โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

Bumrungrad International

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 02.12 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. 2568 เวลา 03.00 น.
  • ใครควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19
  • ทำอย่างไรหากเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงหลังจากรับวัคซีนโรคโควิด-19 เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่เกิดจากไวรัสซาร์สโควี-2 (SARS-CoV-2) ซึ่งติดต่อจากการสัมผัสกับละอองฝอยของน้ำลาย เสมหะ น้ำมูกของผู้ติดเชื้อ ระยะเวลาตั้งแต่ได้รับเชื้อจนถึงเริ่มมีอาการป่วยประมาณ 2-14 วัน อาการของโรคมีได้ตั้งแต่ไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ มีน้ำมูก เจ็บคอ ไอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส และอาจรุนแรงจนปอดอักเสบและอาจเสียชีวิตได้

วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19

วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มีหลากหลายชนิดขึ้นกับเทคโนโลยีในการผลิตวัคซีน วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่เป็นชนิดเชื้อตายและเวกเตอร์ไวรัส มีดังนี้

  • วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19: CoronavacTM (Sinovac), COVILOTM(Sinopharm) เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย เกิดจากการนำอนุภาคเชื้อไวรัสที่ตายแล้ว (inactivated vaccine) มาฉีดกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต่อต้านเชื้อซาร์สโควี-2
  • วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19: COVID-19 Vaccine AstraZenecaTM, COVISHIEDTM ผลิตโดยใช้เทคโนโลยีเวกเตอร์ไวรัส (viral vector) ตัดต่อสารพันธุกรรมบางส่วนของเชื้อโควิด-19 ให้กับเชื้อไวรัสชิมแปนซีอะดีโนและผ่านกระบวนการผลิตที่ทำให้ไม่สามารถแบ่งตัวและก่อให้เกิดโรคในมนุษย์ แต่สามารถสร้างโปรตีนเหมือนของเชื้อซาร์สโควี-2 ซึ่งจะไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต่อต้านเชื้อซาร์สโควี-2
  • วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19: COVID-19 Vaccine JanssenTM (Johnson & Johnson) ผลิตโดยใช้เทคโนโลยีเวกเตอร์ไวรัส (viral vector) ตัดต่อสารพันธุกรรมบางส่วนของเชื้อโควิด-19 ให้กับไวรัสอะดีโนสายพันธุ์ 26 เป็นพาหะเข้าสู่เซลล์ร่างกาย แต่ไวรัสที่อยู่ในวัคซีนผ่านกระบวนการผลิตที่ทำให้ไม่สามารถแบ่งตัวตามปกติ ทำให้ไม่สามารถแบ่งตัวและก่อให้เกิดโรคในมนุษย์ แต่สามารถสร้างโปรตีนเหมือนของเชื้อซาร์สโควี-2 ซึ่งจะไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต่อต้านเชื้อซาร์สโควี-2

ข้อมูลประสิทธิภาพของวัคซีนเป็นอย่างไร

วัคซีน

ข้อมูลผลการศึกษาด้านประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันโรคโควิด-19

CoronavacTM (Sinovac)

· ประสิทธิภาพโดยรวมร้อยละ 51-67 ในการป้องกันโรคแบบมีอาการ

· ประสิทธิภาพร้อยละ 85-100 ในการป้องกันโรคที่ต้องรับการรักษาในโรงพยาบาล

· ประสิทธิภาพร้อยละ 80-100 ในการป้องกันการเสียชีวิต

** ประสิทธิภาพของวัคซีนอาจมีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศที่ทำการศึกษา

COVILOTM (Sinopharm)

· ประสิทธิภาพโดยรวมร้อยละ 78 ในการป้องกันโรคแบบมีอาการ

· ประสิทธิภาพร้อยละ 79 ในการป้องกันโรคที่ต้องรับการรักษาในโรงพยาบาล

COVID-19 Vaccine AstraZenecaTM, COVISHIELDTM

· ประสิทธิภาพโดยรวมในการป้องกันโรคแบบมีอาการได้ร้อยละ 70

· ประสิทธิภาพร้อยละ 100 ในการป้องกันโรคที่ต้องรับการรักษาในโรงพยาบาล

COVID-19 Vaccine Janssen TM

(Johnson & Johnson)

· ประสิทธิภาพในการป้องกันอาการปานกลางถึงรุนแรงหลังได้รับวัคซีน 67%

· ประสิทธิภาพร้อยละ 100 ในการป้องกันโรคที่ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลหรือเสียชีวิต

