โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“Thai ESGX” คุ้มค่าเงินลงทุน ลงทุนได้ถึง 30 มิ.ย. 25 นี้... ชี้ “หุ้นไทย” ระดับปัจจุบัน โอกาสการลงทุนระยะยาว “ภาษีที่เซฟได้” คุ้มค่ากับ “การลงทุน 5 ปี” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 04.28 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 10.19 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

สาระ Fund วันละนิด: เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเปิดให้ใช้สิทธิลงทุนใน กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ” (Thai ESGX) ซึ่งลงทุนได้ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 25 นี้แล้ว
ทั้ง “เงินลงทุนเดิม” (โอนมาจาก LTF) และ “เงินลงทุนใหม่” ซึ่งเซฟภาษีรวมกันปีนี้ได้สูงสุดถึง 6 แสนบาท เลยทีเดียว
แม้ภาพรวม “ตลาดหุ้นไทย” ปีนี้ ทรงอย่าง Bad ก็ตาม ปีนี้ SET Index ดิ่งมาแล้ว -19.40% ลงมาแถว 1,123 จุดในปัจจุบัน ในขณะที่ “ต่างชาติ” ก็ถล่มขายต่อเนื่อง -7.29 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตามคนในแวดวง “บลจ.” ต่างประสานเสียงตรงกัน นี่เป็น Timing” ของการลงทุนระยะยาว มั่นใจ 5 ปี ข้างหน้าโอกาสผลตอบแทนเป็นบวกสูง ที่สำคัญ Thai ESGX” ยังมีประโยชน์ทางภาษีเป็น “แต้มต่อ” เพิ่มเติมต่างหากจากกอง ThaiESG” (ใหม่)และ RMF” อีกด้วย
“หุ้นไทย” ระดับปัจจุบัน มี Forward 12M P/E 11.92 เท่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต 10 ปี ที่ 15.80 เท่า ถือว่าต่ำมาก ในขณะที่คาดกำไรบจ.จะโตได้ +8.14% (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 6 มิ.ย. 25)
ทำไมจังหวะนี้ จึงน่าสนใจลงทุนใน Thai ESGX” ตามทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ไปฟังมุมมองที่น่าสนใจในเรื่องนี้พร้อมกันได้เลย

“เงินลงทุนใหม่” จังหวะของการลงทุนระยะยาวที่ดี…“Downside” จำกัด – “Upside” เปิด

สำหรับ “เงินลงทุนใหม่” ทาง “บลจ.” ต่างมองว่า “หุ้นไทย” ในระดับปัจจุบันถือว่าอยู่ในระดับที่น่าสนใจ Downside” จำกัด ในขณะที่ Upside” เปิด มองกรณีเลวร้าย (Worst Case) ระยะสั้น ตลาดอาจลงไป 1,000 – 900 จุด แต่มองไปในระยะข้างหน้า 5 ปี เมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ กำไรบจ.มีการปรับตัวดีขึ้น โอกาสที่หุ้นไทยจะกลับไปเทรดที่ P/E สูงกว่าปัจจุบันก็มี ในช่วง 5 ปี ข้างหน้า โอกาสที่ดัชนีจะกลับไปสู่ระดับ 1,500 – 1,600 จุด เป็นไปได้ไม่ยาก
“นี่จึงเป็น Timing ของการลงทุนระยะยาว จากตลาดที่ผันผวนในระยะสั้น ที่สำคัญเงินลงทุนใหม่ยังลดหย่อนภาษีได้ 30% สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท อีกด้วย ซึ่งถือเป็น ‘แต้มต่อ’ที่สำคัญ ซึ่งหากหุ้นไทยไม่มีประโยชน์ทางภาษี ความน่าสนใจอาจไม่โดดเด่นเท่าไรนัก แต่เมื่อมีประโยชน์ทางภาษีให้มา ก็ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช่นเดียวกัน”

จาก “LTF” สู่ “Thai ESGX” ทางเลือกใหม่เพื่อการลงทุนระยะยาว…“เซฟภาษี” คุ้มกับระยะถือครอง 5 ปี

