โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘แพนโดรา’ แบรนด์เครื่องประดับดัง จ่อปิดเฉียด 500 สาขา เซ่นพิษโควิด-19

The Bangkok Insight

อัพเดต 04 พ.ย. 2563 เวลา 16.16 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2563 เวลา 18.00 น. • The Bangkok Insight

“แพนโดรา” แบรนด์เครื่องประดับชื่อดัง จ่อปิดร้านเกือบ 500 สาขา เซ่นสถานการณ์ไม่แน่นอนจากพิษ โควิด-19

แพนโดรา (Pandora) บริษัทเครื่องประดับสัญชาติเดนมาร์ก เผยแพร่รายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงานประจำไตรมาส 3 ซึ่งระบุว่า แพนโดราจะปิดร้านค้าแบบดั้งเดิมในต่างประเทศชั่วคราวราว 18% โดยสาเหตุหลักมาจากการระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) แม้ธุรกิจจะเติบโตในตลาดหลายแห่ง

การตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อหน้าร้านของแพนโดราราว 486 แห่งจากทั้งหมดกว่า 2,700 แห่งทั่วโลก โดย แพนโดรา อ้างเหตุผลว่าเพื่อปกป้องอนาคตของบริษัท ขณะหลายประเทศทั่วโลกเริ่มมาตรการปิดเมืองอีกครั้ง เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดระลอก 2 ของโรค โควิด-19

"ขณะนี้เรากำลังเผชิญกับการปิดเมืองครั้งใหม่ แต่เราพร้อมเดินหน้าต่อไปท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนนี้ สภาพการเงินของเราแข็งแกร่งพอจะรับมือการปิดกิจการเป็นเวลานาน" อเล็กซานเดอร์ ลาซิก ประธานกรรมการบริหาร (CEO) ของแพนโดราแสดงความคิดเห็นในรายงาน

แพนโดรา มีรายได้รวม 4.07 พันล้านโครนเดนมาร์ก หรือราว 1.98 หมื่นล้านบาท ในไตรมาส 3 โดยลดลงเล็กน้อยจากรายได้ของช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562 ซึ่งอยู่ที่ 4.42 พันล้านโครนเดนมาร์ก หรือราว 2.15 หมื่นล้านบาท

รายงานเสริมว่าแม้ธุรกิจของแพนโดราจะหดตัวชั่วคราวในหลายประเทศ แต่ธุรกิจในจีนได้รับการปรับปรุงระบบการจัดการใหม่ ซึ่งช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินงาน นำพาผลประโยชน์สู่บริษัทแล้วในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์จีน

ที่มาสำนักข่าวซินหัว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...