สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2568
สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2568
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 มิ.ย. 68 8:39: น.
*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 67.97 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 11 เซนต์ หรือ 0.2%
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนส.ค. ปิดที่ 69.36 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 41 เซนต์ หรือ 0.6%
ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี หลังนักลงทุนเทขายทำกำไร เนื่องจากการพุ่งขึ้น 4% ในวันก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากความกังวลว่าการจัดการกับความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจทำให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทาน
*** เจพี มอร์แกน ปรับลดความสำคัญของความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ลงในวันพฤหัสบดี และยืนยันการคาดการณ์พื้นฐานว่า ราคาน้ำมันจะยังคงอยู่ในช่วงต้น-กลาง 60 ดอลลาร์สหรัฐตลอดปี 2025 และที่ 60 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 แต่ระบุว่าหากเกิดสถานการณ์เลวร้ายที่สุดบางอย่าง อาจส่งผลให้ราคาพุ่งสูงขึ้นเป็น 2 เท่าของระดับดังกล่าว
เจพี มอร์แกนระบุว่า ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้สะท้อนให้เห็นในราคาน้ำมันปัจจุบันแล้วบางส่วน โดยราคาปัจจุบันอยู่ที่ต่ำกว่า 70 ดอลลาร์สหรัฐเล็กน้อย ซึ่งสูงกว่ามูลค่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 66 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับเดือนมิ.ย. ประมาณ 4 ดอลลาร์สหรัฐ
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และผู้นำระดับสูงจากแวดวงเทคโนโลยีและพลังงาน จะร่วมงานประชุมสุดยอดด้านปัญญาประดิษฐ์และพลังงานในเมืองพิตส์เบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย ในวันที่ 15 ก.ค. โดยแขกผู้มีเกียรติในงานนี้รวมถึงผู้นำด้านเทคโนโลยี เช่น แซม อัลท์แมน ซีอีโอ OpenAI, มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอ Meta Platforms, สัตยา นาเดลลา ซีอีโอ Microsoft และ ซันดาร์ พิชัย ซีอีโอ Alphabet
ส่วนผู้บริหารระดับสูงในแวดวงพลังงานที่จะร่วมงานด้วย อาทิ แดร์เรน วูดส์ ซีอีโอ ExxonMobil, วาเอล ซาวัน ซีอีโอ Shell และ ไมค์ เวิร์ธ ซีอีโอ Chevron
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังกระหน่ำโจมตี เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อย่างรุนแรง โดยเรียพาวเวลล์ว่า สมองทึบ และกดดันให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งทรัมป์อ้างว่าการลดดอกเบี้ย 2% จะช่วยชาติประหยัดได้ 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี แต่ เราไม่สามารถให้พาวเวลล์ทำตามได้ เราต้องเสียเงิน 6 แสนล้านเพราะคนสมองทึบคนนี้ที่บอกว่ายังไม่เห็นเหตุผลมากพอจะลดดอกเบี้ยตอนนี้ ขณะเดียวกัน ทรัมป์บอกว่า ยังเข้าใจได้หากเฟดขึ้นดอกเบี้ยเมื่อเงินเฟ้อสูง แต่ตอนนี้ มันลดลงแล้ว
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า อาจเพิ่มภาษีนำเข้ารถยนต์ของสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมการผลิตรถยนต์ภายในประเทศ ซึ่งอาจทำให้ความตึงเครียดกับคู่ค้าทางการค้ารุนแรงขึ้น โดยทรัมป์กล่าวในพิธีลงนามกฎหมายยกเลิกข้อบังคับของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเดิมมีแผนห้ามขายรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินภายในปี 2035 โดยระบุว่า นี่เป็นชัยชนะที่ผู้ผลิตรถยนต์และบริษัทน้ำมันรอคอยมานาน โดยประธานาธิบดีทรัมป์ชี้ว่า การขึ้นภาษีรถยนต์จากระดับปัจจุบันที่ 25% อาจช่วยปกป้องอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศได้มากขึ้น โดยอ้างถึงแผนของเจเนรัล มอเตอร์ส (GM) ที่จะลงทุน 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในโรงงานสหรัฐฯ ตลอด 2 ปีข้างหน้า เพื่อเลี่ยงการจ่ายภาษีนำเข้า