· ประสิทธิภาพร้อยละ 85 ในการป้องกันโรคที่มีอาการรุนแรงหรือวิกฤติ

ใครควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19

บุคคลทั่วไป โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสโรค และผู้ที่มีโอกาสเป็นโรครุนแรง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะอ้วน โรคปอด โรคหัวใจ เบาหวาน ภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง เป็นต้น
วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แต่ละชนิดมีข้อบ่งใช้ในกลุ่มบุคคลที่แตกต่างกันดังนี้

CoronavacTM (Sinovac)

มีข้อบ่งใช้ในการป้องกันโรคโควิด-19 ในบุคคลอายุระหว่าง 18-59 ปี

COVILOTM (Sinopharm)

COVID-19 Vaccine AstraZeneca TM, COVISHIELDTM

COVID-19 Vaccine JanssenTM (Johnson & Johnson)

มีข้อบ่งใช้ในการป้องกันโรคโควิด-19 ในบุคคลอายุ 18 ปีขึ้นไป

เด็กอายุน้อยกว่า 18 ปี ยังไม่มีข้อมูลการศึกษาที่แน่ชัดการใช้วัคซีนดังกล่าวในกลุ่มนี้
หญิงให้นมบุตร หญิงตั้งครรภ์ ยังไม่มีข้อมูลการศึกษาที่แน่ชัดในกลุ่มนี้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม หญิงให้นมบุตรและหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ และควรได้รับคําปรึกษาถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีนโดยละเอียดก่อนการตัดสินใจ

วัคซีนมีวิธีการฉีดอย่างไร

ฉีดเข้ากล้ามเนื้อบริเวณต้นแขน ตามกำหนดการฉีดดังตาราง

วัคซีน

ขนาดวัคซีนและวิธีการใช้วัคซีน

ขนาดต่อครั้ง

จำนวนเข็มที่แนะนำ

ระยะห่างระหว่างเข็ม1 กับเข็ม 2

CoronavacTM (Sinovac)

0.5 มิลลิลิตร

2 เข็ม

2-4 สัปดาห์

COVILOTM (Sinopharm)

0.5 มิลลิลิตร

2 เข็ม

3-4 สัปดาห์

COVID-19 Vaccine AstraZenecaTM, COVISHIELDTM

0.5 มิลลิลิตร

2 เข็ม

10-12 สัปดาห์ (ปัจจุบันมีข้อมูลว่าอาจพิจารณาให้ห่างกัน 16 สัปดาห์ได้)

COVID-19 Vaccine Janssen TM (Johnson & Johnson)

0.5 มิลลิลิตร

1 เข็ม

(ฉีดเพียงเข็มเดียว)

-

กรณีที่รับวัคซีนเข็มที่สองควรเป็นวัคซีนชนิดเดียวกับเข็มแรก เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีการศึกษารองรับกรณีการฉีดสลับยี่ห้อ จึงยังคงแนะนำให้ฉีดยี่ห้อเดียวกันไปก่อนจนกว่าจะมีการศึกษาวิจัยออกมาเพิ่มเติม ทั้งนี้ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าวัคซีนจะมีประสิทธิภาพยาวนานเท่าใดและต้องฉีดกระตุ้นภูมิเมื่อใด

ควรทำอย่างไรหากไม่สามารถมาฉีดวัคซีนตามกำหนดนัด

กรณีที่ไม่สามารถมารับวัคซีนได้ตามกำหนดนัด ให้ปรึกษาแพทย์ เภสัชกร หรือพยาบาลในการมารับวัคซีนที่ไม่ตรงตามนัด

ผู้ที่ไม่ควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19

  • ผู้ที่มีปฏิกิริยาการแพ้อย่างรุนแรงต่อวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 หรือส่วนประกอบอื่นๆ ของวัคซีน
  • ผู้ที่มีไข้หรือเจ็บป่วยควรเลื่อนการรับวัคซีนไปก่อน กรณีเป็นหวัดเล็กน้อยไม่มีไข้สามารถรับวัคซีนได้

ผู้ที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษในการรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19

  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกัน เช่น ยากลุ่ม
    สเตียรอยด์ขนาดสูงหรือยาเคมีบำบัด เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลในผู้ป่วยกลุ่มนี้และอาจตอบสนองไม่ดีต่อวัคซีน จึงต้องประเมินเปรียบเทียบประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจเกิดการติดเชื้อ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด
  • ผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ผู้ที่มีภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการฉีดวัคซีนเนื่องจากเป็นการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ อาจมีเลือดออกหรือจ้ำเลือดเกิดขึ้นหลังฉีดได้

อาการไม่พึงประสงค์จากการรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มีอะไรบ้าง

