โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฟชั่น บิวตี้

#โกนขนแล้วตุ่มขึ้น! 10 สูตรง่ายๆ ช่วยลด 'ขนคุด' บนผิวหนัง ให้ผิวนุ่มเนียน ใครก็อยากลูบไล้ ❤

SistaCafe

อัพเดต 31 ส.ค. 2562 เวลา 01.28 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2562 เวลา 07.10 น. • Mollacake

 

ฮึบๆ ออกมาซักทีสิว้าาา

ไฮค่าาา สาวๆ SistaCafeที่เลิฟ~~
กลับมาเจอกันอีกแล้วกับหมวดความงาม!!! พวกเธอเคยสังเกตกันไหมว่า ทำไมทุกครั้งหลังโกนขน ( จะใช้มีดโกน หรือแว็กซ์ก็สุดแล้วแต่ ) 1-2 สัปดาห์ผ่านไป จะเริ่มมีตุ่มดำๆ นูนๆ ขึ้นที่ผิวส่วนนั้น พอใช้แว่นขยายส่อง มันไม่ใช่สิวเด้อ! แต่เป็นเส้นขนขดเป็นวงๆ ไม่ยอมแทงขึ้นมาสู่โลกภายนอก เอ้องง ทำไมล่ะ!? นี่แหละค่ะที่เขาเรียกว่า ' ขนคุด ' บางคนมือซนเอาแหนบไปขุดๆ คุ้ยๆ ขนออกมา ผิวอักเสบเลือดออกไปเลยจ้า ลาก่อนขาสั้น ลาก่อนบิกินี่ ;___; 
สาเหตุหลักๆ ของขนคุดคือ ผิวส่วนนั้นไม่ได้ผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออก ทำให้รูขุมขนมีสิ่งสกปรก ( หรือเซลล์ผิวเก่านั่นแหละ ) อุดตัน จนขนใหม่แทงขึ้นมาไม่ได้นั่นเอง ทั้งคัน ทั้งแสบแดงแบบนี้ เราจะปล่อยไว้ไม่ได้!! วันนี้เราเลยมีสูตรแก้ขนคุดมานำเสนอ เบาๆ ง่ายๆ ทั้งหมด 10 สูตร วัตถุดิบหาไม่ยาก ทำง่ายไม่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญใดๆ รับรองว่ามีขนคุดน้อยลงชัวร์!! พร้อมแล้วก็เลื่อนลงมาอ่านเลยจ้าา

1. น้ำมันชาเขียว ( Tea Tree Oil )

ถ้าพูดถึง ' ทีทรีออยล์ ' เชื่อว่าคนเป็นสิว หรือมีปัญหาผิวใดๆ ย่อมรู้จัก เพราะเขาถือเป็น Essential Oil ตัวท็อปในการฮีลผิว ทำให้ผิวส่วนนั้นสุขภาพดี เรียบเนียน ลดการอักเสบ แก้ปัญหารูขุมขนอุดตัน แค่ทาออยล์ลงไป รูขุมขนบริเวณนั้นจะคลายลง ทำให้เส้นขนแทงขึ้นมาจากใต้ผิวได้ง่ายขึ้น ไม่ติดเชื้อ ไม่มีแบคทีเรีย จึงช่วยลดขนคุดได้ดีสุดๆ เลยล่ะค่ะ
วัตถุดิบ
> ทีทรีออยล์ 2-3 หยด
> น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ> ผสมออยล์สองชนิดเข้าด้วยกัน แล้วทาบริเวณที่มีขนคุด นวดวนเป็นวงกลม 1-2 นาที ทิ้งไว้ 10-12 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
ควรทำบ่อยแค่ไหน? : 2 ครั้ง / วัน

2. น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil )

