โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข่าวปลอม อย่าแชร์! เมื่อเกิดรอยฟกช้ำใช้ยาหม่องทาได้

สวพ.FM91

อัพเดต 26 ก.พ. 2564 เวลา 02.06 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. 2564 เวลา 02.06 น.

ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง เมื่อเกิดรอยฟกช้ำใช้ยาหม่องทาได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ
จากที่มีการแนะนำให้ใช้ยาหม่องทาเมื่อเกิดรอยฟกช้ำนั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ชี้แจงว่า ไม่ควรทายาหม่องบริเวณที่เกิดรอยฟกช้ำ เพราะยาหม่องทำให้เกิดความร้อนบริเวณที่ทากระตุ้นให้หลอดเลือดขยายตัวมากขึ้น และทำให้เลือดมารวมตัวกันมากขึ้น อาการฟกช้ำจึงแย่ลง
โดยรอยฟกช้ำ มีสาเหตุมาจาก ร่างกายได้รับแรงกระแทก เช่น ถูกชน ถูกตี ทำให้หลอดเลือดแตก และขยายตัว ทำให้มีเลือดมาเลี้ยงยังบริเวณที่ถูกกระแทก เกิดเลือดคั่งใต้ผิวหนังปรากฏเป็นรอยฟกช้ำ ซึ่งเมื่อเกิดอาการปวด บวม ฟกช้ำ การปฐมพยาบาลอย่างถูกวิธีจะช่วยให้อาการดีขึ้นได้ โดยปฏิบัติตนดังนี้
1. 48 ชั่วโมงแรก ประคบด้วยน้ำเย็น หรือประคบด้วยน้ำแข็ง 2-3 ครั้ง ครั้งละ 15-30 นาที
2. เมื่อพ้น 48 ชั่วโมงแล้ว ประคบร้อนต่อ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 15 นาที โดยอาการจะค่อยๆดีขึ้น และหายเองได้ภายใน 2 สัปดาห์
ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หรือโทร 1556
บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ไม่ควรทายาหม่องบริเวณที่เกิดรอยฟกช้ำ เพราะยาหม่องทำให้เกิดความร้อนบริเวณที่ทากระตุ้นให้หลอดเลือดขยายตัวมากขึ้น และทำให้เลือดมารวมตัวกันมากขึ้น อาการฟกช้ำจึงแย่ลง
หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข
 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...