โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

6 องค์กรชั้นนำ จับมือ KH Academy เปิดโลกลงทุนไทยในเวียดนาม เฟ้นสุดยอดผู้นำ KH Camp 2026

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

6 องค์กรชั้นนำของประเทศ ซึ่งประกอบด้วย บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM, บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด หรือ CP, บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG, บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB และบริษัท ไพร์มสตรีท แอดไวเซอรี่ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ PRIMESTREET ผนึกความร่วมมือกับสถาบันการเรียนรู้ KH Academy เดินหน้าพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการค่ายฝึกอบรมเชิงปฎิบัติภาคฤดูร้อน “KH Camp for Next C-Suite 2026” นำนิสิตนักศึกษาศักยภาพสูงจำนวน 21 คน เปิดประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียน ณ ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 28–31 กรกฎาคม 2569 การเดินทางครั้งนี้มุ่งเปิดโลกทัศน์ด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ผ่านการเรียนรู้ใน 2 มิติสำคัญ ได้แก่ การศึกษาโครงสร้างเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวของเมืองญาจาง (Nha Trang) จังหวัดคั้ญฮวา (Khanh Hoa) รวมถึงการศึกษาการลงทุนของภาคเอกชนไทยในต่างประเทศ ผ่านโมเดลธุรกิจพลังงานสะอาดของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Phu Yen TTP ของ BGRIM ณ เมืองฟูเอี้ยน กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งช่วงสำคัญของโครงการ KH Camp for Next C-Suite 2026 ซึ่งจัดต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่ 3 ก่อนเข้าสู่เวที Final Presentation เพื่อเฟ้นหาเยาวชนที่มีศักยภาพโดดเด่นที่สุด 3 คน รับโอกาสต่อยอดประสบการณ์ผ่าน Business Exploration Program ในต่างประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้นำองค์กรรุ่นใหม่ในอนาคต

โดยในพิธีปิดโครงการ ณ ห้อง Ballroom โรงแรม The Empyrean Nha Trang ประเทศเวียดนาม นายชาญชัย สงวนวงศ์ ผู้อำนวยการ เครือหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นธุรกิจ ให้เกียรติมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้าร่วมโครงการทั้ง 21 คน พร้อมถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์แก่เยาวชนที่กำลังเตรียมก้าวเข้าสู่โลกการทำงาน

นายชาญชัย กล่าวว่า สิ่งที่ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับไม่ใช่เพียงประกาศนียบัตร แต่เป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าต่อการเติบโตเป็นผู้นำองค์กร โดยเฉพาะการได้เดินทางมาเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงของประเทศเวียดนาม ซึ่งกำลังมีพัฒนาการทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยอยู่ที่ประมาณ 19 ล้านล้านบาท ขณะที่เวียดนามอยู่ที่ประมาณ 17 ล้านล้านบาท หากเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวในระดับ 1–3% ขณะที่เวียดนามสามารถเติบโตเฉลี่ยประมาณ 7% ต่อปี ช่องว่างทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศจะลดลงอย่างรวดเร็ว การได้เดินทางมาเห็นพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงของประเทศเพื่อนบ้านด้วยตนเองจึงถือเป็นองค์ความรู้ที่สำคัญสำหรับผู้นำรุ่นใหม่

ทั้งนี้ KH Camp for Next C-Suite ถูกออกแบบให้เป็นเสมือน “โค้งสุดท้าย” สำหรับนิสิตนักศึกษาชั้นปีที่ 3 และ 4 ก่อนก้าวเข้าสู่โลกอาชีพ โดยการฝึกปฏิบัติงานจะต้องเป็นมากกว่าการเรียนรู้งานทั่วไป แต่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ร่วมคิดและทำงานจริงกับผู้บริหารและบุคลากรมืออาชีพ เพื่อสร้างผู้นำที่ไม่เพียงมีความสามารถด้านวิชาการ แต่ยังต้องเข้าใจสังคม มีความรับผิดชอบ และตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด ESG

