ข่าวจริง ! ครม.อนุมัติให้ 16 ต.ค. 69 เป็นวันหยุดพิเศษ ในกทม. รับประชุมใหญ่ธนาคารโลก
Thai PBS Verify พบแหล่งข่าวจริงจาก :X
พบโพสต์อ้างครม.อนุมัติให้วันที่ 16 ต.ค.เป็นวันหยุดพิเศษ ในกทม. พร้อมทำงานจากที่บ้าน (WFH) 3 วัน เพื่อรับประชุมใหญ่ธนาคารโลก IMF-World Bank
ระบุ
ด่วน! ครม.อนุมัติ 16 ต.ค.เป็นวันหยุดพิเศษ ในกทม. ให้ WFH 3 วัน ส่วนเอกชนขอความร่วมมือตามเหมาะสม
เพื่อรับประชุมใหญ่ธนาคารโลก-IMF บรรเทาจราจร-เข้มความปลอดภัย
เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 69 ยอดเข้าชมกว่า 189,626 ครั้ง
ครม.อนุมัติให้วันที่ 16 ต.ค. 69 เป็นวันหยุดพิเศษ ในกทม. จริงหรือไม่
เมื่อค้นหาด้วยคำสำคัญเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว พบรายงานของเว็บไซต์รัฐบาลไทยระบุว่า
“ครม. เคาะ 16 ต.ค. 69 เป็นวันหยุดพิเศษ (กทม.) สั่ง WFH 3 วัน บรรเทาจราจร-เข้มความปลอดภัยช่วงประชุมใหญ่ธนาคารโลก-IMF”
รายละเอียดดังนี้
19 พ.ค. 69 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการปรับปรุงองค์ประกอบคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2569 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ
รวมทั้ง อนุมัติให้วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.)และให้หน่วยราชการในพื้นที่ กทม. ปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work from Home) ดังนี้
- วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2569
- วันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569
- วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2569
ในส่วนของรัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ในพื้นที่โดยรอบสถานที่จัดการประชุมดังกล่าว ขอความร่วมมือให้หน่วยงานแต่ละแห่ง พิจารณาดำเนินมาตรการที่เหมาะสมตามสภาพพื้นที่และการปฏิบัติงาน
สำหรับหน่วยงานที่มีภารกิจจำเป็น หรือมีนัดหมายบริการประชาชนไว้ล่วงหน้าแล้ว หากการยกเลิกจะก่อให้เกิดความเสียหายหรือกระทบต่อการให้บริการประชาชน ให้หัวหน้าหน่วยงานพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการและกระทบต่อการให้บริการประชาชน มาตรการดังกล่าว เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจร อำนวยความสะดวกในการเดินทาง และรักษาความปลอดภัยสูงสุดให้แก่รัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของประเทศสมาชิก ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพสูงสุด
“คาดว่าจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางจากประเทศสมาชิกตลอดจนผู้บริหารสถาบันการเงินระดับโลกผู้นำทางความคิดและนักวิชาการกว่า 1.5 หมื่นคน จาก 190 ประเทศ เดินทางมาไทยเพื่อประชุมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อเศรษฐกิจการเงินของโลกและแนวทางการรับมือกับความท้าทายในด้านต่าง ๆ” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุ
จากข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวจริง
ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF-World Bank 2026
ตามรายงานของกรมประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการประชุมใหญ่ธนาคารโลก ระบุ ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 หรือ AM2026 ระหว่างวันที่ 12 - 18 ต.ค. 69 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 15,000 คน จาก 189 ประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ กระตุ้นการท่องเที่ยว การลงทุน และทำให้มีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจไทยจำนวนมาก
เมื่อปี 2490 และจัดขึ้นเป็นประจำในเดือนตุลาคมของทุกปี ณ สำนักงานใหญ่ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ต่อเนื่องกัน 2 ปี และทุกปีที่ 3 จะหมุนเวียนไปจัดที่ประเทศสมาชิก เพื่อเชื่อมโยงความหลากหลายของภูมิภาคและความร่วมมือจากทั่วโลก จากจุดเริ่มต้นถึงปัจจุบันมีเพียง 3 ประเทศที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพถึง 2 ครั้ง ได้แก่ ตุรกี (ปี 2498 และ 2552) ญี่ปุ่น (ปี 2507 และ 2555) และไทย ครั้งแรกเมื่อปี 2534 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จากความสำเร็จในครั้งนั้น ทำให้ในปี 2569 ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมอีกครั้ง ในรอบ 35 ปี
[caption id="attachment_12409" align="aligncenter" width="2048"]
ภาพจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ระบุ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 69 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล[/caption]
เรื่องจริงเป็นอย่างไร
Thai PBS Verify ตรวจสอบแล้วพบว่าโพสต์ที่อ้างว่า “ครม.อนุมัติ 16 ต.ค. 2569 เป็นวันหยุดพิเศษใน กทม. พร้อม WFH 3 วัน” เป็นข่าวจริงโดยมีแหล่งอ้างอิงจากรายงานข่าวของคณะโฆษกฯ จากเว็บไซต์รัฐบาลไทย ซึ่งระบุว่าคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้วันที่ 16 ต.ค. 69 เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมมาตรการให้หน่วยงานรัฐ WFH ในวันจันทร์ที่ 12 ต.ค. 69 วันพุธที่ 14 ต.ค. 69 และวันพฤหัสบดีที่ 15 ต.ค. 69 ในช่วงการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรและความปลอดภัย โดยมาตรการสำหรับภาคเอกชนเป็นเพียงการขอความร่วมมือ ไม่ใช่ข้อบังคับ