โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“กลุ่มรพ.” ชูศักยภาพแพทย์ไทย ดันสู่ศูนย์กลางสุขภาพโลก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 27 ส.ค. 2568 เวลา 12.06 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2568 เวลา 11.28 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ในงาน Thailand Focus 2025 ได้มีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “Health Tech and Advanced Therapeutic Medicine: Potential New S-Curves for Thailand’s Healthcare Industry” (เทคโนโลยีและการแพทย์ขั้นสูง: S-Curve ใหม่ของอุตสาหกรรมสุขภาพไทย)

โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมเสวนา ประกอบด้วย นพ.ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ กรรมการบริหาร บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) , นพ.ศุภชัย ปาจริยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อร่วมตั้ง สถาบันเร่งสปีดนวัตกรรมองค์กร (RISE) ,ศ.นพ. สิทธิ์ สาธรสุเมธี รองคณบดีฝ่ายวิจัยเเละนวัตกรรม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้ดำเนินรายการ: นพ. นำ ตันธุวนิตย์ ที่ปรึกษาอาวุโส ด้านกลยุทธ์และธุรกรรมสุขภาพ บริษัท อีวาย คอร์ปอเรท เซอร์วิสเซส จํากัด

สำหรับนพ.ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ กรรมการบริหาร บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ระบุว่า จุดแข็งของอุตสาหกรรมสุขภาพไทยคือบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมด้วยคุณสมบัติด้านความเอื้ออารีและการดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการรักษาพยาบาลระดับโลก

ศ.นพ.สิทธิ์ สาธรสุเมธี รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ศิริราชตั้งเป้าเป็นสถาบันวิจัยติดอันดับ 1 ใน 100 ของโลกใน 5–10 ปี โดยมุ่งวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์ใหม่ ๆ เช่น AI ดิจิทัลเฮลท์ สเต็มเซลล์ และจีโนมิกส์ เพื่อยกระดับการวินิจฉัยและการรักษา

นพ.ก้องเกียรติ เสริมว่า ปัญหาที่ไทยเผชิญคือการต้องนำเข้าอุปกรณ์และยาจากต่างประเทศ ส่งผลให้ค่ารักษาพยาบาลสูง หากสามารถผลิตอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ในประเทศได้ จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มการเข้าถึงการรักษา และสร้าง S-Curve ใหม่ให้อุตสาหกรรมสุขภาพไทย ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ด้าน นพ.ศุภชัย ปาจริยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งสถาบัน RISE กล่าวว่า ความก้าวหน้าที่สำคัญของอุตสาหกรรมสุขภาพคือการลดเวลาในการวิจัยและพัฒนายา จากเดิม 5 ปีเหลือเพียง 1 ปี ทำให้เข้าสู่ขั้นตอนการทดลองเชิงคลินิกได้รวดเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทสตาร์ทอัพไทยยังขาดทุนและการสนับสนุนที่เพียงพอ โดยเฉพาะด้านเงินทุนและขั้นตอนการอนุมัติที่ยุ่งยาก จึงเสนอให้รัฐบาลสร้าง Healthcare Sandbox เพื่อดึงดูดการลงทุน ถ่ายทอดองค์ความรู้ และย่นขั้นตอนการอนุญาต เช่น FDA และ อย.

ศ.นพ.สิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงความก้าวหน้าของศิริราช เช่น การใช้ AI เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัยโรคมากกว่า 90% และการสร้าง Mobile Stroke Unit รถพยาบาลที่ติดตั้ง CT Scan เพื่อลดเวลาในการรักษาโรคหลอดเลือดสมองลงได้ถึง 50% รวมถึงการวิจัย CAR-T Cell สำหรับการรักษามะเร็งที่หากพัฒนาได้เองจะช่วยลดค่าใช้จ่ายมหาศาลต่อผู้ป่วย

ทั้งนี้ ประเทศไทยจำเป็นต้องมี National Health Sandbox และมาตรการสนับสนุนจากรัฐ เพื่อลดความซับซ้อนในการจดสิทธิบัตรและส่งเสริมสตาร์ทอัพด้านการแพทย์ ขณะเดียวกัน BDMS มองว่าตลาดอาเซียนซึ่งมีประชากร 100 ล้านคน เพียงพอต่อการดึงดูดการลงทุน โดยไทยมีจุดแข็งทั้งบุคลากรทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญ ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า และการตอบสนองเชิงนโยบายที่รวดเร็ว

นพ.ก้องเกียรติ ทิ้งท้ายว่า อุตสาหกรรมสุขภาพไทยจะเติบโตได้อย่างยั่งยืน ต้องอาศัยความร่วมมือแบบ ทีมไทยแลนด์ โดยไม่เน้นแข่งขัน แต่ร่วมมือเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งจะเป็นรากฐานสร้างสังคมสุขภาพดีทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค และระดับโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...