โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Peloton ฟิตเนสยูนิคอร์น กับปัญหาด้านความปลอดภัย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 พ.ค. 2564 เวลา 06.58 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2564 เวลา 08.45 น.
FILE PHOTO : onepeloton.com /

คอลัมน์ TECH TIMES มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

จากฟิตเนสสตาร์ตอัพที่มาแรงที่สุดในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา วันนี้ Peloton กำลังเผชิญปัญหารุมเร้าทำให้ภาพลักษณ์และราคาหุ้นตกต่ำลงเรื่อย ๆ หลังมีเหตุการณ์เด็กเสียชีวิตจากการเข้าไปติดใต้ลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่น Tread+ เมื่อมี.ค ที่ผ่านมา

คณะกรรมการด้านความปลอดภัยของสินค้าเพื่อผู้บริโภค (CPSC) นำเรื่องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนจนนำมาสู่การประกาศแจ้งเตือนผู้บริโภคที่มีเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงให้หยุดใช้เครื่องวิ่งของ Peloton หลังได้รับรายงานอาการบาดเจ็บจากเครื่องวิ่ง 39 ราย

แทนที่จะแก้ไข Peloton กลับยืนยันกับลูกค้าว่าไม่จำเป็นต้องบ้าจี้หยุดใช้ตามคำเตือนของ CPSC แค่ใช้งานตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยของบริษัทก็พอแล้ว โดยหนึ่งในคำแนะนำคือ ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 รวมทั้งสัตว์เลี้ยง เข้าใกล้เครื่องวิ่งโดยเด็ดขาด และทุกครั้งที่ใช้เสร็จ ควรดึงกุญแจ ออกเพื่อหยุดการทำงานของตัวเครื่อง

แต่หลังเล่นบทแข็งกร้าวตอบโต้ผู้คุมกฎได้ไม่กี่วัน หลัง CPSC รวบรวมเคสความเสียหายที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้เครื่องวิ่งเพิ่มขึ้นเป็น 72 ราย (29 เคสเกิดในเด็กเล็กมีทั้งกระดูกหักและแผลถลอก) บริษัทก็กลับลำ โดยซีอีโอจอห์น โฟลีย์ ออกมาขอโทษพร้อมยอมรับผิดที่ไม่ฟังคำเตือนของ CPSC บริษัทยังเรียกคืนเครื่องวิ่งเจ้าปัญหาทั้งรุ่นพรีเมี่ยม Tread+ (ราคา 4,295 เหรียญ ) และรุ่น Tread (2,495 เหรียญ) กว่า 125,000 เครื่อง

โฟลีย์ยังบอกด้วยว่า บริษัทจะร่วมมือกับ CPSC อย่างเต็มที่เพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่ด้านความปลอดภัย กลุ่มปกป้องสิทธิผู้บริโภคอย่าง Consumer Reports อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า ระหว่างที่บริษัทกระบิดกระบวนกว่า 2 อาทิตย์ หลังได้คำเตือนทำให้ผู้บริโภคเสี่ยงกับโอกาสที่จะได้รับบาดเจ็บไปเท่าไหร่

รายงานของ The US National Institutes of Health ปี 2014 ระบุว่า มีเด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบ กว่า 25,000 คนที่ได้รับบาดเจ็บจากเครื่องออกกำลังกายต่อปี โดยลู่วิ่งไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ออกกำลังที่เป็นต้นเหตุของการบาดเจ็บมากที่สุด แต่ละปีมีคน 46,000 คน บาดเจ็บจากลู่วิ่ง

ในปี 2019 CPSC รายงานว่า แผนกผู้ป่วยฉุกเฉินในอเมริกาต้องรับรักษาอาการบาดเจ็บของเด็กอายุต่ำกว่า 8 ขวบ ที่เกี่ยวข้องกับลู่วิ่งเฉลี่ยปีละ 2,000 ราย Peloton เป็นฟิตเนสสตาร์ตอัพระดับยูนิคอร์นที่มีค่าตัวกว่า 4 พันล้านเหรียญก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดปี 2019

และเป็นบริษัทแรกที่ผลิตเครื่องวิ่งที่มีหน้าจอเชื่อมต่อกับคลาสออกกำลังกายออนไลน์ บริษัทยังมีบริการรายเดือนที่ให้สมาชิกเข้าร่วมคลาสเรียนออนไลน์กับเทรนเนอร์ชั้นนำ เหตุผลที่ทำให้ Peloton โดดเด่นและแตกต่าง คือ ไม่จำกัดตัวเองว่าเป็นแค่บริษัทขายอุปกรณ์ฟิตเนส

Peloton ทำตัวเหมือน Amazon แห่งวงการฟิตเนสที่ดูแลตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ผลิตฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ คอนเทนต์ (ภาพคมชัดระดับ HD ถ่ายในสตูดิโอแบบมืออาชีพ มีดนตรีประกอบขั้นเทพ) ไปจนถึงการส่งมอบสินค้าและบริการหลังการขายอย่างมืออาชีพ

ท็อปฟอร์มสุด ๆ ช่วงโควิดระบาด มีสมาชิกราว 1.4 ล้านคนทั่วโลก แต่ปัญหาเรื่องความปลอดภัยจนต้องเรียกคืนสินค้ากดดันราคาหุ้นอย่างหนัก ล่าสุดร่วงไปแล้ว 12% ต่ำสุดในรอบ 7 เดือน

นักวิเคราะห์ของ The Motley Fool เดวิด เจกิวสกี้ เคยให้ความเห็นว่า โมเดลธุรกิจที่เน้นขายเครื่องราคาแพงแถมลูกค้ายังต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน on top อีก ไม่น่าเป็นโมเดลที่ยั่งยืน แน่นอนว่าช่วงล็อกดาวน์คนอาจไม่มีตัวเลือกมากนัก ทำให้ Peloton เป็นที่นิยมยอดขายพุ่งจาก 694 ล้านเหรียญ เป็น 1.8 พันล้านเหรียญ ปลายปี 2020 แต่ดูผลประกอบการดี ๆ จะพบว่ากำไรแค่ 5.6%

ยิ่งกว่านั้น เมื่อทางการเร่งเปิดเมืองหลังมีวัคซีนโควิด ความนิยมก็อาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ไม่รวมคดีที่ค่ายเพลงและศิลปินรวมตัวกันฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกว่า 300 ล้านเหรียญ ฐานที่เอาเพลงมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตอีก จึงไม่แปลกที่หุ้นของ Peloton ร่วงลงมาแล้วกว่า 35% ในช่วงไม่กี่เดือนแรกของปี 2021 เมื่อประกอบกับข่าวการเรียกคืนสินค้าและข้อกังขาเรื่องความปลอดภัยของสินค้าก็ยิ่งทำให้อนาคต Peloton ไม่สดใสดังที่เคย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...