ธุรกิจจับตา 3 เดือน วัดเสถียรภาพ ครม.อิ๊งค์2 หวังการเมืองผนึกความมั่นคง ฝ่าวิกฤตปัญหาไทย-กัมพูชา
ธุรกิจจับตา 3 เดือน วัดเสถียรภาพ ครม.อิ๊งค์2 หวังการเมืองผนึกความมั่นคง ฝ่าวิกฤตปัญหาไทย-กัมพูชา
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน นายอิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบ และก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า อีก 6 เดือนนับจากนี้มองว่าเศรษฐกิจไทยคงยากที่จะฟื้นตัว และต้องทำใจยอมรับ เนื่องยังมีความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองที่รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ หลังจากพรรคภูมิใจไทยได้ถอนตัว และต้องมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่
“หลังจัดตั้งครม.ใหม่ในช่วง 2-3 เดือนนี้ เป็นช่วงชี้วัดเสถียรภาพของรัฐบาล แม้จะมีเสียงข้างน้อย แต่ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกันทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายความมั่นคง ทำให้นโยบายมีความต่อเนื่อง เร่งเรื่องที่ยังคาราคาซัง ไม่ว่าการอนุมัติงบประมาณปี 2569 โครงการกระตุ้นต่างๆ การเจรจาภาษีทรัมป์ น่าจะทำให้ประเทศขับเคลื่อนต่อไปได้”นายอิสระกล่าว
นายอิสระกล่าวว่า ส่วนปมขัดแย้งกับประเทศกัมพูชา คงยังไม่จบง่ายๆ แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เราได้เรียนรู้และเห็นถึงความสัมพันธ์ในอนาคตของสองประเทศจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ครม.ใหม่ต้องระมัดระวังคือ สงครามต่างๆที่กำลังลุกลามทั้งสงครามตะวันออกกลาง สงครามรัสเซียกับยูเครน สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่เป็นเครื่องยนต์หลักกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
นายอิสระกล่าวว่า สำหรับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังอยู่ในสถานการณ์ยังไม่ฟื้นตัว จากแรงกดดันภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อในตลาดที่หดตัว ผลพวงจากหนี้ครัวเรือนสูง ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ ขณะที่ผู้ประกอบการมีการชะลอเปิดโครงการใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นผลดีต่อตลาด เพราะไม่มีการเพิ่มซัพพลายใหม่เข้าไปในตลาดที่ยังมีสต๊อกเหลืออยู่มาก ซึ่งตลาดอสังหาฯจะดี ก็ต่อเมื่อเศรษฐกิจดี
“ที่ผ่านมาภาครัฐมีมาตรการออกมาช่วยกระตุ้น ทั้งลดค่าโอนและจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยไม่เกิน 7 ล้านบาท ปลดล็อกมาตรการLTV กู้ได้ 100% แต่ถือว่ายังช่วยได้ไม่มาก อยากให้แบงก์โดยเฉพาะแบงก์ธอส.ขยายวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ผู้มีรายได้น้อยอย่างต่อเนื่อง”นายอิสระกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 23 มิถุนายน 2568 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะประชุมมอบนโยบายการดำเนินงาน ติดตามมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) พร้อมพบปะลูกค้ายื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยตามมาตรการรัฐ
โดยคาดว่าจะมีการมอบนโยบายแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เนื่องจากที่ผ่านมาภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประสบกับปัญหาลูกค้าถูกปฎิเสธสินเชื่อหรือรีเจกต์เรตสูงถึง 40-50% ทั้งนี้จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์(REIC) ระบุว่าในช่วง 4 เดือนแรกปี 2568 ภาพรวมยอดโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศติดลบ โดยจำนวนหน่วยโอนฯติดลบ 12.15% และมูลค่าการโอนฯติดลบ 15%
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธุรกิจจับตา 3 เดือน วัดเสถียรภาพ ครม.อิ๊งค์2 หวังการเมืองผนึกความมั่นคง ฝ่าวิกฤตปัญหาไทย-กัมพูชา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th