โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คดีอาคาร สตง.ถล่ม เดินหน้าเข้าสู่อัยการ ลุ้นสั่งฟ้องก่อนหมดผัดสุดท้าย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 12.16 น.
หลัง บชน. ส่งสำนวนคดีอาคาร สตง.ถล่มกว่า 90,000 แผ่นให้อัยการ ขั้นตอนต่อไปอยู่ที่การวินิจฉัยสั่งคดี ก่อนหมดเวลาฝากขังผัดสุดท้าย

จากซากปรักหักพัง สู่ความเคลื่อนไหวในกระบวนการกฎหมาย

คดีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ที่พังถล่มจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ กลายเป็นคดีอาญาที่สังคมเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด

ล่าสุด กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้นำส่งสำนวนการสอบสวนไปยังสำนักงานอัยการเรียบร้อยแล้ว เปิดฉากสู่กระบวนการยุติธรรมในขั้นตอนของอัยการ

สำนวนกว่า 90,000 แผ่น กับผู้ต้องหา 23 ราย

พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า การสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว โดยส่งสำนวนคดีจำนวน 233 แฟ้ม 51 ลัง รวมกว่า 90,000 แผ่น ให้อัยการพิจารณา โดยมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา รวมทั้งสิ้น 23 ราย แบ่งเป็น 7 บริษัท และ 16 รายบุคคล หนึ่งในนั้นคือ นายเปรมชัย กรรณสูต

ข้อกล่าวหาที่ตำรวจเสนอให้อัยการสั่งฟ้อง ได้แก่ การกระทำที่เป็นอันตรายต่อชีวิตโดยละเมิดหน้าที่วิชาชีพทางวิศวกรรม การร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม ซึ่งถือเป็นข้อหาหนักและเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชน

อัยการเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัย ท่ามกลางกรอบเวลาจำกัด

นายสัญจัย จันทร์ผ่อง อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ระบุว่า สำนวนคดีที่มีความหนาแน่นของข้อมูล ต้องใช้การตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน และแม้จะมีเอกสารจำนวนมาก อัยการก็ต้องเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาฝากขังผัดที่ 7 ซึ่งเป็นผัดสุดท้าย

หากไม่สามารถสั่งคดีได้ทัน ผู้ต้องหาจะต้องได้รับการปล่อยตัวตามกฎหมาย จึงเป็นแรงกดดันสำคัญให้คณะทำงานต้องเร่งดำเนินการอย่างมืออาชีพ โดยนายสัญจัยระบุว่า คดีนี้จะดำเนินการให้รอบคอบและโปร่งใส เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

การตั้งคณะทำงานและการพิจารณาความเป็นธรรม

แม้ขณะนี้ยังไม่มีการตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพิ่มเติม แต่สำนักงานอัยการคดีอาญา 8 ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ สน.บางซื่อ อาจต้องเสริมกำลังหากพบข้อจำกัดทางกระบวนการในระยะต่อไป ขณะเดียวกัน หากฝ่ายผู้ต้องหามีการร้องขอความเป็นธรรมเข้ามา ก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามกฎระเบียบ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีฝ่ายใดยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมทั้งในชั้นสอบสวนของตำรวจและในชั้นอัยการ ทำให้การพิจารณาสำนวนสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง

เส้นทางข้างหน้า และปมที่ยังรอการขยายผล

ในอีกด้านหนึ่ง คดีนี้ยังเชื่อมโยงไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐบางรายที่มีผู้ร้องทุกข์ว่าอาจเกี่ยวข้องกับการอนุญาตหรือกำกับดูแลโครงการก่อสร้าง ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนส่วนนี้ไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้วกว่า 30 วัน แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ

หากมีข้อมูลใหม่หรือหลักฐานเพิ่มเติมในประเด็นที่เกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่รัฐ การขยายผลจะต้องเดินหน้าต่อไปในอีกแนวทางหนึ่ง ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพรวมของคดีในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...