โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมสุขภาพจิตเตือนภัย ‘Political Stress Syndrome’ แนะ 5 แนวทางรับมือสถานการณ์การเมืองร้อนแรง

THE STANDARD

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 01.20 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 01.20 น. • thestandard.co
กรมสุขภาพจิตเตือนภัย ‘Political Stress Syndrome’ แนะ 5 แนวทางรับมือสถานการณ์การเมืองร้อนแรง

วันนี้ (20 มิถุนายน) นายแพทย์ กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่รวดเร็ว รวมถึงความเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ได้ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากเกิดภาวะ Political Stress Syndrome (PSS) แม้จะไม่ใช่โรคทางจิตเวชโดยตรง แต่เป็นปฏิกิริยาทางอารมณ์และจิตใจที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด หรือมีแนวโน้มเอนเอียงไปทางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างชัดเจน

อาการของ Political Stress Syndrome (PSS) แบ่งเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่:

  • อาการทางร่างกาย: ปวดตึงขมับหรือต้นคอ, หายใจไม่อิ่ม, ใจสั่น, นอนไม่หลับ, หรือแน่นท้อง
  • อาการทางจิตใจ: หงุดหงิดง่าย, โกรธ, ฉุนเฉียว, เบื่อหน่าย, ฟุ้งซ่าน, หรือหมกมุ่นกับข้อมูลทางการเมืองจนเครียด
  • ปัญหาทางพฤติกรรม: โต้แย้งหรือโต้เถียงด้วยอารมณ์ โดยเฉพาะในครอบครัว หรืออาจถึงขั้นใช้ความรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์

นายแพทย์กิตติศักดิ์ย้ำว่า ประชาชนควรมีสติในการรับฟังข้อมูลอย่างรอบคอบ และคำนึงถึงผลกระทบจากการแสดงความคิดเห็นหรือใช้ถ้อยคำที่รุนแรง เพราะอาจก่อให้เกิดความเกลียดชังและทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น แม้จะมีเจตนาสื่อสารข้อเท็จจริงก็ตาม

อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวเพิ่มเติมว่า การสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์ที่ขาดการยั้งคิดและเต็มไปด้วยถ้อยคำรุนแรง อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกับบุคคล 3 กลุ่ม คือ:

  • ผู้พูด/ผู้ส่งสาร: หากใช้อารมณ์มากกว่าสติ อาจใช้ถ้อยคำหมิ่นประมาทหรือยั่วยุโดยไม่ตั้งใจ ทำให้ความขัดแย้งลุกลาม
  • ผู้ฟัง/ผู้รับสาร: หากได้รับข้อมูลที่รุนแรงอาจรู้สึกไม่พอใจ เครียด หรือวิตกกังวลจนกระทบสุขภาพจิต
  • ผู้คนในสังคม: หากการสื่อสารในวงกว้างขาดความระมัดระวังและเต็มไปด้วยความขัดแย้ง อาจทำให้เกิดบรรยากาศความตึงเครียดและรู้สึกว่าสังคมไม่น่าอยู่

เพื่อรับมือกับภาวะความเครียดดังกล่าว กรมสุขภาพจิตจึงแนะนำ 5 วิธีดูแลใจ ดังนี้:

  • รู้เท่าทันอารมณ์: ตระหนักรู้ถึงอารมณ์ของตนเองขณะติดตามข่าวสาร
  • จำกัดเวลาติดตามข่าว: กำหนดเวลาในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างเหมาะสม ไม่หมกมุ่นมากเกินไป
  • ดำรงชีวิตสมดุล: ทำกิจวัตรประจำวันให้สมดุล ไม่ละเลยหน้าที่และความรับผิดชอบ
  • เคารพความคิดเห็นที่หลากหลาย: เปิดใจรับฟังและเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง
  • พักผ่อนผ่อนคลายอย่างเหมาะสม: ให้เวลากับการพักผ่อนและผ่อนคลายความเครียด เช่น นอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกาย ทำสมาธิ หรือฝึกหายใจคลายเครียด

ทั้งนี้ หากพบว่าอาการเครียดมีความรุนแรง ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตหรือความสัมพันธ์กับผู้อื่น ขอให้รีบขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต ณ สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...