โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ผวา หลังมีข้อมูล “น้ำอัดลมแบรนด์ดัง” พบสารก่อมะเร็ง!

WeR NEWS

อัพเดต 03 ธ.ค. 2566 เวลา 02.33 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2566 เวลา 09.00 น.

กลายเป็นเรื่องที่ทำเอาหลายคนตกอกตกใจ หลังจากที่ มีรายงานว่า น้ำอัดลม ยี่ห้อดังหากดื่มมาก ๆ เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งหลากหลายชนิด เช่น โรคมะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม และมะเร็งตับอ่อน

ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีการการแชร์ภาพ ฉลากน้ำอัดลมของแบรนด์ดัง และระบุว่ามีสาร E-150d พร้อมกับอ้างว่าสารนี้เป็นสารก่อมะเร็ง ซึ่งมีการตรวจสอบโดย IARC เป็นหน่วยงานระหว่างประเทศเพื่อวิจัยมะเร็งขององค์การอนามัยโลก เรื่องดังกล่าวสร้างความตกใจให้ผู้คนเป็นจำนวนมาก หลายคนถึงกับหยุดกิน “น้ำอัดลม”

ทั้งนี้ ล่าสุด (1 ธ.ค. 66) อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธุ์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า เรื่องราวดังกล่าวไม่เป็นความจริง IARC ไม่ได้จัดให้สาร E-150d ซึ่งเป็นสีผสมอาหารที่ทำจากคาราเมล (คือเอาน้ำตาลมาคั่ว ให้เกิดสีน้ำตาลไหม้) เป็นสารที่อาจจะก่อให้เกิดโรคมะเร็งในมนุษย์ สาร 4-MEI อาจจะเกิดขึ้นในกระบวนการผลิตสีผสมอาหารคาราเมล กลุ่มที่ 3 (E-150c) และกลุ่มที่ 4 (E-150d) ระหว่างการให้ความร้อนกับน้ำตาลกับกลุ่มไนโตรเจน เพื่อให้เริ่มเกิดกระบวนการสร้างคาราเมลขึ้น

หน่วยงานทางอาหารของยุโรป มีการกำหนดให้ระดับของสาร 4-MEI ในสีผสมอาหารคาราเมล หมายเลข E150c และ E150d ต้องมีไม่เกินกำหนด คือ ไม่เกิน 200 และ 250 มิลลิกรัม ต่อหนึ่งกิโลกรัมของสีคาราเมล E150c และ E 150d ตามลำดับ (ที่ระดับความเข้มสี เท่ากับ 0.1)

สำหรับประเทศไทย มีการอนุญาตให้ใช้สีผสมอาหารและเครื่องดื่ม "น้ำอัดลม" กลุ่มสีคาราเมล กันอยู่แล้ว โดยจัดเป็น “สีธรรมชาติ” ตัวอย่างเช่น ในอาหารกลุ่มขนมขบเคี้ยวนั้น อนุญาตให้ใช้สีคาราเมล รหัส INS-150d หรือสีคาราเมลกลุ่มที่ 4 ซัลไฟต์แอมโมเนียคาราเมล โดยให้มีปริมาณสูงสุดที่อนุญาตให้เจือปนในอาหารได้ถึง 5000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมอาหาร และรหัส INS-150c หรือสีคาราเมลกลุ่มที่ 3 แอมโมเนียคาราเมล ให้มีปริมาณสูงสุดที่อนุญาตให้เจือปนในอาหารได้ถึง 5000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมอาหาร เช่นกัน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...