โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ธุรกิจก๊าซ” เจอแรงกดดัน รายได้ปี 68 ส่อหดตัว เหตุต้นทุนสูง-ดีมานด์ซบ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 08.27 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 08.27 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นางสาวณัฐนรี จิรัปปภา นักวิจัยจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจก๊าซธรรมชาติของไทยในปี 2568 มีแนวโน้มทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยคาดว่ารายได้จะเติบโตเพียง 0.1% แต่ยังต่ำกว่าปี 2566 ถึง 18% สะท้อนแรงกดดันจากทั้งฝั่งต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและอุปสงค์ภายในประเทศที่ชะลอตัว

ต้นทุนก๊าซธรรมชาติของไทยในปีนี้ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนสูตรราคาก๊าซมาใช้ Pool Gas เต็มรูปแบบ ซึ่งคำนวณจากราคานำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราคาก๊าซจากอ่าวไทย และเมียนมา โดยราคา Pool Gas คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 0.4% จากปีก่อน ตามทิศทางราคานำเข้า LNG ที่ได้รับแรงหนุนจากอุปทานตึงตัวในสหรัฐฯ และความต้องการสูงขึ้นในเอเชียช่วงต้นปี แม้ราคาก๊าซจากอ่าวไทยที่อ้างอิงราคาน้ำมันดิบดูไบจะมีแนวโน้มลดลง

อย่างไรก็ดี ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในประเทศมีแนวโน้มหดตัวลง 0.3% โดยแม้ภาคการผลิตไฟฟ้าจะเติบโต 0.9% ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าในเขตเมืองและภาคบริการที่ฟื้นตัวหลังโควิด-19 แต่ภาคอุตสาหกรรมกลับหดตัว 1.5% จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการแข่งขันจากสินค้าจีน ขณะที่ภาคขนส่ง (NGV) หดตัวถึง 14.3% จากจำนวนรถ CNG ที่ลดลงและสถานีบริการที่ทยอยปิดตัว

ด้านกำไรขั้นต้นต่อหน่วยของผู้ประกอบการในห่วงโซ่ก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มลดลง โดยผู้จัดหาก๊าซธรรมชาติมีกำไรลดลงราว 0.5% จากต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะที่โรงแยกก๊าซ (GSP) ได้รับผลกระทบชัดเจนยิ่งขึ้น โดยคาดว่ากำไรจะลดลงถึง 8% จากต้นทุนก๊าซที่อ้างอิง Pool Gas ซึ่งแพงกว่าราคาก๊าซจากอ่าวไทยเดิม

ขณะเดียวกัน ปริมาณการนำเข้าก๊าซธรรมชาติโดยรวมในปีนี้คาดว่าจะลดลง 5.5% โดยการนำเข้าจากเมียนมาจะลดลง 9.6% ตามการผลิตที่ถดถอยจากแหล่งยาดานาและซอติก้า ซึ่งได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศเมียนมา ส่วนการนำเข้า LNG ลดลง 3.9% จากอุปสงค์ภายในประเทศที่ชะลอตัว ประกอบกับแหล่งก๊าซเอราวัณสามารถผลิตได้เต็มกำลังตลอดปี

ในระยะกลางถึงยาว อุตสาหกรรมก๊าซไทยยังเผชิญความเสี่ยงสำคัญหลายประการ อาทิ การปรับแผน PDP 2024 ที่ลดสัดส่วนการใช้ก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้าลงเหลือ 41% ภายในปี 2580 และเพิ่มพลังงานสะอาดเป็น 51% รวมถึงแนวโน้มการลดลงของแหล่งก๊าซในประเทศที่จะทำให้ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้า LNG เพิ่มขึ้น ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานในการนำเข้า เช่น สถานีรับ-จ่าย LNG อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติโดยภาครัฐที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา อาจกระทบต่อราคาจำหน่ายในภาคส่วนต่าง ๆ เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับผู้ประกอบการในระบบ โดยเฉพาะในบริบทที่ประเทศไทยต้องบริหารจัดการแหล่งนำเข้าก๊าซจากเมียนมาซึ่งกำลังจะหมดอายุสัมปทานในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...