โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

"ศูนย์วิจัยกสิกร" คาด FED คงดอกเบี้ยต่อ ในการประชุม FOMC วันที่ 29-30 ก.ค.นี้ แนะจับตาผลกระทบภาษีทรัมป์ 1 ส.ค.68

The Better

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 05.34 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 05.30 น. • THE BETTER

"ศูนย์วิจัยกสิกร" ระบุว่า ในการประชุม FOMC วันที่ 29-30 ก.ค. 2568 ซึ่งเป็นรอบที่ 5 จากทั้งหมด 8 รอบในปีนี้ คาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ระดับ 4.25-4.50% เนื่องจาก ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงสะท้อนภาพแข็งแกร่งเป็นปัจจัยหนุนเฟดให้ยังคงท่าทีรอดูสถานการณ์ก่อนตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยในเดือนมิ.ย. 68 อัตราว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 4.1% จาก 4.2% ในเดือนก่อนหน้า อีกทั้งตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-farm payrolls) เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดที่ 147,000 ตำแหน่ง

ขณะที่ยอดค้าปลีกในเดือนมิ.ย.68 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิ.ย.-ก.ค. ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ขยับขึ้น สะท้อนผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้า ซึ่งเริ่มส่งผ่านมายังราคาสินค้าผู้บริโภคในหมวดต่างๆ เช่น เสื้อผ้าและอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ทั้งนี้ หลังวันที่ 1 ส.ค. 68 ที่มีการบังคับใช้ภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariffs) รวมถึงหากมีการใช้ภาษีนำเข้ารายอุตสาหกรรมเพิ่มเติม (มาตรา 232) เงินเฟ้อสหรัฐฯ อาจเร่งตัวขึ้นในระยะข้างหน้า

อย่างไรก็ดี คาดว่ามติคงดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้อาจออกมาไม่เป็นเอกฉันท์ เนื่องจากสมาชิกเฟดบางราย อาทิ Christopher Waller และ Michelle Bowman ได้แสดงความเห็นสนับสนุนการปรับลดดอกเบี้ยในเดือนก.ค.เนื่องจากมองว่าความเสี่ยงด้านลบต่อตลาดแรงงานเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงด้านบวกต่อเงินเฟ้อมีจำกัด ซึ่งเฟดควรดำเนินนโยบายเชิงรุกล่วงหน้า (ahead of the curve) เพื่อรับมือกับสถานการณ์เศรษฐกิจ

ทั้งนี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า เฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยครั้งแรกเร็วสุดในเดือนกันยายน 2568 และอีกครั้งในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ จากแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังการบังคับใช้ภาษีฯ 1 ส.ค. 68 โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าชัดเจนขึ้น ท่ามกลางการลดลงของการสะสมสินค้าคงคลัง ซึ่งจะเห็นการส่งผ่านต้นทุนภาษีฯ มายังราคาสินค้าผู้บริโภคมากขึ้น และเป็นตัวกดดันการใช้จ่ายของผู้บริโภค ทั้งนี้ ทิศทางการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดจะยังขึ้นอยู่กับพัฒนาการของข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเป็นสำคัญ แม้เฟดจะเผชิญแรงกดดันทางการเมืองจากฝ่ายรัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งมีท่าทีวิจารณ์เฟดมาอย่างต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...