หอค้าฯใต้แนะทำโซนนิ่ง-หนุนปิดผับตี 4 เผยยอดจองที่พักช่วงไฮซีซั่นยังเหงา
หอต้าฯใต้แนะทำโซนนิ่ง-ขยายเวลาเปิดผับได้ถึงตี 4 เผยยอดจองที่พักช่วงไฮซีซั่นเงียบ
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม นายวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ หอการค้าไทย กล่าวว่า การท่องเที่ยวช่วงฤดูท่องเที่ยว (ตุลาคม-ธันวาคม) หรือไฮซีซั่นในภาคใต้สัญญาณการกลับมาของนักท่องเที่ยวยังไม่กระเตื้องมากนัก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน แม้รัฐบาลมีมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยว (visa exemption) ให้นักท่องเที่ยวจีนไปตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2566 ไปจนถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 โดยผลจากมาตรการนี้ยังไม่สนับสนุนให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยมากนัก เนื่องจากผลกระทบจากเหตุการณ์กราดยิงและมีผู้เสียชีวิตที่สยามพารากอน และสงครามระหว่างอิสราเอล-ฮามาส เป็นปัจจัยมีผลต่อการตัดสินใจเดินทาง สะท้อนจากตัวเลขยอดการจองห้องพักในจังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงา เข้ามาเพียง 12-13% ค่อนข้างเงียบกว่าทุกปี
อย่างไรก็ตาม ช่วง 3 เดือนที่เหลือของปี 2566 เอกชนยังมีการจัดอีเวนต์เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเตรียมงานเคาต์ดาวน์ หรือการฉลองเทศกาลขึ้นปีใหม่ 2567 ยังจัดต่อเนื่องในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวหลักที่คาดว่าจะดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศได้มากขึ้น
“ขณะที่นักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่มีการจองห้องพักเข้ามาแล้วก็มีการยกเลิก หากเทียบกับช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2565 จะเริ่มเห็นยอดการจองห้องพัก เพื่อจะมาเข้าพักในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ประมาณ 70-80% แต่ตอนนี้ยอดจองห้องพักเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2566 ลดลงเหลือ 30-50% แม้มีวีซ่าฟรีจีนก็ไม่สามารถเรียกนักท่องเที่ยวจีนกลับเข้ามาได้ตามเป้าหมาย ขณะที่นักท่องเที่ยวที่เข้าไทยต่อเนื่อง เช่น มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย แต่เป็นจำนวนไม่มาก เมื่อเทียบกับช่วงไฮซีซั่นที่ผ่านมา” นายวัฒนากล่าว
@แนะปิดผับตี4ทำโซนนิ่ง
นายวัฒนากล่าวว่า การขยายเวลาปิดสถานบันเทิงจากเดิมช่วง 01.00-02.00 น. ขยายเวลาออกไปถึง 04.00 น.นั้น สนับสนุนการขยายเวลา แต่รัฐบาลควรประกาศให้ทดลองระบบในพื้นที่ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นการนำร่องก่อน เช่น จังหวัดภูเก็ต ทองหล่อ ถนนข้าวสาร เป็นต้น เพราะถ้าขยายเวลาทั่วประเทศอาจจะเกิดปัญหาการควบคุมเรื่องความปลอดภัยที่ไม่สามารถทำได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ดังนั้น การทำในโซนนิ่งเพื่อทดลองการทำงาน รวมถึงพิจารณาผลลัพธ์ว่าเหมาะสม หรือเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจหรือไม่
“สนับสนุนให้ขยายเวลา เพราะปัจจุบันผับ หรือบาร์บางร้านก็เปิดเกินเวลาที่กำหนด แต่ร้านค้าต้องจ่ายส่วยเพื่อทำการค้าแบบผิดกฎหมาย ดังนั้น ถ้ารัฐทำให้ระบบถูกกฎหมายก็ลดปัญหาส่วยไปได้ และเม็ดเงินที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจจะเห็นผลชัดเจนมากกว่าการแอบซ่อนและต้องเสียส่วยที่เห็นเป็นเงินใต้โต๊ะเท่านั้น” นายวัฒนากล่าว
@หนุนแลนด์บริดจ์คุ้มทุน
นายวัฒนากล่าวว่า ตามที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ได้เสนอทำโครงการแลนด์บริดจ์ (ชุมพร-ระนอง) ประมาณการวงเงินลงทุนโครงการทั้งหมด 1,001,206.47 ล้านบาท นั้น มองเป็นเรื่องดี เพราะเศรษฐกิจของประเทศจะถูกกระตุ้นผ่านการผลักดันให้เกิดโครงการนี้ แม้มีกระแสที่บอกว่าการลงทุนใช้เม็ดเงินจำนวนมาก แต่การลงทุนครั้งนี้เป็นการดึงเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนกับรัฐบาล ซึ่งจะให้เอกชนทั้งในประเทศ และต่างประเทศที่สนใจเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการนี้ และคาดว่าจะได้ประโยชน์ร่วมกัน เพราะพื้นที่ดังกล่าวมีการสร้างจะมีอุตสาหกรรมหลากหลายเข้ามาลงทุน เช่น อุตสาหกรรมน้ำมัน อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะสร้างให้เกิดเศรษฐกิจใหม่ๆ มากขึ้น
“การทำโครงการแลนด์บริดจ์ ถือเป็นการร่วมลงทุนของเอกชนและรัฐบาล ถ้าทำให้เกิดขึ้นได้ก็เป็นเรื่องดี และดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะเชื่อว่าถ้ามีการลงทุนแล้ว เอกชนและรัฐจะต้องมีแผนการพัฒนาให้พื้นที่ดังกล่าวเกิดประโยชน์และกำไรมากขึ้น จากการลงทุนที่ใช้เม็ดเงินมหาศาลต้องพัฒนาให้เม็ดเงินเหล่านั้นคืนทุน จากการพัฒนาระบบเศรษฐกิจโดยการสร้างโครงสร้างพื้นฐานนี้” นายวัฒนากล่าว