โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ซีพีแรม” รายแรกในเครือซีพี ได้รับเป็นต้นแบบ มอก.9999 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน

TODAY

อัพเดต 19 พ.ค. 2568 เวลา 12.19 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2568 เวลา 05.13 น. • workpointTODAY

บริษัทซีพีแรมจำกัด(CPRAM) หนึ่งในผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน ล่าสุด ได้รับเลือกให้เป็น ‘ต้นแบบ’ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน และเป็นบริษัทแรกในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ เครือซีพี ที่ได้รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรมหรือมอก.9999 ตามกระทรวงอุตสาหกรรม

โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) ประกาศใช้มาตรฐานดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้องค์กรอุตสาหกรรมไทยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างระบบการจัดการขององค์กรให้สมดุลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับธุรกิจในยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผ่านหลักการสำคัญ3 ด้าน คือ

  • ความพอประมาณ
  • ความมีเหตุผล
  • การมีภูมิคุ้มกันที่ดี

โดยทั้ง 3 ด้านอยู่บนพื้นฐานของ“ความรู้และคุณธรรม” ทั้งนี้จงรักษ์โรจน์พลาเสถียร’ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เป็นผู้มอบประกาศนียบัตร มอก.9999 โดยมี ‘ชุมพลลีละศุภพงษ’ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัทซีพีแรมจำกัด เป็นผู้รับมอบประกาศนียบัตร มอก.9999 ณ ห้องAuditorium ชั้น6 อาคารทรู ดิจิทัล พาร์ค(TDPK) กรุงเทพฯ

ในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนี้ แนวคิดความยั่งยืนจึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่กลายเป็นเข็มทิศสำคัญของการดำเนินธุรกิจที่มั่นคง ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์หรือเครือซีพีได้ให้ความสำคัญและนำมาประยุกต์ใช้อย่างจริงจัง

โดยบริษัท ซีพีแรม จำกัด เป็นผู้นำร่องในการนำมาตรฐาน มอก.9999 มาปรับใช้ภายในองค์กร ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ยึดมั่นใน4 หลักการสำคัญคือ การทำงานร่วมกัน เคารพประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การทำงานแบบบูรณาการ และการทำงานเชิงระบบ โดยมาตรฐานนี้จะเข้ามาช่วยสร้างความสมดุลในห่วงโซ่อุปทาน ที่ทำให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็น พนักงาน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ไม่ใช่แค่พัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพแต่ยังช่วย“พัฒนาคน” ให้เป็นคนดีมีคุณค่าพร้อมขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าอย่างสมดุลกับสังคมและสิ่งแวดล้อม มาตรฐานนี้คือรากฐานของความยั่งยืนที่แท้จริง ทั้งต่อตัวเรา องค์กร และสังคมโดยรวม

มาตรฐานมอก.9999” ยังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของซีพีแรมในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกองค์กรในทุกมิติ ผ่านกระบวนการคิดและการตัดสินใจบนหลักเหตุผล ความรัดกุม และคำนึงถึงความเหมาะสมอย่างรอบด้าน เพื่อวางรากฐานธุรกิจที่มั่นคงในระยะยาวควบคู่ไปกับการสร้างสมดุลระหว่างการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างความสุขให้กับผู้คนทั้งองค์กร

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ซีพีแรมได้รับมาตรฐาน“มอก.9999” ก็คือตลอดระยะเวลากว่า18 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนิน“โครงการเกษตรกรคู่ชีวิต มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้จริงในระดับชุมชน ผ่านการส่งเสริมอาชีพโดยคำนึงถึงความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่เป็นหลัก

โดยพิจารณาตามความเหมาะสมด้านพื้นฐานอาชีพและทรัพยากรที่มีอยู่ ทั้งยังมีการคัดเลือกเกษตรกรที่มีความพร้อมให้มาพัฒนาระบบงานไปพร้อม ๆ กับบริษัท โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ การถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสม และการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเพาะปลูกตามมาตรฐานGAP การส่งเสริมให้สามารถวางแผนการผลิตที่ยั่งยืนเพื่อเพิ่มผลผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการ ไปจนถึงการรับซื้อผลผลิตในราคาที่เหมาะสม ส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถนำความรู้และประสบการณ์มาเป็นแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาในอนาคตได้ด้วยตนเอง และอีกมากมาย

หนึ่งในความสำเร็จที่โดดเด่นคือ การส่งเสริมให้ชุมชนเกษตรกรรอบๆโรงงานซีพีแรมทำการเพาะปลูก“กะเพรา” จากเมล็ดพันธุ์ที่มีศักยภาพในการเพาะปลูกมีผลผลิตที่ดีมีกลิ่นหอม ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในเมนูยอดนิยม“ข้าวกะเพรา” ของซีพีแรมที่จัดจำหน่ายอย่างแพร่หลายในร้าน7-Eleven ทั่วประเทศ

พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสะท้อนถึงการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับฐานราก เข้ากับอุตสาหกรรมอาหารระดับประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

ด้วยวิสัยทัศน์“เรามุ่งมั่นในการส่งมอบอาหารคุณภาพ เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคน” ที่ยึดมั่นในคุณภาพ ความยั่งยืน และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ซีพีแรม ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อาหารที่เปี่ยมด้วยความอร่อย ปลอดภัย และให้คุณค่าทางโภชนาการ

ที่สำคัญก็ไม่ลืมที่จะดูแลสิ่งแวดล้อมและยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทย เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน และเพิ่มขีดความสามารถอุตสาหกรรมอาหารไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับโลกใบนี้อย่างยั่งยืนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...