"ชาติศิริ" นำทัพ ธนาคารกรุงเทพ และ เพอร์มาตาแบงก์ เปิดเวทีเจาะลึก "อินโดนีเซีย"
"ชาติศิริ" นำทัพ ธนาคารกรุงเทพ และ ธนาคารเพอร์มาตา เปิดเวทีเจาะลึก "อินโดนีเซีย" ชี้ช่องทางลงทุนอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม มูลค่าตลาดกว่า 2.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมเผยไม่กังวลปัญหาการเมืองในประเทศ เชื่อตราบใดที่ยังมีรัฐบาลที่สามารถผลักดันนโยบายต่างๆ ให้เดินไปข้างหน้าได้
วันที่ 2 ก.ค. 2568 นายชาติศิริ โสภณพนิช ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวในงานสัมมนา "Indonesia Investment & Trade Forum 2025" ซึ่งจัดโดยธนาคารกรุงเทพ ว่าธนาคารมีความสนใจในการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศไทยและอินโดนีเซีย โดยปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ 75 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ และ ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีแห่งอินโดนีเซีย ยังให้เกียรติในการเดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านา โดยถือเป็นประธานาธิบดีอินโดนีเซียคนแรกที่มาเยือนไทยในฐานะแขกของรัฐบาลในรอบ 20 ปี
ตลอดการเยือนไทยครั้งนี้ ปราโบโว ซูเบียนโต ได้กล่าวย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะนำพาประเทศอินโดนีเซีย ก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ภายใต้วิสัยทัศน์ Golden Indonesia 2045 โดยการเยือนครั้งนี้ยังช่วยเสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยในฐานะหุ้นส่วนด้านการค้าและการลงทุนที่สำคัญ ที่จะมีส่วนช่วยให้ประเทศอินโดนีเซียประสบความสำเร็จนี้ ขณะเดียวกันอินโดนีเซียก็สามารถมีบทบาทที่สำคัญต่อไทยได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม การคว้าโอกาสในช่วงเวลานี้เพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างกันจะเกิดประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย โดยปัจจุบันประเทศไทยเป็นตลาดส่งออกอันดับ 4 ของอินโดนีเซีย ขณะเดียวกันบริษัทไทยจำนวนมากก็ให้ความสนใจในการลงทุน และ ขยายธุรกิจในอินโดนีเซียมากขึ้น ซึ่งอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม
โดยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ต่อหัวจาก 3,370 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็น 4,980 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 แสดงให้เห็นถึงระดับความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้น ทำให้อินโดนีเซียเป็นจดหมายปลยทางที่น่าดึงดูดสำหรับนักลงทุน ขณะที่ธนาคารกรุงเทพ มีความพร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการเข้าไปลงทุนในอินโดนีเซีย
เนื่องจากธนาคารกรุงเทพ เป็นกลุ่มแรกๆ ของไทยที่เข้าไปเปิดสำนักงานาสาขาแห่งแรกในจาการ์ตา ตั้งแต่ปี 2511 ซึ่งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาธนาคารได้ต่อยอดความสัมพันธ์ ความรู้เชิงลึก และ ความเชี่ยวชาญในระดับท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งส่งเสริมให้บริษัทไทยเข้าไปลงทุนในอินโดนีเซีย ผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์ความสำเร็จ และ การบอกเล่าโอกาสทางธุรกิจ
ทำให้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ธนาคารกรุงเทพได้ตัดสินใจด้วยการลงทุนมูลค่า 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในธนาคารเพอร์มาตา ของอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นการเข้าซื้อกิจการธนาคารภายในอาเซียนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในขณะนั้น ปัจจุบันธนาคารเพอร์มาตาเติบโตจากอันดับ 12 ขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม 10 ธนาคารชั้นนำของประเทศ ด้วยเครือข่ายสาขากว่า 200 แห่ง ให้บริการลูกค้าทั้งในภาคธุรกิจขนาดใหญ่ SME และ ต่างชาติที่ต้องการขยายการลงทุนในอินโดนีเซีย