โดยทั่วไปอาจมีอาการปวด บวม คัน แดงบริเวณที่ฉีด อาการอื่นๆ ที่อาจพบได้ เช่น อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหัว หรือมีไข้ ส่วนมากอาการไม่รุนแรงและหายไปได้เองใน 1-3 วัน ทั้งนี้ยังไม่มีข้อมูลอาการไม่พึงประสงค์ในระยะยาวเนื่องจากเป็นวัคซีนใหม่

ข้อมูลเพิ่มเติมด้านอาการไม่พึงประสงค์เฉพาะวัคซีน

  • วัคซีน CoronavacTM (Sinovac) มีรายงานความรุนแรงของอาการไม่พึงประสงค์ที่พบส่วนใหญ่เป็นเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่อยู่ในระดับรุนแรงน้อยหรือรุนแรงปานกลาง โดยพบรายงานการเกิดไข้ในกลุ่มที่ได้รับวัคซีน Sinovac (CoronavacTM) เข็มแรก 2.5% และ 1.8% หลังจากได้รับวัคซีนเข็มที่ 2
  • วัคซีน COVILOTM (Sinopharm) พบอาการไม่พึงประสงค์ แบ่งตามความถี่ที่พบดังตาราง

ความถี่

อาการไม่พึงประสงค์ที่พบ

พบบ่อยมาก (>1/10) มากกว่า 1 ใน 10 ราย

ปวดบริเวณที่ฉีดยา ปวดศีรษะ

พบบ่อย (>1/100, <1/10)

มากกว่า 1 ใน 100 ถึงน้อยกว่า 1 ใน 10 ราย

มีไข้ อ่อนล้า ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ไอ หายใจลำบาก

คลื่นไส้ ท้องเสีย คันอย่างรุนแรง

พบไม่บ่อย (>1/1000, <1/100)

มากกว่า 1 ใน 1000 ถึงน้อยกว่า 1 ใน 100 ราย

บริเวณที่ฉีดยา: รอยแดง บวม แข็ง และคัน เวียนศีรษะ เบื่ออาหาร อาเจียน ปวดที่คอหอยและช่องปาก กลืนลำบาก น้ำมูกไหล ท้องผูก ภาวะภูมิไวเกิน

พบได้น้อย (>1/10000, 1/1000)

มากกว่า 1 ใน 10,000 ถึงน้อยกว่า 1 ใน 1,000 ราย

อาการหนังร้อนแดงเนื่องจากเลือดคลั่ง (erythema)

แพ้เฉียบพลัน เซื่องซึม นอนหลับยาก ความรู้สึกที่ไวต่อการสัมผัสน้อยลง ปวดตามแขนขา ใจสั่น ปวดท้อง ต่อมน้ำเหลืองโต

พบได้น้อยมาก (≤1/10000 )

น้อยกว่า 1 ใน 10,000 ราย

หนาวสั่น การรับรสผิดปกติ สูญเสียการรับรส สั่นกระตุก สมาธิสั้น เลือด

กำเดาไหล หอบหืด ระคายเคืองในลำคอ มองภาพไม่ชัด

ความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตต่ำ

  • วัคซีน COVID-19 Vaccine AstraZenecaTM, COVISHIELDTM พบอาการไม่พึงประสงค์ แบ่งตามความถี่ที่พบดังตาราง

ความถี่

อาการไม่พึงประสงค์ที่พบ

พบบ่อยมาก (>1/10)

มากกว่า 1 ใน 10 ราย

บริเวณที่ฉีดยา: แข็งกดเจ็บ ปวด แดง คัน บวม ฟกช้ำ

ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ อ่อนเพลีย อ่อนล้า มีไข้ หนาวสั่น

พบบ่อย (>1/100, <1/10)

มากกว่า 1 ใน 100 ถึงน้อยกว่า 1 ใน 10 ราย

รอยบวมแข็งบริเวณที่ฉีด

อาเจียน มีอาการไม่สบายคล้ายเป็นไข้หวัดใหญ่

พบไม่บ่อย (>1/1000, <1/100)

มากกว่า 1 ใน 1000 ถึงน้อยกว่า 1 ใน 100 ราย

เวียนศีรษะ ปวดท้อง คัน ผื่น มีเหงื่อออกผิดปกติ

ความอยากอาหารลดลง ต่อมน้ำเหลืองโต

  • วัคซีน COVID-19 Vaccine JanssenTM (Johnson & Johnson) พบอาการไม่พึงประสงค์ แบ่งตามความถี่ที่พบดังตาราง

ความถี่

อาการไม่พึงประสงค์ที่พบ

พบบ่อยมาก (>1/10)

มากกว่า 1 ใน 10 ราย

บริเวณที่ฉีดยา: ปวด

ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ อ่อนเพลีย รู้สึกไม่สบาย

พบบ่อย (>1/100, <1/10)

