โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อุดหนุนราคาน้ำมันอย่างมีขอบเขต

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2561 เวลา 13.30 น.

บทบรรณาธิการ

แม้ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบในตลาดโลกจะลดความร้อนแรงลงเหลือ 73.39 เหรียญ/บาร์เรล หลังจากที่เคยพุ่งทะยานขึ้นไปถึง 77.05 เหรียญ/บาร์เรลในกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่นักวิเคราะห์ด้านพลังงานก็ยังคงทำนายว่า ราคาน้ำมันดิบยังคงเคลื่อนไหวในเกณฑ์สูง หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บริษัทไทยออยล์ คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส กับน้ำมันดิบเบรนต์ จะเคลื่อนไหวระหว่าง 65-70 เหรียญ และ 74-79 เหรียญ/บาร์เรล ตามลำดับ

ราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในเกณฑ์สูงย่อมส่งผลกระทบกับราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการผลิตและขนส่งสินค้า หรือพูดง่าย ๆ ว่า ยิ่งน้ำมันแพงขึ้นเท่าไร สินค้าก็จะต้องปรับขึ้นราคาตามไปเท่านั้น

ท่ามกลางเสียงโจมตีรัฐบาลที่ปล่อยให้ราคาน้ำมันขยับขึ้นสูง กระทรวงพลังงานในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลด้านพลังงานของประเทศ ได้ออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตราคาน้ำมันทันที

ด้วยการตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไว้ไม่ให้เกินกว่า 30 บาท/ลิตร โดยใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาอุดหนุนในระหว่างที่รอการผลิตและจำหน่ายน้ำมันดีเซลเกรดพิเศษ (B20) ที่มีราคาขายต่ำกว่าน้ำมันดีเซลเกรดปกติถึง 3 บาท/ลิตร

ทว่าหากในช่วงนี้น้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นกว่า 80 เหรียญ/บาร์เรล กระทรวงพลังงานก็จะให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงออกมาอุดหนุนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยกองทุนจะจ่ายเงินลดภาระให้ครึ่งหนึ่ง หรือ 50% ของราคาน้ำมันขายปลีกที่จะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนอีกครึ่งหนึ่งของราคาที่เพิ่มขึ้นหรืออีก 50% ที่เหลือประชาชนจะต้องเป็นผู้รับภาระเอง

พร้อมทั้งยังให้ข้อมูลอีกด้วยว่า กรณีที่ราคาน้ำมันดิบ (เบรนต์) ขยับสูงขึ้นไปอีกถึง 90 เหรียญ/บาร์เรล ซึ่งหมายถึงราคาน้ำมันดีเซลอ้างอิงตลาดอาเซียนจะเพิ่มขึ้นเป็น 105 เหรียญ/บาร์เรล หรือทอนกลับมาเป็นราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลสูงทะลุ 30 บาท/ลิตรนั้น เงินคงเหลือของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 30,000 ล้านบาท จะรับภาระอุดหนุนราคาน้ำมันภายในประเทศ (ตามสูตร

50/50) ได้ไม่เกิน 10 เดือนเท่านั้น

เท่ากับว่า มาตรการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตราคาน้ำมันครั้งนี้ “แตกต่าง” ไปจากครั้งก่อน ๆ จากการส่งสัญญาณชัดเจนจากกระทรวงพลังงานที่ว่า จะอุดหนุนราคาน้ำมันอย่างมี “ขอบเขต” นั้นคือ อุดหนุนได้ไม่เกินไปกว่าเงินกองทุนน้ำมันฯที่คงเหลืออยู่ 30,000 ล้านบาท และการอุดหนุนครั้งนี้รัฐบาลไม่ได้เป็นผู้อุดหนุนแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ยังให้ประชาชนผู้ใช้น้ำมันต้องรับภาระอีกครึ่งหนึ่ง หรือ 50% ของราคาขายปลีกที่ปรับขึ้นด้วย โดยเชื่อกันว่า มาตรการนี้จะนำมาซึ่งการประหยัดการใช้น้ำมันในภาวะวิกฤตได้ในที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...