เงินลงทุนอีกส่วน คือ “เงินลงทุนเดิม” (LTF) ที่จะโอนมายัง Thai ESGX” นั้น ก็ได้ประโยชน์ทางภาษีสูงสุด 500,000 บาท ต่างหาก โดยใช้ในปีนี้ 300,000 บาท และทยอยใช้ที่เหลือในอีก 4 ปีที่เหลือสูงสุดไม่เกินปีละ 50,000 บาท
“โดยเปิดให้สับเปลี่ยนหน่วยลงทุนกอง LTF มาเป็น Thai ESGX ตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค. 25 – 30 มิ.ย. 25 นี้ ผู้ลงทุนต้องสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF ที่ตนเองถืออยู่ทั้งหมด ทุกกองทุนในทุก บลจ. และเป็นตามเงื่อนไขที่ภาครัฐกำหนดด้วย”
ทั้งนี้ “ผศ.ดร. รัฐชัย ศีลาเจริญ” และ “ผศ.ดร. รุ่งเกียรติ รัตนบานชื่น” ภาควิชาการธนาคารและการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า ปัจจุบันนักลงทุนที่ลงทุนในกอง LTF อยู่อาจจะคิดอยู่ว่าการสับเปลี่ยนมา Thai ESGX นั้น ผลตอบแทนที่ได้จะคุ้มค่ากับภาษีที่ประหยัดได้หรือไม่นั้น ก็มีการศึกษาในเรื่องนี้เพื่อเป็นข้อมูลพบว่า หากการสับเปลี่ยนกองทุนมี “มูลค่าเท่ากัน” ผู้ที่มีอัตราภาษีสูงจะลดหย่อนภาษีได้มากกว่าผู้ที่มีอัตราภาษีต่ำ

และหากมี “อัตราภาษีเท่ากัน” และมูลค่าการสับเปลี่ยนไม่เกิน 500,000 บาท ผู้ที่มีมูลค่าการสับเปลี่ยนสูงจะมีภาษีที่ลดหย่อนได้มากกว่าผู้ที่มีมูลค่าการสับเปลี่ยนต่ำ แต่หากมูลค่าการสับเปลี่ยนเกิน 500,000 บาท ภาษีที่ลดหย่อนได้จะมีค่าคงที่เช่น ผู้ที่มีอัตราภาษี 10% และ 20% จะลดหย่อนได้สูงสุด 50,000 และ 100,000 บาท ตามลำดับ
เมื่อพิจารณา “จุดคุ้มทุน” จะเห็นว่า หากมูลค่าการสับเปลี่ยนไม่เกินวงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุด 500,000 บาท จุดคุ้มทุนของอัตราผลตอบแทนจากกองทุน Thai ESGX จะเท่ากับอัตราภาษีของผู้มีเงินได้
แต่หากมูลค่าการสับเปลี่ยนสูงกว่าวงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุดที่ 500,000 บาท ภาษีที่ประหยัดได้จะสามารถรองรับการขาดทุนจากกองทุนได้ในอัตราที่ลดลง โดยภาษีที่ประหยัดได้ของ “ผู้มีอัตราภาษีสูง” จะสามารถรองรับการขาดทุนจากกองทุนได้ในอัตราที่มากกว่า “ผู้มีอัตราภาษีต่ำ”
“กล่าวโดยสรุป ผู้ที่มีอัตราภาษีสูงนอกจากจะได้ประโยชน์จากการสับเปลี่ยนกองทุนมากกว่าผู้ที่มีอัตราภาษีต่ำแล้ว ยังมีความเสี่ยงต่อการขาดทุนจากการสับเปลี่ยนที่ต่ำกว่าด้วย (กล่าวคือ ภาษีที่ประหยัดได้สามารถรองรับผลขาดทุนจาก Thai ESGX ได้สูงกว่า) อย่างไรก็ตามหากมูลค่าของการสับเปลี่ยนสูงกว่า 500,000 บาท ความเสี่ยงต่อการขาดทุนจากการสับเปลี่ยนจะสูงขึ้น เพราะภาษีที่ประหยัดได้ถูกจำกัดไว้ให้มีค่าคงที่”