*** กลุ่มรัฐ 11 แห่ง นำโดย แคลิฟอร์เนีย รวมตัวกันยื่นฟ้องศาล เพื่อคัดค้านการยกเลิกกฎหมายของรัฐที่กำหนดให้ขายรถยนต์ไฟฟ้า 100% ภายในปี 2035 และมาตรฐานรถบรรทุกที่ลดมลพิษ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามตามมติของสภาที่ระงับกฎหมายของแคลิฟอร์เนีย 2 ฉบับ ได้แก่ข้อบังคับการขายรถยนต์ไฟฟ้า (รวมถึงแผนห้ามขายรถใช้น้ำมันเบนซินภายในปี 2035) และมาตรฐานเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับรถบรรทุก โดยทรัมป์ประกาศว่า ช่วยอุตสาหกรรมยานยนต์สหรัฐฯ จากความพินาศด้วยการยกเลิกคำสั่ง EV ของแคลิฟอร์เนียอย่างถาวร
ด้านผู้ว่าการรัฐฯ เกวิน นิวซัม กล่าวหาทรัมป์ว่า กำลังทำลายอากาศสะอาดของเรา และความสามารถในการแข่งขันระดับโลกของอเมริกา
*** ตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ ทรงตัวที่ 248,000 คน (หลังปรับทวนตามฤดูกาล) สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 240,000 คน ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้เงินเฟ้อภาคการผลิตของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นตามคาดที่ 2.6% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี และเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 0.2% โดยนักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า แรงกดดันเงินเฟ้ออาจกลับมาเร่งตัวในช่วงครึ่งปีหลัง เมื่อธุรกิจเริ่มปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อสะท้อนต้นทุนจากภาษีนำเข้า
*** เจฟฟรีย์ เคสเลอร์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยในการพิจารณาโดยสภาคองเกรสว่า หัวเว่ยจะสามารถผลิตชิป Ascend AI ได้เพียง 200,000 ชิ้นในปี 2025 โดยส่วนใหญ่จะจัดส่งภายในประเทศจีนเท่านั้น เราไม่ควรชะล่าใจเกินไป จีนกำลังไล่ตามเราแบบก้าวกระโดด แต่นี่คือประมาณการของเราสำหรับปีนี้ พร้อมเตือนว่า เราไม่ควรมองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่า จีนยังผลิตชิปขั้นสูงเหล่านี้ได้ในปริมาณน้อย เพราะเรารู้ดีว่าพวกเขามีความทะเยอทะยานระดับโลก
*** เจนเซ่น หวง CEO ของ Nvidia เปิดเผยว่า บริษัทจะไม่รวมรายได้และกำไรจากตลาดจีนในคาดการณ์ผลประกอบการอีกต่อไป หลังสหรัฐฯ ออกมาตรการควบคุมการส่งออกชิปไปจีนอย่างเข้มงวด โดยระบุว่า บริษัทไม่คาดหวังว่าจะมีการผ่อนปรนทางกฎหมาย แต่หากเกิดขึ้นจะถือเป็น โบนัสใหญ่ พร้อมย้ำกับผู้ถือหุ้นว่า หลังจากนี้เป็นต้นไป การคาดการณ์ของเราจะไม่รวมตลาดจีน ด้านนักวิเคราะห์ D.A. Davidson เตือนว่าหาก Nvidia ยังขายชิปในจีนไม่ได้ในไตรมาสหน้า อาจส่งผลลบต่อการคาดการณ์ผลประกอบการปี 2026
*** AMD เปิดเผยรายละเอียดล่าสุดเกี่ยวกับชิป AI รุ่นใหม่ในซีรีส์ Instinct MI400 ที่จะเริ่มส่งมอบในปีหน้า โดยเน้นความสามารถในการรวมกลุ่มเป็นระบบ Helios แบบ Rack-Scale โดยมีจุดเด่นสำคัญอยู่ที่สถาปัตยกรรมแบบ Unified System เป็นครั้งแรกที่ AMD ออกแบบทุกส่วนของแร็คให้ทำงานเป็นระบบเดียวกัน โดยสามารถเชื่อมต่อชิปหลายพันตัวให้ทำงานร่วมกันได้ ซึ่งจะช่วยให้ใช้งานเหมือนระบบเดียว ผู้ใช้จะเห็นชิปทั้งหมดเป็นระบบเดี่ยว ซึ่งสำคัญสำหรับลูกค้า AI เช่น ผู้ให้บริการคลาวด์และบริษัทพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่
*** สเตลลา ลี รองประธานกรรมการบริหารของ BYD เปิดเผยว่า สงครามราคารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในจีนอยู่ในขั้นรุนแรงและดุเดือดมาก