พร้อมกันนี้ นายชาญชัย ได้ฝากหลักคิดสำคัญ 3 ประการสำหรับผู้นำในอนาคต ได้แก่ “ความมั่งคั่ง” ซึ่งไม่ได้วัดจากเงินทองเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมถึงความรู้ ความน่าเชื่อถือ ประสบการณ์ และเครือข่ายความสัมพันธ์ “โอกาส” เมื่อได้รับแล้วต้องรู้จักนำไปต่อยอดด้วยความใฝ่รู้ กล้าคิด และกล้าลงมือทำ และ “ความเสี่ยง” ซึ่งผู้นำที่ดีต้องสามารถประเมินสถานการณ์ ตัดสินใจอย่างรอบคอบ และพร้อมเรียนรู้จากความผิดพลาด

“ขอแสดงความยินดีกับนิสิตนักศึกษาทั้ง 3 คนที่ได้รับรางวัล และขอให้นิสิตนักศึกษาทุกคนภาคภูมิใจในความสำเร็จ เพราะนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และในอนาคตยังมีโอกาสอีกมากรออยู่” นายชาญชัย กล่าว

ด้านนายบูรพา สงวนวงศ์ รองผู้อำนวยการ เครือหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นธุรกิจ ในฐานะ Founder สถาบัน KH Academy กล่าวว่า แม้คำว่า “C-Suite” อาจดูเป็นเป้าหมายที่อยู่ห่างไกลสำหรับนิสิตนักศึกษาที่กำลังเริ่มต้นชีวิตการทำงาน แต่ KH Academy ต้องการให้โครงการนี้ เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างแรงบันดาลใจและทำให้เยาวชนมองเห็นเส้นทางการเติบโตของตนเองว่า ในอนาคตทุกคนมีโอกาสก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรได้ ตลอดระยะเวลา 3 ปีของการดำเนินโครงการ KH Academy ได้เห็นพัฒนาการของเยาวชนหลายรุ่น โดยผู้เข้าร่วมโครงการในปีก่อน ๆ หลายคนสามารถต่อยอดประสบการณ์และเข้าทำงานจริงกับองค์กรชั้นนำที่เคยเข้าฝึกปฏิบัติงาน สะท้อนเป้าหมายของโครงการที่ต้องการปลูกฝังทักษะและแนวคิดความเป็นผู้นำตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของเส้นทางอาชีพ

สำหรับปี 2570 KH Academy เตรียมยกระดับหลักสูตรเพิ่มเติม โดยนำองค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning มาประยุกต์เข้ากับการทำงานจริง เพื่อเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจและเทคโนโลยี

“AI เป็นเรื่องใหม่ที่ทุกคนต้องเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน KH Academy ยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ว่า ‘ความรู้คือปัจจัยพื้นฐานที่ทุกคนพึงได้รับโดยไม่มีค่าใช้จ่าย’ เราและพันธมิตรจึงตั้งใจสร้างโอกาสนี้ขึ้นมา เพื่อร่วมกันพัฒนาบุคลากรของประเทศอย่างเต็มรูปแบบ” นายบูรพา กล่าว

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของพิธีปิดโครงการ คือการประกาศรางวัล “The Most Outstanding Candidates 2026” เพื่อคัดเลือกนิสิตนักศึกษาที่มีศักยภาพและผลงานโดยรวมโดดเด่นที่สุด รับโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงานเชิงธุรกิจผ่าน Business Exploration Program ในต่างประเทศ ผลการตัดสินปรากฏว่า “ทีม G” ได้รับรางวัล The Most Outstanding Candidates 2026 ประกอบด้วย นายหาญณรงค์ แรงเขตร์การ ชั้นปีที่ 4 คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นางสาวทอฝัน อู่สุวรรณ ชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายวัชรากร เพลิดนอก ชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โอกาสนี้ คุณกุดั่น สุขุมานนท์ ทนายความหุ้นส่วน บริษัท กุดั่น แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาด้านกฎหมาย บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และคุณวลัญชทัศน์ สงวนวงศ์ Partner, DFDL ในฐานะที่ปรึกษากฎหมาย บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติเป็นผู้มอบรางวัลแก่ผู้ชนะ