“ธนาคารกรุงเทพ เชื่อมั่นในศักยภาพของอินโดนีเซียมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันการดำเนินธุรกิจในยุคที่มีแรงกระเพื่อมจาก 4 ปัจจัย ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ และการย้ายฐานการผลิตรวมถึงกระแสย้อนกลับของโลกาภิวัตน์ นอกจากนี้การดำเนินนโยบายของประเทศขนาดใหญ่ยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อความไม่แน่นอนให้กับเศรษฐกิจโลก จึงเชื่อมั่นว่าอาเซียนยังคงเป็นศูนย์กลางแห่งความสงบ" นายชาติศิริ กล่าว
ทั้งนี้อินโดนีเซียและไทย เป็นสองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ธุรกิจไทยกำลังมองหาการเติบโตนอกประเทศ ในขณะที่อินโดนีเซียกำลังมอบโอกาสการลงทุนที่หลากหลาย หากร่วมมือกันจะสามารถพัฒนาโอกาสทางธุรกิจที่มั่นคงยั่งยืน ซึ่งจะเป็นปรเะโยชน์ต่อทั้ง 2 ประเทศ และสามารถต้านทานกระแสความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้
ประกอบกับปัจจุบันอาเซียนกำลังมุ่งหน้าสู่การเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก ภายในปี 2573 ซึ่งไทยมีความแข็งแกร่งขึ้นจากความใกล้ชิดกับมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของเอเวียอย่างจีน และ อินเดีย โดยมีตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ และ ในขณะที่ภูมิภาคของอาเซียนน่าดึงดูดขึ้นสำหรับนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งไทยจำเป็นต้องคว้าโอกาสนี้ในการใช้จุดแข็งร่วมกันให้เกิดประโยชน์
นายชาติศิริ ยังได้กล่าวถึงปัญหาการเมืองไทยในขณะนี้ว่าไม่กังวล แม้ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำสั่งให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว กรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธาน วุฒิสภาแห่งกัมพูชา เนื่องจากยังมีรัฐบาลที่สามารถผลักดันนโยบายต่างๆ ให้เดินไปข้างหน้าได้
ขณะที่นางเมลิสา รุสลี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพอร์มาตา อินโดนีเซียในเครือธนาคารกรุงเทพ กล่าว่า อินโดนีเซียมีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์มีจำนวนประชากรสูงถึง 281 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้มีสัดส่วนถึง 68% ที่อยู่ในกลุ่มวันทำงาน ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า
โดยเฉพาะการดำเนินยุทธศาสตร์ “Golden Indonesia 2045” ของรัฐบาลอินโดนีเซียที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนโครงการเศรษฐกิจสีเขียวการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และโครงการเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่จะเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4 ของโลกภายในปี 2588 รัฐบาลอินโดนีเซียยังมีนโยบายเชิงรุกในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ผ่านมาตรการสนับสนุน ทั้งในด้านกฎหมาย สิทธิประโยชน์ และ โครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อภาคธุรกิจ
ทั้งนี้ ธนาคารเพอร์มาตาพร้อมผลักดันลูกค้า และ พันธมิตรในภูมิภาคเพื่อคว้าโอกาส ผ่านบริการ และ ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างครบวงจรพร้อมให้คำปรึกษาเชิงลึกด้วยเครือข่ายกว่า 240 สาขาที่ครอบคลุม 82 เมืองสำคัญทั่วอินโดนีเซียให้ทุกธุรกิจดำเนินการได้อย่างราบรื่น
“ธนาคารกรุงเทพ และ ธนาคารเพอร์มาตา พร้อมใช้ศักยภาพเครือข่ายบริการ และ ความเชี่ยวชาญในพื้นที่ให้คำปรึกษา และ สนับสนุนสร้างความเชื่อมโยงการค้า และการลงทุนสู่ประเทศอินโดนีเซีย โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นโอกาส เช่น กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งมีมูลค่าตลาดมากกว่า 2.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์เครื่องปรุง และ วัตถุดิบจากไทยยังเป็นที่นิยมบริโภคของคนอินโดนีเซีย และ มีการนำเข้าสูงเป็นอันดับต้นๆ จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการเข้ามาทำตลาดหรือการค้าในอิโดนีเซียมากยิ่งขึ้น”นางเมลิสา กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "ชาติศิริ" นำทัพ ธนาคารกรุงเทพ และ เพอร์มาตาแบงก์ เปิดเวทีเจาะลึก "อินโดนีเซีย"
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th