มากกว่า 1 ใน 100 ถึงน้อยกว่า 1 ใน 10 ราย

บริเวณที่ฉีดยา: บวม แดง

ไอ มีไข้ หนาวสั่น ปวดตามข้อ

พบไม่บ่อย (>1/1000, <1/100)

มากกว่า 1 ใน 1000 ถึงน้อยกว่า 1 ใน 100 ราย

ผื่น จาม เจ็บคอ ปวดเมื่อยแขน ขา ปวดหลัง สั่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง

รู้สึกไม่สบาย เหงื่อออกมาก

พบได้น้อย (>1/10000, 1/1000)

มากกว่า 1 ใน 10,000 ถึงน้อยกว่า 1 ใน 1,000 ราย

อาการแพ้ผื่นคัน ผื่นลมพิษ

พบได้น้อยมาก (≤1/10000 )

น้อยกว่า 1 ใน 10,000 ราย

ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน (เช่น สมอง ตับ กระเพาะอาหาร ม้าม) ร่วมกับมี
เกล็ดเลือดต่ำ

ไม่ทราบความถี่

อาการแพ้แบบรุนแรง อาการแพ้แบบ Anaphylaxis

ทำอย่างไรหากเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงหลังจากรับวัคซีน

หากฉีดวัคซีนแล้วมีปฏิกิริยาแพ้รุนแรง เช่น มีผื่นทั้งตัว หน้าบวม คอบวม หายใจลำบาก ใจสั่น วิงเวียนหรืออ่อนแรง หรือมีอาการแขนขาอ่อนแรง ควรรีบมาโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

อันตรกิริยาระหว่างวัคซีนป้องกันโควิด-19 กับยาอื่นที่ให้ร่วมกัน

เนื่องจากวัคซีนโควิด-19 เป็นวัคซีนที่ผลิตออกมาไม่นานและยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการให้วัคซีนนี้ควบคู่กับวัคซีนอื่น จึงแนะนำให้เลี่ยงการรับวัคซีนโควิด-19 ร่วมกับวัคซีนชนิดอื่นเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีนโควิดและวัคซีนที่ต้องการใช้ร่วมเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปฏิกิริยาจากการฉีดวัคซีนพร้อมกันและการรบกวนการสร้างภูมิคุ้มกัน การพิจารณาจึงควรอยู่ในดุลพินิจของแพทย์

ข้อควรปฏิบัติอื่นๆ

  • ควรสังเกตอาการที่สถานพยาบาลหลังได้วัคซีนอย่างน้อย 30 นาที และควรสังเกตอาการต่อที่บ้าน

  • หากมีอาการข้างเคียงควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกร หรือบุคลากรทางการแพทย์ทราบก่อนการรับวัคซีนครั้งต่อไป

  • วัคซีนอาจไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ทั้งหมด แต่ป้องกันโรครุนแรงได้เกือบทั้งหมด ดังนั้นผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วอาจติดเชื้อแบบไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยมากได้ จึงยังจำเป็นต้องรักษามาตรการในการป้องกันเชื้อในชุมชน ได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางกายภาพ และล้างมือบ่อยๆ ต่อไป

  • ควรรับวัคซีนตามกำหนดและเก็บบันทึกการรับวัคซีนไว้เพื่อเป็นหลักฐาน

  • หากมีข้อสงสัยใดเกี่ยวกับวัคซีนควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกร หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ให้การดูแลท่านเอกสารอ้างอิง

  • CoronaVac [package insert].Bangkok: The Government Pharmaceutical Organization; 2021.

  • European Medicines Agency. COVID-19 Vaccine AstraZeneca. Available from: https://www.ema.europa.eu/en/documents/product-information/covid-19-vaccine-astrazeneca-product-information-approved-chmp-29-january-2021-pending-endorsement_en.pdf [Accessed 27 May 2021].

  • European Medicines Agency. COVID-19 Vaccine Janssen. Available from: https://www.ema.europa.eu/en/documents/product-information/covid-19-vaccine-janssen-epar-product-information_en.pdf [Accessed 27 May 2021].

  • กรมควบคุมโรค. แนวทางการให้วัคซีนโควิด 19 ในสถานการณ์การระบาดปี 64 ของประเทศไทย. เข้าถึงได้จาก: https://online.pubhtml5.com/nqwl/vxcg/#p=1 [เข้าถึงเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2564].

  • ราชวิทยาลัยสูตินารีแพทย์แห่งประเทศไทย. ประกาศเรื่องการการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในสตรีตั้งครรภ์หรือสตรีให้นมบุตร. เข้าถึงได้จาก: http://www.rtcog.or.th/home/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%8b/4976/[เข้าถึงเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2564].

