ใครบอกทำได้แค่ดอง? เรียนรู้ 2 วิธีการแปรรูป “ลูกบ๊วย” อย่างง่ายที่คนญี่ปุ่นนิยมทำกินที่บ้าน!
บ๊วย เป็นผลไม้ที่รับประทานสดไม่ได้เนื่องจากในเมล็ดบ๊วยมีสารอะมิกดาลิน (Amygdalin) ที่ร่างกายย่อยสลายให้กลายเป็นสารพิษไฮโดรเจนไซยาไนด์ (Hydrogen cyanide) ซึ่งทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้อง เป็นต้น คนญี่ปุ่นจึงนิยมนำมาบ๊วยมาแปรรูปเพื่อรับประทาน ในช่วงเดือนมิถุนายนซึ่งเป็นช่วงที่มีผลผลิตจากลูกบ๊วยเยอะทำให้คนญี่ปุ่นมีงานเพิ่มจากชีวิตประจำวันคือ นำผลบ๊วยมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น บ๊วยดอง และ เหล้าบ๊วย เป็นต้น มารู้วิธีการแปรรูปบ๊วยนอกเหนือจากการนำมาดองและดองเหล้ากันค่ะ
วิธีการแปรรูปบ๊วยในรูปแบบต่าง ๆ อย่างง่าย
1. น้ำเชื่อมบ๊วยจากน้ำตาลอ้อย
วัตถุดิบ
- บ๊วยเขียว 500 กรัม
- น้ำตาลอ้อย 500 กรัม
- ขวดแก้วมีฝาปิดขนาด 1-2 ลิตร
- เหล้าขาว (White liquor) 3 ช้อนโต๊ะ
1. ล้างลูกบ๊วยให้สะอาดแล้วเช็ดแต่ละผลให้แห้งด้วยผ้าสะอาดหรือกระดาษชำระสำหรับงานครัว จากนั้นใช้ไม้ปลายแหลม เช่น ไม้เสียบลูกชิ้นหรือไม้จิ้มฟันเขี่ยเอาขั้วผลของลูกบ๊วยออก
2. นำลูกบ๊วยใส่ถุงซิปล็อคและนำแช่ช่องแข็ง 4 -6 ชั่วโมง
3. ล้างขวดแก้วด้วยน้ำอุ่น ผึ่งให้แห้ง และเช็ดฆ่าเชื้อด้านในและปากขวดด้วยเหล้าขาว
4. นำลูกบ๊วยที่ผ่านการแช่แข็งวางเรียงในขวดสลับชั้นกับน้ำตาลอ้อยจนหมด จากนั้นปิดฝาขวดให้สนิท แล้วนำขวดวางไว้ในที่เย็นไม่ให้โดนแสงแดด
5. หมุนขวดไปมาทุกวันจนน้ำตาลอ้อยละลายหมดและลูกบ๊วยหดตัว เทเอาส่วนของเหลวซึ่งก็คือน้ำเชื่อมบ๊วยออกมา ต้มบนไฟอ่อนเพื่อฆ่าเชื้อ วางไว้จนน้ำเชื่อมเย็นแล้วจึงนำใส่ขวด ปิดฝาและเก็บไว้ในตู้เย็นได้นานประมาณ 2 เดือน
เวลาจะนำมาดื่มก็ให้เจือจางด้วยน้ำหรือโซดา หรือใช้เป็นน้ำเชื่อมราดขนมหวานญี่ปุ่น เช่น วาราบิโมจิ ชิราทามะ และวุ้นโทโคโระเตน เป็นต้น ได้ตามชอบ
2. บ๊วยมิโซะ
วัตถุดิบ
- ลูกบ๊วยเขียว 200 กรัม
- มิโซะ 150 กรัม
- น้ำตาล 120 กรัม
1. ล้างลูกบ๊วยให้สะอาดแล้วเช็ดแต่ละผลให้แห้งด้วยผ้าสะอาดหรือกระดาษชำระสำหรับงานครัว จากนั้นใช้ไม้ปลายแหลม เช่น ไม้เสียบลูกชิ้นหรือไม้จิ้มฟันเขี่ยเอาขั้วผลของลูกบ๊วยออก
2. นำลูกบ๊วยใส่ถุงพลาสติก ใช้ไม้หรือขวดแข็งแรงบดลูกบ๊วยให้แยกเป็นชิ้น 2-4 ชิ้น แล้วแยกเมล็ดออก
3. นำมิโซะ น้ำตาล และลูกบ๊วยใส่ลงในหม้อ เปิดไฟอ่อนและกวนส่วนผสมอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 20-25 นาที เมื่อส่วนผสมเริ่มหนืดและเป็นเนื้อเดียวกันก็ปิดไฟและวางไว้จนเย็น จากนั้นจึงตักบ๊วยมิโซะใส่กระปุกหรือกล่องพลาสติก เก็บไว้ในตู้เย็นได้นานประมาณ 2 เดือน
นำบ๊วยมิโซะมารับประทานกับเต้าหู้นิ่ม แตงกวา มะเขือเทศ และข้าวสวย ได้ตามชอบ
บ๊วยเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยกรดซิตริกและโพลีฟีนอลซึ่งเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะช่วยสร้างความสดชื่นให้แก่ร่างกายและช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากความร้อนได้ บ้านเราก็หาซื้อบ๊วยได้ง่าย ลองนำมาแปรรูปในรูปแบบต่าง ๆ ดูค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก: news.goo.ne.jph, recipe.organic-press.com