โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาวะสงคราม–เศรษฐกิจโลก: หุ้นกลุ่มไหนได้ประโยชน์ หรือเสี่ยงสูงขึ้น

StockRadars

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 07.24 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 07.24 น.

ในช่วงเวลาที่เกิดความไม่สงบระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสงครามที่ใช้กำลังทหารโดยตรง หรือความขัดแย้งทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดการเงินมักตอบสนองอย่างรวดเร็ว
ความผันผวนสูงขึ้น ความเชื่อมั่นลดลง และการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างสินทรัพย์ กลายเป็นกลไกป้องกันความเสี่ยงในระยะสั้น

มาดูกันว่าหุ้นกลุ่มธุรกิจไหนได้ประโยชน์ หรือมักจะมีความเสี่ยงที่สูงขึ้น เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมรับทุกสถานการณ์กันครับ

💎 กลุ่มธุรกิจที่มักได้รับผลบวก

  • พลังงาน (Energy Sector)
    ความขัดแย้งในภูมิภาคที่มีบทบาทด้านการผลิตพลังงาน เช่น ตะวันออกกลาง หรือรัสเซีย
    ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติผันผวนในเชิงบวก บริษัทในกลุ่มสำรวจ ผลิต และจำหน่ายพลังงาน มักเห็นราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

  • กลาโหมและเทคโนโลยีความมั่นคง (Defense & Aerospace)
    ในประเทศที่มีบริษัทจดทะเบียนด้านยุทโธปกรณ์หรือระบบป้องกันประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา เพราะมีความต้องการงบประมาณด้านความมั่นคงที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทเหล่านี้อาจมีรายได้และคำสั่งซื้อใหม่ตามมา

  • เหมืองแร่และโลหะมีค่า (Precious Metals & Mining)
    ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความเชื่อถือในช่วงวิกฤต ท่ามกลางความไม่แน่นอน
    บริษัทเหมืองทองหรือเหมืองเงินมักได้รับประโยชน์จากราคาตลาดที่ปรับตัวขึ้น

  • สาธารณูปโภค (Utilities)
    ด้วยลักษณะธุรกิจที่มีรายได้มั่นคงต่อเนื่องแม้ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หุ้นในกลุ่มนี้มักถูกจัดอยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยของพอร์ตลงทุนเชิงรับ

⚠️ กลุ่มธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น

  • ท่องเที่ยวและสายการบิน (Travel & Airlines)
    ความกังวลด้านความปลอดภัย ภัยคุกคามด้านการเดินทาง และต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
    ส่งผลโดยตรงต่อรายได้และอัตรากำไรของธุรกิจท่องเที่ยวทั่วโลก

  • อุตสาหกรรมที่พึ่งพา Supply Chain ต่างประเทศ
    อุตสาหกรรมที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบ เครื่องจักร หรือผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป อาจเผชิญปัญหาคอขวดด้านโลจิสติกส์ และต้นทุนที่ผันผวนอย่างรุนแรง

  • เทคโนโลยีและหุ้นเติบโตสูง (Growth Stocks)
    แม้จะมีแนวโน้มเติบโตระยะยาว แต่ในภาวะที่ความไม่แน่นอนสูง
    หุ้นกลุ่มนี้มักถูกขายออกก่อนเป็นลำดับต้น ๆ เพื่อย้ายเงินเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยหรือลดความเสี่ยง

🎯 มุมมองเชิงกลยุทธ์
ภาวะสงครามไม่จำเป็นต้องหมายถึงวิกฤตสำหรับนักลงทุน หากมีการวางกลยุทธ์ที่รอบคอบ
การประเมิน “โครงสร้างพอร์ต” และ “กระจายความเสี่ยงตามภูมิภาคและกลุ่มอุตสาหกรรม” จะช่วยลดผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเฝ้าติดตามปัจจัยมหภาค เช่น ราคาน้ำมัน ค่าเงิน นโยบายดอกเบี้ย และการส่งออกของประเทศใหญ่ จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนในระยะกลาง–ยาว

📌 ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน โปรดศึกษาข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุนครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...