  • COVILO [package insert].Bangkok: Biogenetech; 2021.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19
Q: วัคซีนโควิด-19 (COVID-19 vaccine) คืออะไร
A: วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในขณะนี้มีด้วยกัน 4 ชนิดหลักๆ แบ่งตามเทคนิคที่ใช้ในการผลิตวัคซีน คือ

  • mRNA vaccines เป็นการผลิตโดยใช้สารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสซาร์ส-โควี-2 (SARS-CoV-2) เมื่อฉีดเข้าไปในร่างกาย จะทำให้ร่างกายสร้างโปรตีนที่สามารถกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสขึ้นมา
  • Viral vector vaccines เป็นการฝากสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสซาร์ส-โควี-2 (SARS-CoV-2) เข้าไปในสารพันธุกรรมของไวรัสชนิดอื่นที่อยู่ในสภาพที่ไม่ก่อให้เกิดโรค เพื่อพาเข้ามาในร่างกาย ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสขึ้นมา
  • Protein-based vaccines จะใช้โปรตีนบางส่วนของเชื้อไวรัสซาร์ส-โควี-2 (SARS-CoV-2) เช่น โปรตีนส่วนหนาม (spike protein) ฉีดเข้าไปในร่างกายเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส
  • Inactivated vaccines ผลิตโดยการใช้ไวรัสซาร์ส-โควี-2 (SARS-CoV-2) ที่ถูกทำให้ตายแล้ว เมื่อฉีดเข้าไปในร่างกายจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส
    Q: วัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทยมีอะไรบ้าง
    A: ในปัจจุบันวัคซีนโควิด-19 ที่มีให้บริการในประเทศไทย มี 2 ชนิด คือ (ข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2564)
  • วัคซีนป้องกันโควิด-19 แอสตร้าเซนเนกา (COVID-19 Vaccine AstraZeneca) ให้ในผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยต้องได้รับวัคซีนทั้งหมด 2 ครั้ง ห่างกัน 10-12 สัปดาห์
  • วัคซีนโคโรนาแวคหรือซิโนแวค (CoronaVac หรือ Sinovac COVID-19 vaccine) เป็นวัคซีนเชื้อตาย ซึ่งขณะนี้กำหนดให้ในผู้ที่มีอายุ 18-59 ปี โดยต้องได้รับวัคซีนทั้งหมด 2 ครั้ง ห่างกัน 2-4 สัปดาห์
    การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในบุคคลกลุ่มต่างๆ
    Q: บุคคลกลุ่มใดบ้างที่ควรได้รับวัคซีนโควิด-19
    A: เป้าหมายของการให้วัคซีนคือ เพื่อลดการป่วยรุนแรง การเสียชีวิตจากโรคและการสร้างภูมิคุ้มกันในระดับประชากร จึงแนะนำให้บุคคลต่อไปนี้รับการฉีดทันทีที่ทำได้
  • บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสสัมผัสโรคสูง
  • บุคคลที่มีโรคประจำตัวซึ่งอยู่ในภาวะคงที่ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรคติดเชื้อเอชไอวี โรคมะเร็ง โรคข้ออักเสบ/โรคแพ้ภูมิตัวเอง โรคสะเก็ดเงิน โรคภูมิแพ้ ภาวะสมองเสื่อม อัมพาต โรคไตเรื้อรัง ผู้สูงอายุที่มีภาวะเปราะบาง โรคหืด/ปอดอุดกั้นเรื้อรัง สามารถฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้ เนื่องจากผู้ที่มีโรคประจำตัวดังกล่าวอาจมีความเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรงถึงชีวิตหากติดเชื้อโควิด-19
  • ประชาชนทั่วไปที่ไม่มีข้อห้ามฉีดวัคซีนโควิด-19
    Q: ข้อห้ามฉีดวัคซีนโควิด-19 มีอะไรบ้าง
    A: ข้อห้ามของการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้แก่
  • อายุต่ำกว่า 18 ปี (วัคซีนที่มีในประเทศไทยขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลรองรับในเด็ก)
  • แพ้ส่วนประกอบในวัคซีน หรือมีประวัติแพ้รุนแรงจากการฉีดครั้งแรก
  • ติดเชื้อโควิด-19 ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
  • มีโรคประจำตัวที่อาการยังไม่คงที่ ไม่สามารถควบคุมอาการของโรคได้
  • ตั้งครรภ์ โดยมีอายุครรภ์น้อยกว่า 12 สัปดาห์
  • มีไข้หรือเจ็บป่วย ควรรักษาให้หายป่วยก่อน 1-2 สัปดาห์
  • ได้รับวัคซีนใดๆ มาก่อนในช่วง 2-4 สัปดาห์
    Q: ผู้ป่วยที่มีปัญหาเลือดออกง่าย เกล็ดเลือดต่ำหรือเกล็ดเลือดทำงานผิดปกติ รับประทานยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด สามารถรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้หรือไม่