ขึ้นชื่อว่า ' มะพร้าว ' แทบเอามาใช้ประโยชน์ได้ทุกอย่าง ทั้งเป็นอาหาร ขนม เครื่องดื่มแสนอร่อย นำไปทำสกินแคร์ก็เริ่ด กลิ่นก็หอม โดยเฉพาะน้ำมันมะพร้าว ที่นำไปหมักได้แทบทุกส่วนของร่างกาย เพื่อผิวนุ่มเนียน โกลว์วิบวับ เพราะน้ำมันมะพร้าวมีกรดไขมันสูง ซึ่งช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียได้ดี และยังลดการอักเสบ ความเจ็บปวดของผิว ปลอบประโลมผิว ลดขนคุดได้ค่ะ
วัตถุดิบ
> น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ ( ไม่ขัดสี )
> กระดาษทิชชู่
วิธีทำ
> ทาน้ำมันมะพร้าวที่บริเวณขนคุด ทิ้งไว้ 15-20 นาทีแล้วเช็ดออกด้วยกระดาษทิชชู่ที่สะอาด
ควรทำบ่อยแค่ไหน? : 3 ครั้ง / วัน

3. น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ล ( Apple Cider Vinegar )

นอกจากจะเป็นวัตถุดิบลดน้ำหนักยอดฮิต ของคนไดเอทแบบคีโตเจนิก ( ketogenic diet ) แล้ว ' น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ล ' ก็ยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ต้านเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติ ผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายออก ทำให้รูขุมขนตามผิวไม่อุดตัน จึงลดการเกิดขนคุดได้เยอะอย่างมีนัยสำคัญ ใช้เพียวๆ ไม่ต้องผสมอะไรทั้งสิ้น จะทำยังไง ไปดู!
วัตถุดิบ
> น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ล
> สำลีก้อน
วิธีทำ
> จุ่มสำลีก้อนในน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ล ทาบริเวณที่มีขนคุด ทิ้งไว้ 15-20 นาที ให้แห้งสนิท แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
ควรทำบ่อยแค่ไหน? : 2-3 ครั้ง/ วัน
คำเตือน : ถ้าเธอมีผิวแพ้ง่าย ให้นำไปเจือจางก่อน โดยละลายกับน้ำในอัตราส่วน 1:1 แล้วค่อยทาบนผิวหนังนะคะ

 

4. วิทช์ฮาเซล ( Witch Hazel )

สาวๆ สายบิวตี้ยุคนี้ น่าจะเคุ้นชื่อส่วนผสม ' witch hazel ' ในสกินแคร์ต่างๆ เป็นอย่างดี เพราะคุณสมบัติเด่นๆ ของเขาคือช่วย calm ผิว ให้ไม่อักเสบ ระคายเคือง ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียและสมานแผลได้ดี จึงเหมาะกับการทาผิวหลังโกนขนใหม่ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้รูขุมขนติดเชื้อ จนเกิดขนคุดในภายหลัง ถ้าไม่อยากนั่งกลุ้มกับตุ่มนูนดำหลังโกนขนอีกต่อไป ก็ลองใช้กันดูนะคะ!!
วัตถุดิบ
> วิทช์ฮาเซลสกัด
> สำลีก้อน
วิธีทำ
> หลังโกนขนแล้ว จุ่มสำลีในน้ำวิทช์ฮาเซล แล้วปาดบนผิวบริเวณที่เพิ่งโกนเสร็จใหม่ๆ แล้วทาครีมบำรุงต่อ โดยไม่ต้องล้างออก
ควรทำบ่อยแค่ไหน? : ทุกครั้งหลังโกนขน

 

5. ยาแอสไพริน

เรามักจะคุ้นชื่อยา ' แอสไพริน ' ในคุณสมบัติแก้ปวดหัวซะส่วนใหญ่ แต่ที่จริงมันมีประโยชน์มากกว่านั้น! เช่น ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว ทำหน้าที่เสมือนสครับตามธรรมชาติ เปิดรูขุมขนที่อุดตัน จึงช่วยลดขนคุดได้ตามธรรมชาติ แต่ถ้าใช้ยาเพียวๆ อาจจะเป็นผงแป้ง ใช้ยากเกินไป จึงควรนำไปผสมกับน้ำผึ้ง เพื่อให้เป็นเนื้อครีมที่ใช่ง่ายขึ้น แถมช่วยบำรุงผิวด้วยน้า _
วัตถุดิบ
> ยาแอสไพริน 1-2 เม็ด
> น้ำเปล่า 1-2 ช้อนโต๊ะ
> น้ำผึ้ง 2-3 หยด
วิธีทำ
> นำเม็ดยาแอสไพรินไปแช่น้ำจนละลายเป็นก้อนนิ่ม แล้วกวนให้เป็นเนื้อครีมเหนียวๆ เติมน้ำผึ้งลงไปผสมให้เข้ากัน ทาบริเวณที่มีขนคุดให้ทั่ว ทิ้งไว้ให้แห้ง 10 นาทีแล้วล้างออก ผึ่งให้แห้ง
ควรทำบ่อยแค่ไหน? : 2 ครั้ง/ สัปดาห์