และไม่ยั่งยืน พร้อมระบุว่าภาคอุตสาหกรรมอาจมีการควบรวมกิจการเมื่อตลาดเติบโตเต็มที่ โดยความคิดเห็นครั้งนี้ สะท้อนถึงความตึงเครียดในตลาดรถ EV ของจีนที่ร้อนระอุ จากผู้เล่นหน้าใหม่จำนวนมากและการลดราคาอย่างหนัก ซึ่ง BYD เป็นหนึ่งในผู้นำกระแส ส่งผลให้กำไรหดตัวและรัฐบาลต้องเข้ามาแทรกแซง แม้ BYD จะได้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่ม แต่ความเสี่ยงก็มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยทั้งนักลงทุน หน่วยงานกำกับดูแล และคู่แข่ง ต่างเรียกร้องให้มีการปรับสมดุลใหม่
*** รายงานจากบริษัทวิจัยตลาด Rho Motion ระบุว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และปลั๊กอินไฮบริดทั่วโลกในเดือนพ.ค.เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบรายปี โดยความแข็งแกร่งของตลาดจีนช่วยชดเชยการเติบโตที่ชะลอตัวในอเมริกาเหนือ โดยยอดขาย EV ในจีนทะลุ 1 ล้านคันในเดือนเดียว เป็นครั้งแรกของปีนี้ เนื่องมาจากการบริโภคในประเทศที่แข็งแกร่งและกลยุทธ์ส่งออกของผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น BYD ที่เจาะตลาดเกิดใหม่ โดย BYD ขยายการส่งออกไปยังเม็กซิโก อาเซียน และอุซเบกิสถาน ส่งผลให้ยอดขายในภูมิภาคเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้น
*** Apple กำหนดเป้าหมายการอัปเกรด Siri เวอร์ชันใหม่ที่ถูกเลื่อนออกไปก่อนหน้านี้ โดยตั้งเป้าว่าจะเปิดตัวในฤดูใบไม้ผลิปี 2026 นับเป็นก้าวสำคัญในการพลิกโฉมเทคโนโลยี AI ของบริษัท โดยทีมพัฒนาของ Apple วางแผนที่จะเปิดตัว Siri เวอร์ชันปรับปรุงใหม่ผ่านอัปเดตซอฟต์แวร์ iOS 26.4 (หรือรหัส "E" ตามแผนพัฒนาภายในของ Apple) ซึ่งโดยปกติจะปล่อยออกมาในเดือนมี.ค. เช่นเดียวกับที่เคยทำกับ iOS 18.4 ในปีนี้ และ iOS 17.4 ในปี 2024
โดยฟีเจอร์ใหม่ที่น่าจับจา คือ การที่ Siri จะสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและกิจกรรมบนหน้าจอของผู้ใช้ เพื่อตอบสนองคำสั่งได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ซึ่งการอัปเดตนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ Apple เคยประกาศไว้นานแล้ว
*** หุ้นของ Chime Financial พุ่งสูงถึง 59% ในวันแรกของการซื้อขายที่ตลาดแนสแดควานนี้ ซึ่งเป็นการเปิดตัวที่นักลงทุนรอคอยมานาน ทำให้มูลค่าบริษัทพุ่งแตะ 1.84 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด IPO อีกครั้ง โดยหุ้นเปิดราคาที่ 43 ดอลลาร์สหรัฐสูงกว่าราคา IPO ที่กำหนดไว้ที่ 27 ดอลลาร์สหรัฐ และปิดที่ 39.90 ดอลลาร์สหรัฐ โดยบริษัทและนักลงทุนบางส่วน ขายหุ้น 32 ล้านหุ้น ในราคาสูงกว่าเป้าที่วางไว้ เพื่อระดมทุน 864 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
*** อิสราเอลได้ดำเนินการโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน โดยสหรัฐฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีครั้งนี้ โดยอิสราเอล คัทซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ หลังเปิดฉากโจมตีเชิงป้องกันต่ออิหร่าน โดยคาดว่า อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการยิงมิสไซล์และโดรน เข้าสู่เป้าหมายในอิสราเอลในไม่ช้า
*** กระทรวงสถิติฯ อินเดีย รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) ลดเหลือ 2.82% ในเดือนพ.ค. ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่สำรวจโดยรอยเตอร์ซึ่งอยู่ที่ 3% และถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2019 โดยเงินเฟ้อซึ่งรวมราคาอาหาร ลดเหลือ 0.99% ในเดือนพ.ค. จาก 1.78% ในเดือนเม.ย. ราคาผักลดลงถึง 13.7% ขณะที่ราคาธัญพืชเพิ่มขึ้น 4.77% โดยเงินเฟ้อยังคงลดลงต่อเนื่องจากเดือนเม.ย. ซึ่งอยู่ที่ 3.16%
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