    A: ได้ แนะนำให้รับการฉีดวัคซีนโดยใช้เข็มฉีดยาขนาดเล็ก (25 หรือ 27) ที่กล้ามเนื้อต้นแขน หลังฉีดวัคซีนให้กดนานประมาณ 5 นาทีด้วยตนเอง จากนั้นอาจใช้น้ำแข็งหรือเจลประคบเย็นช่วยประคบหลังฉีดวัคซีนได้ (อ้างอิงจากสมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย วันที่ 18 พฤษภาคม 2564)
    Q: เด็กสามารถรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้หรือไม่
    A: ปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับการให้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในเด็ก แต่จากคำแนะนำในการฉีดวัคซีนของแต่ละบริษัทผู้ผลิตแนะนำให้ฉีดตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป ยกเว้นวัคซีนของ Pfizer-BioNTech ที่แนะนำให้ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไป
    Q: หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร หญิงมีประจำเดือนสามารถรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้หรือไม่
    A: ปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับการให้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในหญิงตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตามกรมอนามัยแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้ โดยควรฉีดช่วงอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาระหว่างความรุนแรงที่เกิดหากติดเชื้อโควิด-19 กับอาการข้างเคียงของวัคซีนที่อาจเกิดขึ้น ส่วนหญิงให้นมบุตรและหญิงมีประจำเดือนสามารถรับการฉีดวัคซีนได้เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป
    Q: ผู้ที่กำลังรอผลตรวจโควิด-19อยู่ สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19ได้เลยหรือไม่ หรือต้องรอให้ทราบผลการตรวจก่อน
    A: รอให้ทราบผลการตรวจเชื้อโควิด-19 ก่อน หากผลพบว่าไม่ติดเชื้อสามารถฉีดวัคซีนได้เลย แต่ถ้าอยู่ระหว่างการติดเชื้อให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 3-6 เดือนหลังจากหายดีก่อน จึงค่อยฉีดวัคซีน
    Q: ผู้ที่เคยมีประวัติเป็นโรคโควิด-19 มาก่อน ยังจำเป็นต้องได้รับวัคซีนโควิด-19 หรือไม่
    A: ผู้ที่เคยมีประวัติเป็นโรคโควิด-19 มาก่อน แม้จะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ในร่างกาย แต่ในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาของภูมิคุ้มกันในร่างกายที่จะป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ครั้งต่อไปและยังมีโอกาสติดเชื้อซ้ำได้ ดังนั้นจึงควรได้รับวัคซีนโควิด-19 แม้ว่าจะเคยเป็นโรคโควิด-19 มาก่อน โดยกรมควบคุมโรคแนะนำให้เว้นระยะห่างจากการติดเชื้อไปอย่างน้อย 3-6 เดือน ไม่จำเป็นต้องตรวจการติดเชื้อก่อนฉีดวัคซีน เพราะแม้จะเคยเป็นมาก่อน ก็ไม่ทำให้มีอันตรายจากการฉีดวัคซีน โดยอาจพิจารณาให้ฉีดเพียง 1 เข็ม
    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีนโควิด-19
    Q: ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 ภายในระยะเวลากี่วันหลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว
    A: วัคซีนจะมีประสิทธิภาพในการสร้างภูมิต้านทานสูงสุดในร่างกายหลังจากที่มีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 เป็นเวลาเฉลี่ย 14-28 วัน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องได้รับวัคซีนให้ครบเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด
    Q: ระยะเวลาในการป้องกันและการฉีดกระตุ้นเป็นอย่างไร
    A: ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลด้านระยะเวลาของการป้องกันโรคหลังการฉีดวัคซีนว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้นานเพียงใด เบื้องต้นพบว่าสามารถป้องกันโรคได้นานประมาณ 6 เดือนขึ้นไป ส่วนข้อมูลในการฉีดกระตุ้นจำเป็นต้องติดตามคำแนะนำผู้เชี่ยวชาญต่อไปในอนาคต