   

6. ผ้าอุ่น

สาวๆ บางคนอาจงงว่า แค่เอาผ้าชุบน้ำอุ่นมาวางบนผิวเนี่ยนะ จะลดขนคุดได้?? ก็ต้องตอบเลยว่ามันช่วยจริงเด้อ! เพราะความร้อนจากผ้า จะทำให้เส้นขนดันออกมาจากใต้ผิวได้ง่ายขึ้น ยิ่งทำซ้ำๆ ยิ่งช่วยลดการเกิดขนคุด ผิวหนังเรียบเนียนขึ้น หรือถ้ารอให้ขนแทงขึ้นมาเองไม่ไหว แนะนำให้ใช้แหนบถอนควบคู่ไปด้วย แต่ต้องให้ขนแทงขึ้นมานิดๆ ก่อนนะ อย่าใช้แหนบจิก หรือขุดลงไป จะยิ่งทำให้ผิวอักเสบ เสี่ยงเป็นขนคุดซ้ำที่เดิมด้วยจ้า! โดยใช้เป็น ' ผ้าขนหนู ' จะได้ผลดีที่สุดค่ะ
วัตถุดิบ
> ผ้าขนหนูเนื้อนิ่ม
> น้ำอุ่น
วิธีทำ
> นำผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นให้ชุ่ม บิดน้ำออกพอหมาดๆ แล้วนำไปประคบบริเวณที่มีขนคุด 2-3 นาที
ควรทำบ่อยแค่ไหน? : 2-3 ครั้ง ในระหว่างวัน หรือทำจนกว่าเส้นขนจะยื่นออกมาให้แหนบถอนได้

7. น้ำส้มสายชู

คนส่วนใหญ่มักนำ ' น้ำส้มสายชู ' ไปปรุงหรือหมักอาหารให้อร่อยยิ่งขึ้น แต่จริงๆ เขาก็มีประโยชน์กับผิวเหมือนกันนะ! เพราะน้ำส้มสายชูเป็นกรด จึงช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า เปิดรูขุมขนที่อุดตันออก จึงทำให้ขนคุดลดลง เส้นขนโผล่พ้นใต้ชั้นผิวออกมาได้ง่ายขึ้น แถมยังป้องกันผิวหนังติดเชื้อด้วยค่ะซิส #ลองดูแล้วจะติดใจ
วัตถุดิบ
> น้ำส้มสายชูขาว 1 ส่วน
> น้ำเปล่า 1 ส่วน
> ผ้าเช็ดปากผืนเล็ก
วิธีทำ
> ผสมน้ำส้มสายชูและน้ำเปล่าเข้าด้วยกัน นำผ้าเช็ดปากจุ่มลงไปให้ชุ่ม บิดพอหมาดๆ แล้วนำไปประคบบริเวณที่มีขนคุด 5-7 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
ควรทำบ่อยแค่ไหน? : 2 ครั้ง/ วัน

  

8. เกลือ

เค็มแต่ดี! สโลแกนแบรนด์ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่า ' เกลือ ' เป็นวัตถุดิบที่ดีมากๆ หากใช้อย่างถูกวิธี ทั้งเติมรสชาติให้อาหาร และตัวเกลือเพียวๆ ยังนำมาเป็นสครับผลัดเซลล์ผิว กำจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว รูขุมขนไม่อุดตัน จึงทำให้ลดการเกิดขนคุดด้วย และยังมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย และลดการอักเสบตามธรรมชาติด้วยเด้อ! รออะไร หยิบเกลือในครัวมาลดขนคุดกันเลยดีกว่า
วัตถุดิบ
> เกลือ 2 ช้อนชา
> น้ำเปล่า 1 ถ้วย
> สำลีก้อน
วิธีทำ
> ใส่เกลือลงไปในน้ำ ผสมให้เข้ากัน นำสำลีลงไปชุบให้ชุ่ม แล้วนำสำลีไปถูบริเวณที่มีขนคุด ทิ้งไว้ให้แห้ง 2-3 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
ควรทำบ่อยแค่ไหน? : 2 ครั้ง/ วัน

