โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำลายความเคยชิน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 04.39 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 04.39 น.

คอลัมน์ : Market-think ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์

กลยุทธ์หนึ่งในสงครามสุกี้ระหว่าง “เอ็มเคสุกี้” กับ”สุกี้ตี๋น้อย” ที่ผมชอบมาก

คือ การที่ “สุกี้ตี๋น้อย” เปิดให้ลูกค้านำ “น้ำจิ้มสุกี้” ที่ชอบเข้ามาในร้านได้

ใครชอบน้ำจิ้มของ “พันท้ายนรสิงห์” ก็เอาเข้ามาได้เลย

หรือถ้าใครชอบรสชาติของคู่แข่งอย่าง“เอ็มเคสุกี้” ก็เอามาจิ้มได้

เป็นกลยุทธ์ที่แก้ปัญหา “จุดอ่อน” ของตัวเอง

แบบ “ยืมหอกสนองคืน”

จริง ๆ เรื่องรสชาติอาหารนั้นเป็นเรื่องรสนิยม

บางคนชอบหวาน

บางคนชอบเปรี้ยว

แต่ร้านไหนขายดี แสดงว่ารสชาติอาหารถูกใจคนส่วนใหญ่

มีคนบอกว่า “สุกี้ตี๋น้อย” โดนวิจารณ์เรื่องรสชาติน้ำจิ้ม

ในขณะที่ “เอ็มเคสุกี้” ก็เชื่อว่า “น้ำจิ้ม” เป็น “จุดแข็ง” ของเขา

คนคุ้นเคยกับรสชาติน้ำจิ้มเอ็มเคฯมานาน

ความมั่นใจนี้เองที่ทำให้เขาตัดสินใจทำน้ำจิ้มเอ็มเคฯขายเป็นขวด

เพราะตอนนั้นตลาดน้ำจิ้มสุกี้ขวดเติบโตสูงมาก

เจ้าตลาด คือ “พันท้ายนรสิงห์”

เอ็มเคฯคงคิดว่าเมื่อเราเป็นเจ้าตลาดสุกี้อยู่แล้ว ใคร ๆ ก็ชอบน้ำจิ้มเอ็มเคฯ

แล้วทำไมถึงไม่ผลิตขายเป็นขวดบ้าง

ตอนที่ออกน้ำจิ้มเอ็มเคฯมาก็ฮือฮามาก

ย้อนกลับไปที่ “สุกี้ตี๋น้อย” เมื่อเขามีจุดอ่อนเรื่อง “น้ำจิ้ม”

ตามปกติวิธีการแก้ปัญหาทั่วไป คือ เถียงว่าของเขาก็อร่อยเหมือนกัน

จะโฆษณาอย่างไรก็ได้

หรือพยายามปรับปรุงน้ำจิ้มแบบใหม่ขึ้นมาให้ถูกปากลูกค้า

แต่ “สุกี้ตี๋น้อย” คิดนอกกรอบ แบบไม่กลัวเสียฟอร์ม

ไม่เถียงว่าเราอร่อยกว่า

ยอมรับไปเลยว่าลูกค้าแต่ละคนชอบรสชาติน้ำจิ้มไม่เหมือนกัน

ดังนั้น เราใจกว้าง

ใครชอบน้ำจิ้มเอ็มเคฯก็เอามาเลย

ใครชอบพันท้ายนรสิงห์ก็เอาเข้ามา

แต่จ่ายเงินซื้อเองนะ

ในทางบัญชีถือว่าลดต้นทุนค่าน้ำจิ้มด้วย

และเป็นยืมหอกสนองคืน “เอ็มเคฯ”

เมื่อทำน้ำจิ้มอร่อยนักและขายเป็นขวด ก็เอามากินที่สุกี้ตี๋น้อยได้เลย

ปิดจุดอ่อนของตัวเองด้วย

ผมชอบวิธีคิดนี้

เพียงแค่เปิดใจกว้าง และกล้าตั้งคำถามที่นอกกรอบ

ผมนึกถึง คุณตัน ภาสกรนที ตอนเริ่มต้นทำตลาดชาเขียว

ตอนนั้นลูกน้องเอาชาเขียวไปบุกตลาดจตุจักร

ขายดีมาก

ตามปกติเครื่องดื่มทุกชนิดจะมีจุดขาย 3 ที่

1.ออกบูทขายเอง

2.ขายในร้านอาหาร

3.ขายในร้านขายน้ำ

แต่คุณตันตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า คนที่เดินตลาดจตุจักรที่ร้อนจัดจะซื้อเครื่องดื่มที่ไหน

คำตอบของลูกน้อง คือ 3 ช่องทางนี้

คุณตันทลายกรอบความคิดเดิม ด้วยการเปิดให้ทุกร้านที่ขายสินค้าอะไรก็ได้สามารถรับชาเขียวไปขายได้

เพราะคนเดินจตุจักรร้อน ๆ ถ้าเจอร้านอะไรขายเครื่องดื่ม เขาก็ซื้อเลย

ไม่รอเดินไปร้านขายน้ำ ร้านอาหาร หรือบูทของบริษัท

เขาให้ลูกน้องเอากล่องโฟมแช่ชาเขียวเย็น ๆ ไปวางขายตามร้านขายเสื้อผ้า ร้านเครื่องประดับ ฯลฯ

ร้านอะไรก็ได้ที่ยอมขาย

มีส่วนแบ่งการขายให้ตามปกติ

ร้านค้าส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา เพราะเพิ่มรายได้ให้กับร้าน และไม่ใช่สินค้าคู่แข่ง

คนเดินจตุจักรก็ชอบ เพราะไม่ต้องเดินไกล

ยอดขายชาเขียวพุ่งกระฉูดเลย

ครับ แค่กล้าตั้งคำถาม

และกล้าทำลายความเคยชินเดิม ๆ

เราก็จะพบช่องทางใหม่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำลายความเคยชิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...