    Q: เมื่อฉีดวัคซีนแล้วจะทำให้เมื่อเป็นโรคมีอาการรุนแรงน้อยลงหรือไม่
    A: วัคซีนอาจไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ทั้งหมด แต่ป้องกันโรครุนแรงได้เกือบทั้งหมด ดังนั้นผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วอาจติดเชื้อแบบไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยมากได้ จึงยังจำเป็นต้องรักษามาตรการในการป้องกันเชื้อในชุมชน ได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางกายภาพ และล้างมือบ่อยๆ ต่อไป
    Q: หลังฉีดวัคซีนแล้วสามารถติดเชื้อและแพร่เชื้อได้ไหม
    A: วัคซีนไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อได้ทั้งหมด แม้จะฉีดวัคซีนแล้วก็ยังสามารถติดเชื้อทั้งที่มีหรือไม่มีอาการได้ แต่วัคซีนจะป้องกันการติดเชื้อแบบรุนแรงได้ดี ดังนั้นผู้รับวัคซีนยังคงต้องปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันต่างๆ ที่ใช้ในปัจจุบัน ได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือ การรักษาระยะห่างทางสังคม และการกักตัวอย่างเคร่งครัดหากมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยโรคโควิด-19 และควรมาพบแพทย์เพิ่มเติมเพื่อตรวจวินิจฉัย หรือทำการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป
    Q: วัคซีนสามารถป้องกันไวรัสกลายพันธุ์ได้หรือไม่
    A: วัคซีนที่ผลิตในปัจจุบันพัฒนามาจากไวรัสที่ระบาดในช่วงแรก จึงอาจทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสกลายพันธุ์ลดลง อย่างไรก็ดีผลกระทบของไวรัสกลายพันธุ์ต่อประสิทธิภาพของวัคซีนแต่ละชนิดจำเป็นต้องมีการศึกษาต่อไป อาจเป็นไปได้ว่าต้องมีการฉีดวัคซีนต่อไวรัสที่กลายพันธุ์ซ้ำในอนาคต
    Q: วัคซีนโควิด-19 มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
    A: จากการศึกษาวิจัยวัคซีนโควิด-19 แต่ละชนิด มักพบเป็นปฏิกิริยาเฉพาะที่ เช่น อาการปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีดวัคซีน อาการอื่นๆ ที่อาจพบได้ เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ มีไข้ และคลื่นไส้อาเจียน เป็นต้น ส่วนใหญ่อาการมักไม่รุนแรงและหายได้เองหลังฉีดยาประมาณ 1-2 วัน แต่การฉีดวัคซีนเหล่านี้ก็ยังสามารถทำให้เกิดอาการแพ้รุนแรงได้ในอัตราที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องสังเกตอาการหลังการฉีดอย่างน้อย 30 นาทีในสถานพยาบาลเสมอ หากผู้รับวัคซีนเกิดอาการไม่พึงประสงค์หรือไม่มั่นใจว่าอาการดังกล่าวเกิดจากวัคซีนหรือไม่ แนะนำให้ผู้รับวัคซีนปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม ทั้งนี้ยังไม่มีข้อมูลอาการไม่พึงประสงค์ระยะยาวเนื่องจากเป็นวัคซีนใหม่
    แนวทางการฉีดวัคซีนโควิด-19 และการฉีดวัคซีนโควิด-19 ร่วมกับวัคซีนอื่นๆ
    Q: สามารถฉีดวัคซีนอื่น เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนพิษสุนัขบ้า วัคซีนรวมคอตีบ-บาดทะยัก วัคซีนรวมหัด-หัดเยอรมัน วัคซีน HPVพร้อมกับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในคราวเดียวกันได้หรือไม่ หากไม่สามารถให้พร้อมกันได้ ควรเว้นระยะห่างนานเท่าไหร่
    A: เนื่องจากวัคซีนโควิด-19 เป็นวัคซีนที่ผลิตออกมาไม่นาน ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ร่วมกับวัคซีนอื่นๆ จึงแนะนำให้เลี่ยงการรับวัคซีนโควิด-19 และวัคซีนชนิดอื่นเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีนโควิด-19 และวัคซีนที่ต้องการใช้ร่วมเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปฏิกิริยาจากการฉีดวัคซีนพร้อมกันและการรบกวนการสร้างภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ดีวัคซีนที่มีความจำเป็น เช่น เมื่อถูกสัตว์กัดให้ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องทิ้งช่วงเวลาเนื่องจากความเสี่ยงต่อโรคพิษสุนัขบ้ามีความสำคัญกว่า