9. สครับน้ำตาล

รู้สึกไหมว่าทำไมผิวดูหมองคล้ำ เหมือนมีขี้ไคลตลอดเวลาทั้งที่อาบน้ำทุกวัน นั่นเพราะเธอไม่สครับผิวยังไงล่ะคะซิส! การผลัดเซลล์ผิว เป็นสิ่งจำเป็นมากถ้าอยากผิวใส แถมช่วยลดขนคุดได้ดี เพราะเนื้อสครับจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันตามรูขุมขนออกมา ทำให้เส้นขนเติบโตได้ตามธรรมชาติ ซึ่งสครับที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดก็คือ ' สครับน้ำตาล ' นั่นเอง ทำง่ายด้วย ทำยังไงไปดูกัน!
วัตถุดิบ
> น้ำตาลทรายขาว / น้ำตาลทรายแดง 1 ถ้วย
> น้ำมันมะกอก / โจโจ้บาออยล์ 1/2 ถ้วย
> ทีทรีออยล์ 2-3 หยด ( ใส่หรือไม่ก็ได้ )
> น้ำมันลาเวนเดอร์ 2-3 หยด ( ใส่หรือไม่ก็ได้ )
วิธีทำ
> ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ขัดบริเวณที่มีขนคุด นวดเบาๆ วนเป็นวงกลมนาน 2-3 นาที ทิ้งไว้ 1-2 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด ผึ่งให้แห้ง แล้วทาครีมบำรุงต่อได้เลย
ควรทำบ่อยแค่ไหน? : 2 ครั้ง/ สัปดาห์

 

10. น้ำผึ้ง

นอกจากรสชาติที่หวาน หอม อร่อย เหมาะกับการไปทำขนม หรือเครื่องดื่มแล้ว ' น้ำผึ้ง ' ยังมีประโยชน์ต่อผิวตั้งแต่ยุคโบราณ เพราะมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ทำให้ผิวนวลเนียนตามธรรมชาติทั้งยังช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย จึงทำให้ขนคุดไม่อักเสบ ลดโอกาสเป็นขนคุดน้อยลงด้วยค่ะซิส __
วัตถุดิบ : น้ำผึ้ง 100%
วิธีทำ
> ทาน้ำผึ้งบางๆ ให้ทั่วบริเวณที่มีขนคุด ทิ้งไว้ให้แห้ง 10-12 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
ควรทำบ่อยแค่ไหน? : 2 ครั้ง/ วัน

-----------------
ถ้าเรารู้ต้นเหตุแล้ว ก็แค่แก้ที่ต้นตอนั้น! ที่จริงขนคุดก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอะไร ใครๆ ที่เคยกำจัดขนต้องเคยเป็นทั้งนั้น เพราะบางครั้งเราก็ไม่ได้มีเวลามาสครับผิวตลอด หรือบางทีร่างกายก็แค่ทำงานผิดพลาด ทำให้มีตุ่มนูนๆ ดำๆ มาให้กวนใจ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลร้ายแรงอะไรต่อชีวิต บางครั้งมันก็หายไปเองได้
แต่เป็นผู้หญิงอะเนาะ ก็ต้องดูแลผิวให้ดีที่สุด จะได้พร้อมโชว์ผิวทุกวัน อย่าปล่อยให้ขนคุดบวมแดงเกินเยียวยา ฮีลผิวด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ สครับผิวบ้าง รักษาความสะอาด ทำต่อเนื่องเป็นประจำ ผิวสวยเรียบเนียนได้แน่นอนน้า ^^ ส่วนวันนี้ขอตัวลาไปก่อนแล้วจ้า ขอไปขัดผิวบ้างละ บ๊ายบายยย 

ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ SistaCafe Facebook
SistaCafe เว็บไซต์รวบรวมบทความสำหรับผู้หญิง https://sistacafe.com
♥ ดาวน์โหลด App SistaCafe ฟรีได้แล้ววันนี้! ♥
iOS : AppStore
Android : PlayStore

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...