โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

รถจีนหลบไป เยอรมันมาแล้ว

เดลินิวส์

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 19.58 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 01.30 น. • เดลินิวส์
“เมอร์ซีดีส เบนซ์” จ่อเปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ ซีแอลเอ 250+ อีวี”

สวัสดีวันหยุดและพบกับสาระยานยนต์กับ อ้วนซ่า แอบซิ่ง ในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนกรกฏาคม ต้องยอมรับเลยว่าตลาดรถยนต์ในตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจาก เครื่องยนต์สันดาปภายใน ไปสู่ยุคสมัยของยานยนต์ไฟฟ้า ที่แม้จะไม่สามารถกวาดส่วนแบ่งตลาดไปจนหมด แต่ก็มีสัดส่วนมากขึ้นเรื่อยๆในทุกปี

แน่นอนว่าสำหรับบ้านเราแล้ว กลไกทางภาษี และการสนับสนุนจากภาครัฐในช่วงที่ผ่านมาทำให้รถไฟฟ้าที่นำเข้ามาจากประเทศจีนนั้นมีความได้เปรียบอยู่พอสมควร แต่สำหรับผู้ที่ยังรู้สึกว่ารถยนต์จากจีนแม้จะมีข้อดีอยู่ไม่น้อย แต่เรื่องของช่วงล่าง ยังไม่สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีเทียบเท่ากับรถจากญี่ปุ่น และยุโรปได้ก็ไม่ได้ ทำให้ยังลังเล ส่วนรถไฟฟ้าชั้นนำอย่าง “เทสล่า” (Tesla) ก็มีห้องโดยสารที่โล้นเลี่ยนเตียนโล่งจนเกินเหตุ ก็เลยทำให้ยังไม่มีรถที่ถูกใจเสียทีเดียว

แต่ภายในปีนี้ คุณอาจจะเปลี่ยนใจ เพราะทาง “เมอร์ซีดีส เบนซ์” จ่อจะเปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่จำทำให้รถอื่นๆกลายเป็นรถโบราณไปในทันที นั่นก็คือ รถไฟฟ้ารุ่น “เมอร์ซีดีส เบนซ์ ซีแอลเอ 250+ อีวี” (Mercedes-Benz CLA 250+ EV) รถไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมกับสถาปัตยกรรมแบตเตอรี่ 800 โวลต์ และมีความจุ 85 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับระยะทางการวิ่งไกลถึง 792 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) พร้อมความสามารถในการชาร์จเร็ว ระดับ 320 กิโลวัตต์! ซึ่งจะทำการประกอบในโรงงานของ ธนบุรี ประกอบรถยนต์ ในจังหวัดสมุทรปราการ ประเทศไทย! (ในประเทศไทยจะทำการตลาดรถรุ่นนี้เฉพาะเวอร์ชั่นไฟฟ้าล้วนเท่านั้น)

ซีแอลเอ ใหม่นี้เป็นรถที่ใช้ไวยากรณ์การออกแบบใหม่หมดจด มีจุดเด่นในด้านหน้าและด้านหลัง ด้วยการใช้ไฟหน้าและไฟท้ายเป็นรูปดาวสามแฉก เอกลักษณ์ใหม่ของรถเมอร์ซีดีสเบนซ์ ดูสวยสะดุดตา ด้านรูปลักษณ์นั้นโค้งมนลื่นลม ในสไตล์สปอร์ตซีดาน มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำเพียง 0.21 จะเป็นรองก็เพียงรถไฟฟ้ารุ่นใหญ่ อย่างเทสล่า โมเดล เอส (Telsa Model S) และ เมอร์ซีดีส อีคิวเอส (Merceds EQS) ที่เป็นรถไฟฟ้าระดับเรือธงของค่ายเท่านั้น และยังเป็นรถจากค่ายดาวสามแฉกรุ่นเดียวเท่านั้นมีมาพร้อมกับช่องเก็บสัมภาระใต้ฝากระโปรงหน้า หรือฟรังค์ (Frunk) ขนาดใหญ่ถึง 101 ลิตร

ด้านการออกแบบห้องโดยสารนั้น นักออกแบบของค่ายดาวสามแฉกไม่ทำให้ผิดหวัง พวกเขาไม่มักง่ายด้วยการเอาจอคอมพิวเตอร์มาแปะไว้กลางคอนโซล เหมือนที่เทสล่า และรถจีนนิยมกัน แต่พวกเขาเลือกที่จะในจอภาพที่ยาวซ้ายจรดขวา หรือ ไฮเปอร์สกรีน (Hyperscreen) แต่ก็มีแนวโน้มว่าถ้าจะทำราคาให้สวยก็คงจะตัดหน้าจอฝั่งผู้โดยสารตอนหน้าออกไป แต่ถึงอย่างไรก็ดี ห้องโดยสารของมันก็ยังดูดีมีรสนิยมเช่นเดิม

ด้านขุมกำลังของมันนั้นไม่ได้เน้นจะโฆษณาเรี่ยวแรง หรืออัตราเร่งที่ทำให้ปวดต้นคอ แต่เน้นความลงตัวของพละกำลัง และระยะทางวิ่ง เพื่อให้อุ่นใจในทุกเส้นทาง โดยมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง มีกำลัง 272 แรงม้า กับแรงบิด 335 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลา 6.7 วินาที และความเร็วสูงสุดระดับ 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง เรียกว่าเร็วเกินพอสำหรับแทบจะทุกสถานการณ์ แต่ที่น่าประทับใจมากก็คือ ตัวเลขระยะทางวิ่งที่ทำได้มากถึง 792 กิโลเมตร

ความแตกต่างของระบบขับเคลื่อนที่รถคันนี้มี กับรถไฟฟ้าทั่วไปคือ ระบบเกียร์ 2 จังหวะ เพราะในขณะที่รถไฟฟ้าทั่วไปเลือกจะใช้เกียร์จังหวะเดียว แต่วิศวกรของเบนซ์เลือกที่ใช้เกียร์ทดที่แตกต่างกัน เพื่อมอบความประหยัดสูงสุด นั่นก็คือในช่วงความเร็วต่ำจะเป็นอัตราทด 11.0: 1 ส่วนเมื่อรถเริ่มลอยตัวแล้ว อัตราทดจะเปลี่ยนไปเป็น 5.0: 1 ทำให้มอเตอร์หมุนด้วยรอบหมุนที่ลดลง ลดการบริโภคพลังงานลงอย่างเห็นได้ชัด

ด้านความปลอดภัยนั้น ยกระดับเหนือกว่ารถรุ่นอื่นๆในคลาสเดียวกันด้วยการติดตั้งถุงลมนิรภัยระหว่างคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า หรือ Center Airbag เป็นครั้งแรกในรถคลาสนี้

ถึงตอนนี้ก็ต้องมาลุ้นที่ราคา เพราะรถในต่างประเทศก็จะเริ่มกันที่ 2 ล้านบาท ซึ่งก็ต้องลุ้นกันว่าบ้านเราจะกล้าทำราคาดุดันได้เพียงไร แต่บอกตรงๆว่า สวยถูกตา แถมวิ่งไกลถูกใจ ขอรับท่าน!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...