    Q: หากฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว แต่มาทราบภายหลังว่าเพิ่งได้รับวัคซีนอื่นไปก่อนหน้านี้ภายในช่วง 14 วันที่ผ่านมา ต้องทำอย่างไร
    A: สามารถนับการได้วัคซีนโควิด-19 ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกได้ และให้วัคซีนโควิด-19 ครั้งถัดไปตามระยะเวลาที่เหมาะสมตามชนิดของวัคซีนที่ฉีด
    Q: วัคซีนโควิด 19 ต่างชนิด/ยี่ห้อ สามารถฉีดสลับกัน (Interchangeable) ได้หรือไม่
    A: ขณะนี้ยังไม่มีการศึกษารองรับกรณีการฉีดสลับยี่ห้อ จึงยังแนะนำให้ฉีดยี่ห้อเดียวกันไปก่อนจนกว่าจะมีการศึกษาวิจัยออกมาเพิ่มเติม ยกเว้นในกรณีที่มีอาการแพ้วัคซีนรุนแรงในเข็มแรก เข็มที่สองจึงไม่ฉีดยี่ห้อเดิมที่แพ้รุนแรง ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การวินิจฉัยอาการจากแพทย์และเภสัชกรแล้วว่าแพ้วัคซีนรุนแรง
    Q: ได้รับวัคซีนไปแล้ว หากในอนาคตมีวัคซีนอื่นๆ เช่น Pfizer-BioNTech, Moderna สามารถฉีดต่อได้ไหม
    A: แนะนำให้ฉีดวัคซีนที่มีตอนนี้ให้ครบก่อน หากอนาคตมีวัคซีนทางเลือกอื่นๆ อาจพิจารณากระตุ้นซ้ำภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ส่วนเรื่องระยะห่างปัจจุบันยังไม่มีการศึกษา ให้รอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง
    คำแนะนำการปฏิบัติตัวก่อนและหลังเข้ารับวัคซีนโควิด-19
    Q: ก่อนเข้ารับวัคซีนโควิด-19 ควรเตรียมตัวอย่างไร
    A: การเตรียมตัวก่อนเข้ารับวัคซีนโควิด-19 มีดังนี้
  • พักผ่อนให้เพียงพอในคืนวันก่อนฉีดวัคซีน
  • รับประทานอาหารได้ตามปกติ แนะนำงดชา กาแฟ บุหรี่ก่อนฉีดวัคซีนไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง และดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ
  • หากมีไข้หรือเจ็บป่วยควรเลื่อนการรับวัคซีนไปก่อน กรณีเป็นหวัดเล็กน้อยและไม่มีไข้สามารถรับวัคซีนได้
  • เตรียมบัตรประชาชนและหน้าจอแสดงนัดหมายจากหมอพร้อม/SMS จากโรงพยาบาล เพื่อนำมาแสดง ณ จุดลงทะเบียนในวันเวลาที่กำหนด
    Q: หลังได้รับวัคซีนโควิด-19 แล้วควรปฏิบัติตนอย่างไร
    A: การปฏิบัติตนหลังได้รับวัคซีนโควิด-19 ได้แก่
  • หลังฉีดแล้วรอสังเกตอาการ 30 นาทีที่โรงพยาบาล
  • ดื่มน้ำมากๆ
  • ถ้ามีไข้หรือปวดเมื่อยมาก สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลขนาด 500 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด โดยรับประทานซ้ำได้ทุก 6 ชั่วโมงหากยังมีอาการ
  • ใน 2 วันหลังการฉีด งดออกกำลังกายหนักหรือใช้แขนข้างที่ฉีดยกของหนัก และพักผ่อนให้เพียงพอ
  • สังเกตอาการ หากมีปฏิกิริยาแพ้รุนแรง เช่น มีผื่นทั้งตัว หน้าบวม คอบวม หายใจลำบาก ใจสั่น วิงเวียนหรืออ่อนแรง หรือมีอาการแขนขาอ่อนแรง ควรรีบแจ้งแพทย์หรือมาโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
    Q: หากได้รับวัคซีนโควิด-19 แล้วยังต้องสวมหน้ากากและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันหรือไม่
    A: เนื่องจากวัคซีนไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อได้ทั้งหมด แม้จะฉีดวัคซีนแล้วก็ยังสามารถติดเชื้อทั้งที่มีหรือไม่มีอาการได้ แต่วัคซีนจะป้องกันการติดเชื้อแบบรุนแรงได้ดี ดังนั้นผู้รับวัคซีนยังคงต้องปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันต่างๆ ที่ใช้ในปัจจุบัน ได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือ การรักษาระยะห่างทางสังคม และการกักตัวอย่างเคร่งครัดหากมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยโรคโควิด-19 และควรมาพบแพทย์เพิ่มเติมเพื่อตรวจวินิจฉัยหรือทำการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป
    Q: ได้รับวัคซีนโควิด-19 แล้วสามารถบริจาคเลือดได้หรือไม่
    A: สภากาชาดไทยแนะนำให้เว้นระยะ 1 สัปดาห์หลังฉีดวัคซีนแล้วจึงบริจาคเลือด แต่หากมีอาการข้างเคียงหลังได้รับวัคซีนควรเว้นระยะ 1-2 สัปดาห์หลังจากหายดีแล้วจึงบริจาคเลือด (ข้อมูลวันที่ 21 พฤษภาคม 2564)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...