เมื่อวิเคราะห์ความถี่ของการเกิดผลตอบแทนที่ระดับต่าง ๆ จะเห็นว่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนของ 5-year HPR” ของ SET50 Index (RI) ที่มีค่า “ติดลบ” มีสัดส่วนหรือโอกาสเพียง 14% นอกจากนี้ ผลของ 5-year HPR ของ SET50 Index (RI) ที่มีค่าต่ำกว่า -5% มีสัดส่วนหรือโอกาสเพียง 8% เท่านั้น
“ดังนั้นหากใช้ SET50 Index (RI) เป็นเกณฑ์ จะเห็นว่าโอกาสที่การลงทุนใน Thai ESGX เป็นระยะเวลา 5 ปี จะให้อัตราผลตอบแทนต่ำกว่าจุดคุ้มทุนมีไม่สูงมากนัก

ชี้ที่ระดับ “หุ้นไทย” ปัจจุบัน เป็น “ทางเลือกการลงทุน” ที่น่าสนใจ

แม้ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา HPR ของ SETESG index ชนะทุก index (ยกเว้น SET เพียงเล็กน้อย) และหากวิเคราะห์ที่ความถูกแพงของราคาหลักทรัพย์ในปัจจุบันจะพบว่าในปัจจุบัน ค่า P/BV ratio ของตลาดอยู่ต่ำเพียง 1.1 เท่าซึ่งเป็นจุดที่ “น่าสนใจ” ในการลงทุน เพราะถือว่าราคาตลาดของหุ้นต่ำมาก โดยมีค่าสูงกว่ามูลค่าทางบัญชีเพียง 10% เท่านั้น และค่า P/E ratio ก็มีลักษณะเดียวกันที่ในปัจจุบันลดต่ำลงมาที่ 15.7 เท่า เท่านั้น

“กล่าวอีกนัยหนึ่ง ราคาตลาดของหุ้นแทบจะไม่ได้สะท้อนโอกาสในการเติบโตของผลประกอบการในอนาคตเลย ดังนั้นในอนาคต เมื่อเศรษฐกิจกลับมาเป็นปกติ และตลาดเริ่ม price-in โอกาสในการเติบโต ราคาหุ้นโดยเฉลี่ยน่าจะปรับตัวสูงขึ้นได้อีกพอสมควร ดังนั้นการลงทุนในช่วงที่หุ้นมีราคาถูกเช่นนี้จึงเปิดโอกาสให้ได้กำไรในอนาคตได้”
กล่าวโดยสรุป ถึงแม้ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 7 ปี ของตลาดหลักทรัพย์ไทยจะติดลบ แต่ในปัจจุบัน ณ ระดับราคาของ SET Index อยู่ในจุดที่น่าสนใจในการเข้าลงทุนค่อนข้างมาก และสามารถคาดหวังผลตอบแทนที่เป็นบวกได้ในอนาคต หากความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนในอีก 5 ปีข้างหน้ากลับมาเป็นปกติ
“และจากค่าสถิติย้อนหลังของผลตอบแทนการลงทุนช่วง 5 ปีก็จะพบว่าความน่าจะเป็นที่ผลตอบแทนจากการลงทุนจะติดลบมากกว่า 5% ตลอด 5 ปีนั้นมีความน่าจะเป็นที่ต่ำกว่า 10% การสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF เป็น Thai ESGX จึงเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ
สำหรับใครที่มองหาโอกาสการลงทุนที่ช่วย “เซฟภาษี” และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีในอนาคต ไม่ต้องรอถึงสิ้นปี “โอกาสทอง” มาถึงแล้วกับ “Thai ESGX” ที่สามารถลงทุนเพื่อใช้สิทธิได้ค้างสุดท้ายจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 25 นี้แล้ว ทางเลือกที่ดี ที่ไม่ควรละเลยกัน ที่สำคัญยังเป็น กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทยให้ดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ และมีบทบาทในการผลักดันเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศอีกด้วย
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...