โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข่าวปลอม อย่าแชร์ ❌ ดื่มน้ำเปล่า 1-2 แก้ว เป็นตัวช่วยลดการเกิดอาการหัวใจล้มเหลว

สวพ.FM91

อัพเดต 29 ม.ค. 2565 เวลา 21.04 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2565 เวลา 21.04 น.

  ตามที่มีการเผยแพร่ข้อความในสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ในช่วงเช้า จะช่วยลดการเกิดอาการหัวใจล้มเหลวได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ   จากข้อความทางสื่อออนไลน์ที่กล่าวว่า ประมาณ 90% ของการเกิดหัวใจล้มเหลว มักจะเกิดขึ้นในช่วงเช้า และอาการจะสามารถลดลงได้เพียงดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ทางสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ ได้ออกมาชี้แจงว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะการดื่มน้ำ ไม่สามารถช่วยลดการเกิดหัวใจล้มเหลวได้ และในบางบุคคลอาจต้องจำกัดปริมาณน้ำที่ดื่มต่อวันในช่วงที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน สำหรับคำแนะนำเพื่อป้องกันและลดภาวะหัวใจล้มเหลวนั้น สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ ได้ชี้แจงว่า ควรออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีคุณภาพ หลีกเลี่ยงอาหารมัน ๆ หรืออาหารเค็มที่มีโซเดียมสูง เช่นเครื่องปรุงรส (เกลือ น้ำปลา ซีอิ๊วขาว) และอาหารแปรรูป (ไส้กรอก กุนเชียง อาหารหมักดอง) หมั่นรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่เครียด งดการสูบบุหรี่ และจำกัดการดื่มสุรา เป็นต้น   หากใครที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคลิ้นหัวใจตีบและรั่ว การเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ หรือโรคไทรอยด์เป็นพิษ จะต้องกินยาอย่างสม่ำเสมอตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น   ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.ccit.go.th หรือโทร. 02-547-0999   หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...