โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธุรกิจจับตา 3 เดือน วัดเสถียรภาพ ครม.อิ๊งค์2 หวังการเมืองผนึกความมั่นคง ฝ่าวิกฤตปัญหาไทย-กัมพูชา

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 14.25 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 14.25 น.

ธุรกิจจับตา 3 เดือน วัดเสถียรภาพ ครม.อิ๊งค์2 หวังการเมืองผนึกความมั่นคง ฝ่าวิกฤตปัญหาไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน นายอิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบ และก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า อีก 6 เดือนนับจากนี้มองว่าเศรษฐกิจไทยคงยากที่จะฟื้นตัว และต้องทำใจยอมรับ เนื่องยังมีความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองที่รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ หลังจากพรรคภูมิใจไทยได้ถอนตัว และต้องมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่

“หลังจัดตั้งครม.ใหม่ในช่วง 2-3 เดือนนี้ เป็นช่วงชี้วัดเสถียรภาพของรัฐบาล แม้จะมีเสียงข้างน้อย แต่ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกันทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายความมั่นคง ทำให้นโยบายมีความต่อเนื่อง เร่งเรื่องที่ยังคาราคาซัง ไม่ว่าการอนุมัติงบประมาณปี 2569 โครงการกระตุ้นต่างๆ การเจรจาภาษีทรัมป์ น่าจะทำให้ประเทศขับเคลื่อนต่อไปได้”นายอิสระกล่าว

นายอิสระกล่าวว่า ส่วนปมขัดแย้งกับประเทศกัมพูชา คงยังไม่จบง่ายๆ แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เราได้เรียนรู้และเห็นถึงความสัมพันธ์ในอนาคตของสองประเทศจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ครม.ใหม่ต้องระมัดระวังคือ สงครามต่างๆที่กำลังลุกลามทั้งสงครามตะวันออกกลาง สงครามรัสเซียกับยูเครน สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่เป็นเครื่องยนต์หลักกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

นายอิสระกล่าวว่า สำหรับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังอยู่ในสถานการณ์ยังไม่ฟื้นตัว จากแรงกดดันภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อในตลาดที่หดตัว ผลพวงจากหนี้ครัวเรือนสูง ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ ขณะที่ผู้ประกอบการมีการชะลอเปิดโครงการใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นผลดีต่อตลาด เพราะไม่มีการเพิ่มซัพพลายใหม่เข้าไปในตลาดที่ยังมีสต๊อกเหลืออยู่มาก ซึ่งตลาดอสังหาฯจะดี ก็ต่อเมื่อเศรษฐกิจดี

“ที่ผ่านมาภาครัฐมีมาตรการออกมาช่วยกระตุ้น ทั้งลดค่าโอนและจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยไม่เกิน 7 ล้านบาท ปลดล็อกมาตรการLTV กู้ได้ 100% แต่ถือว่ายังช่วยได้ไม่มาก อยากให้แบงก์โดยเฉพาะแบงก์ธอส.ขยายวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ผู้มีรายได้น้อยอย่างต่อเนื่อง”นายอิสระกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 23 มิถุนายน 2568 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะประชุมมอบนโยบายการดำเนินงาน ติดตามมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) พร้อมพบปะลูกค้ายื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยตามมาตรการรัฐ

โดยคาดว่าจะมีการมอบนโยบายแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เนื่องจากที่ผ่านมาภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประสบกับปัญหาลูกค้าถูกปฎิเสธสินเชื่อหรือรีเจกต์เรตสูงถึง 40-50% ทั้งนี้จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์(REIC) ระบุว่าในช่วง 4 เดือนแรกปี 2568 ภาพรวมยอดโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศติดลบ โดยจำนวนหน่วยโอนฯติดลบ 12.15% และมูลค่าการโอนฯติดลบ 15%

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธุรกิจจับตา 3 เดือน วัดเสถียรภาพ ครม.อิ๊งค์2 หวังการเมืองผนึกความมั่นคง ฝ่าวิกฤตปัญหาไทย-กัมพูชา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...