โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวบ้านเก็บ‘ลูกกระบก’ผลไม้ป่าที่‘วัว’สำรอกออกมา สร้างรายได้กิโลละ100-200บาท

แนวหน้า

เผยแพร่ 17 พ.ย. 2563 เวลา 06.51 น.

17 พ.ย.63 นายไพรัตน์ เชื้อบุญมี ผู้ใหญ่บ้านบุ่ง ตำบลนาแห้ว จังหวัดเลย กล่าวว่า หมากกระบกหรือลูกกระบก นั้นซึ่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เป็นไม้ผลัดใบ ทรงเรือนยอดเป็นพุ่มแน่นทึบ มีความสูงของต้นประมาณ 10-30 เมตร ลำต้นเปลา เปลือกต้นมีสีเทาอ่อนปนสีน้ำตาลค่อนข้างเรียบ โคนต้นมักขึ้นเป็นพูพอน เจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินทุกชนิด ในที่กลางแจ้ง ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด มีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ ตามป่าดิบแล้ง ป่าชายหาด ป่าเบญจพรรณ ป่าหญ้า และป่าแดง

 

 

นายไพรัตน์ กล่าวอีกว่า ลูกกระบกที่วัวกินบนภูเขาในอำเภอนาแห้วนั้น ซึ่งหลังจากกินแล้วไปอยู่ในท้องสักพักใหญ่หนึ่ง จากนั้นมันย่อยเอาเปลือกสีเขียว และทำการสำรอกหรือขย่อนออกมาเป็นเม็ด ในช่วงที่นอนเล่นอยู่ในป่า ในช่วงก่อนนอนหรือช่วงที่พักผ่อน ลูกกระบกนั้น ไปอยู่ในกระเพาะอาหารของวัวอยู่ช่วงหนึ่ง จากนั้นจะสำรอกออกมาเป็นกองกอง กองละ 30-50 เมตร ตามบริเวณที่นอนวัว หรือในป่าที่มีชาวบ้านเลี้ยงไว้

 

 

สำหรับลูกกระบกนั้น จะอยู่ตามป่าในอำเภอนาแห้วในหลายๆพื้นที่ ซึ่งในป่าชุมชนภูค้อนั้นจะมีอยู่ประมาณ 100-150 ต้น ทำให้วัวที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ชอบกินเป็นอย่างมากเป็นเสมือนอาหารว่าง

นายไพรัตน์  กล่าวต่ออีกว่า สำหรับเมล็ดกระบกนั้น หลังจากวัวสำรอกออกมาเป็นกองๆ ชาวบ้านในหมู่ก็จะขึ้นภูเขา เข้าป่าไปหาเมล็ดกระบกที่วัวนั้น สำรอกออกมา นำมากะเทาะเปลือก เพื่อนำไปกินและจำหน่าย ซึ่งแต่ละวันในช่วงนี้สามารถหาและนำลงมาได้หลายกิโลกรัม ซึ่งอาจจะนำมาขายสดในราคากิโลกรัมละ 50-70 บาท หรือนำไปคั่วให้สุก และนำไปจำหน่ายในกิโลกรัมละ 100-200 บาท เพราะเป็นอาหารป่า รสชาติมัน กรอบอร่อย รสชาติของกระบกจะมันกรอบอร่อยเหมือนกับแมคคานิเมียเลยทีเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...