โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หุ้นคืออะไร...หลักการออมในหุ้นทำยังไง ?

Stock2morrow

อัพเดต 21 พ.ย. 2561 เวลา 05.11 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2561 เวลา 05.03 น. • Stock2morrow
หุ้นคืออะไร…หลักการออมในหุ้นทำยังไง ?

หุ้นคืออะไร ทำไมต้องออมในหุ้น มีแค่เงินฝากไม่พอใช่ไหมหรือ หลักการของการออมในหุ้นทำยังไง ?

สมัยก่อน… คนมองว่าการนำเงินไปฝากธนาคารมันเสี่ยง มักจะนิยมเก็บไว้ที่บ้านน่าจะปลอดภัยกว่า เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่เสี่ยงเอาเงินมาฝากธนาคารก็จะมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยที่สูง อย่างเช่น ช่วงยุคก่อนปี 2540 อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณกว่า 10% !!

เช่น ถ้าคุณมีเงินฝากธนาคารอยู่ 1,000,000 บาท ที่อัตราดอกเบี้ย 12% เป็นเวลา 60 ปี เงินก้อนนั้นจะเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาท ! แล้วนี้คือพลังของอัตราดอกเบี้ยทบต้น 

แต่ในปัจจุบันนี้ดอกเบี้ยธนาคารอยู่ที่ 0.5 - 1 % เท่านั้น ดังนั้นการฝากธนาคารในยุคสมัยนี้จึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก แต่การลงทุนในหุ้น กลับน่าสนใจกว่า เพราะแค่ค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นปันผลเฉลี่ยอยู่ที่ 3% แล้ว 

หุ้นคืออะไร ?

หุ้นที่เรารู้จักกันดี ที่สามารถซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ ปกติบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ต้องการระดมเงินทุนจากประชาชน จะนำหุ้นออกมาแบ่งแล้วให้สิทธิแก้ผู้ถือหุ้น ร่วมเป็นเจ้าของบริษัทตามสัดส่วนที่ถือหุ้น โดยปกติผู้ถือหุ้นจะมีสิทธิออกเสียง และประชุมผู้ถือหุ้น รวมถึงได้รับประโยชน์จากเงินปันผล หรืออื่นๆ เช่น เพิ่มทุน ปันผลเป็นหุ้น เป็นต้น 

พูดง่ายๆ ว่า เราถ้าเป็นผู้ถือหุ้นมีสิทธิเป็นเจ้าของกิจการใหญ่ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มพลังงาน กลุ่มธนาคาร และกลุ่มสื่อสาร และอื่นๆ อีกมากมาย หรือบริษัทขนาดเล็ก-กลางที่กำลังจะเติบโต เราก็เปรียบเสมือนกับเป็นเจ้าของด้วยเช่นกัน 

หลักการออมในหุ้น ทำยังไงบ้าง เริ่มต้นจาก ?

1. หุ้นนั้นๆ ต้องเป็นเสมือน ที่ดินในทำเลดี คือ มีอนาคต ..ซื้อหุ้นดี ก็เหมือนซื้อที่ดิน

2. หุ้นนั้นๆ จะต้อง มีปันผลให้ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ และมากขึ้นเรื่อยๆ ตามการโตของกิจการ

3. เราจะต้องซื้อแล้วถือหุ้นนั้นๆ เสมือนเรามีดินทำเลดี ที่เราไม่อยากขายชั่วชีวิต คือ มองหุ้นเป็นห่านทองคำ ที่จะออกไข่ทองคำเลี้ยงเราจนตาย

4. เราควรซื้อหุ้นนั้นๆ ในเวลาที่เขามีวิกฤต และเป็นเวลาที่คนส่วนใหญ่ขายหุ้นนั้นๆ ซึ่งเราอาศัย Technical เรื่อง Overbought & Oversold ในภาพใหญ่แบบ Week หรือ Month ในการจับจังหวะในการเข้าซื้อ

5. การออมในหุ้นต้องรู้จักการลงทุนเป็น Portfolio เพื่อกระจายความเสี่ยง ..ห้ามทุ่มซื้อหุ้นตัวเดียว

6. นักลงทุนระยะยาว แนวออมในหุ้นมีเวลาเป็นเพื่อน เพราะยิ่งลงทุนยาว ก็ยิ่งขจัดความผันผวน และให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นไปอีก (ระยะสั้นราคาอาจผันผวนขึ้นลงเกิน 50% แต่ในระยะยาวหุ้นดีจะโตสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงซึ่งโตหลายสิบเท่า หรือหลายร้อยเท่าตัว จากจุดเริ่มต้น)

7. คนที่ออมในหุ้น ต้องเป็นคนที่เห็นโอกาสในวิกฤตได้ เพราะถ้าหุ้นไม่ได้เกิดวิดฤต ก็ไม่มีทางที่จะซื้อหุ้นนั้นในราคาถูกได้ (No Free Lunch in real world)

8. คนที่ออมในหุ้นจะต้องไม่พยายามซื้อถูกที่สุด เพราะในโลกนี้ไม่มีถูกที่สุด การอยากซื้อถูกที่สุดจะไม่เคยได้ซื้อ

9. การเริ่มลงทุนต้องเริ่มวันนี้เลย ไม่สำคัญว่ามากหรือน้อย แต่ต้องเริ่มเลย เหมือนเล่นกีฬา เราจะรอให้เขาคัดตัวทีมชาติสัปดาห์หน้า แล้วจะเริ่มหัดเล่นสัปดาห์นี้ คงไม่สามารถประสบความสำเร็จในการติดทีมชาติ เราจึงต้องก้าวเข้าสู่ตลาดวันนี้เลยเพื่อเตรียมความพร้อมของจิตใจเพื่อการลงทุนรอโอกาสที่ยิ่งใหญ่

10. กฎเหล็กของการรวยจากหุ้นคือ อยู่ในตลาดนานพอ นั่นคือ อย่างน้อยต้องอยู่ในตลาดหุ้นให้ครบ 10 ปี แม้ว่าจะล้มตลอดเวลา เพราะคุณจะเห็นรอบของหุ้นแบบ 'เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปของหุ้นทุกตัว' และจะเข้าใจแก่นแท้ของตลาด จนสามารถชนะตลาด ก็คือชนะใจตัวเองแล้วรวยจากการออมในหุ้นได้"

-------------------------------------

stock2morrow สรุปแนวคิดสำคัญของหุ้น ทั้งเรื่อง หุ้นคืออะไร และหลักวิธีการออมหุ้นทำยังไงบ้าง หวังว่านักลงทุนมือใหม่จะเข้าใจการลงทุนดียิ่งขึ้น และขอแนะนำเพื่อนๆ มือใหม่ มาเรียนหุ้นกับหลักสูตรรุ่นสุดท้ายที่สอนโดยแพ้ท ภาววิทย์ ที่จะสอนแนวคิด และเครื่องมือการลงทุน เพื่อออมหุ้นให้พอร์ตเติบโตต่อไปได้ในระยะยาว >>>

มือใหม่เข้าใจหุ้น by ภาววิทย์

เรียนหุ้น

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

LINE@stock2morrow

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...