สำหรับโครงการ KH Camp for Next C-Suite 2026 เป็นค่ายฝึกอบรมเชิงปฏิบัติภาคฤดูร้อนระดับผู้นำองค์กร ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยมีเป้าหมายปลูกฝัง DNA ของการเป็นผู้บริหารยุคใหม่ ภายใต้แนวคิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) หรือ ESG โครงการยังคงร่วมมือกับ 2 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คัดเลือกนิสิตนักศึกษาศักยภาพสูงจาก 3 สาขาหลัก ได้แก่ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี วิศวกรรมศาสตร์ และนิติศาสตร์ จำนวนรวม 21 คน ในช่วงวันที่ 26–29 พฤษภาคม 2569 นิสิตนักศึกษาทั้ง 21 คน ผ่านกระบวนการบ่มเพาะองค์ความรู้แบบเข้มข้นผ่านกิจกรรมปฐมนิเทศจากผู้เชี่ยวชาญและองค์กรชั้นนำ อาทิ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ซึ่งสนับสนุนวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางประยุกต์ใช้ ESG ในภาคธุรกิจ

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมด้านการสมัครงาน การพัฒนาทัศนคติสู่ความสำเร็จ (Growth Mindset) และความรู้พื้นฐานด้านกฎหมายแรงงาน โดยบริษัท พีอาร์ทีอาร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PRTR รวมถึงการเรียนรู้ธรรมเนียมปฏิบัติทางธุรกิจในระดับสากลจากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ MUIC จากนั้นนิสิตนักศึกษาได้เข้าสู่โปรแกรมฝึกปฏิบัติงานจริงกับบริษัทพันธมิตรของ KH Academy ประกอบด้วย บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน), บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด, บริษัท กุดั่น แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด, บริษัท ทีทีที แอนด์ พาร์ทเนอร์ จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เพื่อเรียนรู้กระบวนการทำงานจริงและพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจ

จากนั้นจึงเป็นการเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 28–31 กรกฎาคม 2569 KH Academy ได้นำคณะนิสิตนักศึกษาเปิดโลกทัศน์ด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน โดยปักหมุดที่เมืองญาจาง จังหวัดคั้ญฮวา เมืองท่องเที่ยวทางทะเลและหนึ่งในพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านเศรษฐกิจของเวียดนาม และอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ คือการศึกษาการลงทุนของภาคเอกชนไทย ณ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Phu Yen TTP ของ BGRIM ณ เมืองฟูเอี้ยน เพื่อเรียนรู้โมเดลการลงทุนด้านพลังงานสะอาดของบริษัทไทยในต่างประเทศ การศึกษาดูงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก Mrs. Nguyen Kim Hai, Member of Board of Directors of B.GRIMM POWER VIETNAM และ Mrs. Nguyen Thi Thanh Huyen, People Partnership Manager ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาพรวมการดำเนินธุรกิจของ BGRIM ในประเทศเวียดนาม พร้อมนำนิสิตนักศึกษาเยี่ยมชมห้องควบคุมระบบปฏิบัติการ และจุดสังเกตการณ์บนยอดเนิน ซึ่งสามารถมองเห็นพื้นที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ได้โดยรอบ

การเดินทางครั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจากคณาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมสังเกตการณ์ ประกอบด้วย ศาสตราจารย์ ดร.สัญญา มิตรเอม คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพธนิษฐ์ โชติสาร รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการดิจิทัล คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิมพ์กมล กองโภค ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ดร.ธนวัฒน์ ตั้งจารุศรีธราธร ผู้ช่วยคณบดี (กิจการนิสิต) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอาจารย์ ดร.ธิติ โอสถากุล อาจารย์ประจำภาควิชาสถิติ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณาจารย์ยังร่วมทำหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินการนำเสนอผลงานของนิสิตนักศึกษา ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบทีม ทีมละ 3 คน ภายใต้หัวข้อ “The Resilient Boardroom: Tri-Sector Strategy Against the Chaotic Era” ผู้เข้าร่วมต้องสวมบทบาทเป็นคณะกรรมการบริหารร่วม (Joint Executive Committee หรือ Co-CEOs) ของบริษัทชั้นนำในประเทศไทย และร่วมกันจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระยะ 3 ปี เพื่อนำพาองค์กรรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยมุ่งสร้างความยืดหยุ่นขององค์กรใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ ห่วงโซ่อุปทาน การเงิน และการประยุกต์ใช้ AI ในการดำเนินงาน ก่อนที่คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะคัดเลือกทีมที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดเป็น The Most Outstanding Candidates 2026

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...