนจะได้กระแสเงินสดไม่เท่ากัน (ขึ้นอยู่กับนโยบายเวลาการจ่ายปันผลของแต่ละกองทุน) โดยได้กระแสเงินสดน้อยที่สุดในเดือนพฤศจิกายนที่ 11,500 บาท และมากที่สุดที่เดือนตุลาคมที่ 61,600 บาท และยังมีกำไรจากการลงทุนด้วยอีก 458,200 บาท

ตัวอย่างการจัดพอร์ตกองทุนรวมเพื่อสร้างกระแสเงินสดแบบ NTER GIF

ที่มา : https://www.finnomena.com/eportal/

การลงทุนโดยเน้นวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างกระแสเงินสด เหมาะสำหรับบุคคลที่มีเงินก้อน และจำเป็นต้องใช้กระแสเงินสดในระยะเวลาที่ลงทุน ดังนั้น ความเสี่ยงจากการลงทุนในพอร์ตนี้ต้องอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลางเท่านั้น จึงควรปฏิบัติตามกฎ 3 ข้ออย่างเคร่งครัด คือ

  • ไม่ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงในสัดส่วนที่สูงเกินไป
  • กระจายการลงทุนไปยังหลากหลายสินทรัพย์
  • ทำการปรับสัดส่วนให้กลับมาเท่าต้นตั้งต้น (Rebalance) อย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละครั้ง

เท่านี้พอร์ตการลงทุนของท่านก็จะปลอดภัยจากตลาดที่ผันผวนได้ครับ

โดย ลงทุนกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...