โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฮ่องกง เปิดตัว ตู้ฆ่าเชื้อ 40 วิ สะอาดตั้งแต่หัวจรดเท้า

BRIGHTTV.CO.TH

เผยแพร่ 27 เม.ย. 2563 เวลา 09.57 น. • Bright Today

ท่าอากาศยานฮ่องกงนำเทคโนโลยีฆ่าเชื้อโรคใหม่ล่าสุด อย่าง ตู้ฆ่าเชื้อ ตั้งแต่หัวจดเท้าและหุ่นยนต์ทำความสะอาด ในสนามบินฮ่องกง

ตู้ฆ่าเชื้อโรค ดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับตู้โทรศัพท์ขนาดที่ผู้ใช้สามารถเข้าไปยืนอยู่ภายในและสั่งการให้อุปกรณ์นี้ดำเนินการฆ่าเชื้อโรคสำเร็จภายใน 40 วินาที

ผิวด้านในของตู้เคลือบด้วยยาต้านจุลชีพซึ่งสามารถฆ่าไวรัสและแบคทีเรียจากร่างกายมนุษย์และเสื้อผ้าจากระยะไกล โดยใช้เทคโนโลยีการเร่งปฏิกิริยาด้วยแสงและ “เข็มนาโน”

นอกจากนี้ สนามบินนานาชาติฮ่องกงเป็นสนามบินแห่งแรกของโลกที่ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกเช่นนี้ โดยตู้ดังกล่าวถูกใช้โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ปฏิบัติงานด้านการกักกันในสนามบิน

หุ่นยนต์ทำความสะอาดอัตโนมัติถูกนำมาใช้เพื่อสร้างความมั่นใจว่า การฆ่าเชื้อในพื้นที่สาธารณะและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสารที่สนามบินจะถูกดำเนินการอย่างทั่วถึงทุกซอกทุกมุม

หุ่นยนต์ทรงกระบอกซึ่งติดตั้งเครื่องฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตราไวโอเลตและเครื่องฆ่าเชื้อโรคในอากาศทำงานตลอดเวลาในห้องน้ำสาธารณะและพื้นที่ปฏิบัติการสำคัญในอาคารผู้โดยสาร ซึ่งการท่าฯ ให้ข้อมูลว่าหุ่นยนต์ตัวนี้สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระและฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้สูงถึงร้อยละ 99.99 ในบริเวณใกล้เคียง รวมถึงในอากาศและบนพื้นผิวของวัตถุต่างๆ ในเวลาเพียง 10 นาที

การท่าอากาศยานฮ่องกง ยังทำการทดสอบนำร่องในการใช้ยาต้านจุลชีพที่สิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารทุกจุด เช่น เคาน์เตอร์เช็คอิน รถเข็นกระเป๋าสัมภาระ และปุ่มลิฟต์ โดยหลังเสร็จสิ้นการทดลองใช้ในในเดือนพฤษภาคม การท่าฯ จะพิจารณากานำวิธีดังกล่าวไปใช้เป็นมาตรการฆ่าเชื้อโรคในระยะยาว

ภาพ : China Xinhua News

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...