โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปงาน Delta ESG Forum 2025 ร่วมกำหนดทิศทางสู่ไทยที่ยั่งยืน-เท่าเทียมยิ่งขึ้น

TODAY

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 14.23 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 07.23 น. • workpointTODAY

เดลต้า อีเลคโทรนิคส์(ประเทศไทย) จัดงานDelta ESG Forum 2025 ภายใต้แนวคิด“ร่วมพลังทุกภาคส่วน เพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน” เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในการสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการเติบโตอย่างทั่วถึงของประเทศไทย

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวในการบรรยายเปิดงานในหัวข้อ“บทบาทความร่วมมือภาคส่วนเพื่อเป้าหมายด้านESG” ว่า“ความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างประเทศไทยให้มีความยืดหยุ่น มีความสามารถในการแข่งขันและพร้อมรับมือกับความท้าทายกับความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทุกคนและทุกภาคส่วนต้องเริ่มดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อนำพาประเทศไทยสู่การบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี2593 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี2608 โดยเดลต้ายังคงเป็นต้นแบบสำคัญของพันธมิตรภาคเอกชนของเราที่ร่วมขับเคลื่อนความเป็นเลิศด้านESG ในภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง”

นายวิคเตอร์ เจิ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์(ประเทศไทย) กล่าวในคำกล่าวต้อนรับหัวข้อ“กำหนดอนาคตของประเทศไทยผ่านแนวทางด้านESG” กล่าวเน้นย้ำ“เดลต้ามุ่งมั่นสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ผ่านการแบ่งปันความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของเราในการขับเคลื่อนกลยุทธ์และแนวทางESG ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม และนำเสนอโซลูชันสมาร์ทกรีนที่สร้างผลลัพธ์ด้านESG อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การกำหนดราคาคาร์บอนภายใน ไปจนถึงนวัตกรรมสีเขียว และการจัดงานDelta ESG Forum เรามุ่งมั่นสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างแท้จริง โดยการเสริมศักยภาพให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถปรับตัว ปฏิบัติตาม และเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นายวิคเตอร์ เจิ้ง ยังกล่าวถึงความสำเร็จของเดลต้าในการพัฒนาโซลูชันและผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูง ซึ่งช่วยลูกค้าทั่วโลกประหยัดพลังงานไฟฟ้าไปแล้วกว่า52,000 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ระหว่างปี2553 ถึง2567 หรือเทียบเท่ากับปริมาณการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยเกือบ3 เดือน โดยความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้จากความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ นายวิคเตอร์ เจิ้ง ยังเน้นย้ำว่า ในฐานะผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และได้รับรางวัลระดับนานาชาติด้านESG เดลต้า ประเทศไทยพร้อมสนับสนุนธุรกิจไทยให้สามารถบรรลุเป้าหมายและมาตรฐานESG ระดับโลก ผ่านการวางกลยุทธ์ การส่งเสริมนวัตกรรม และเทคโนโลยีล้ำสมัยแห่งอนาคต

คุณโมน่า หยาง ผู้จัดการแผนกความยั่งยืนองค์กร บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ อิงค์ นำเสนอความก้าวหน้าล่าสุดด้านESG ของบริษัท โดยในปี2567 เดลต้าบรรลุอัตราการใช้พลังงานหมุนเวียนสูงถึง84% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายRE80 ที่ตั้งไว้ล่วงหน้า1 ปี อีกทั้งยังสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่1 และ2 ได้ถึง53.6% ระหว่างปี2564 ถึง2567 นอกจากนี้ คุณโมน่า หยาง ยังได้นำเสนอแนวทางการดำเนินงานของเดลต้าในการกำหนดราคาคาร์บอนภายใน(Internal Carbon Pricing: ICP) ที่300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า(CO₂e) หนึ่งตัน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการจัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการอนุรักษ์พลังงานและพัฒนาความยั่งยืนภายในองค์กร โดยโครงการเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันเดลต้าให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ตามแนวทางของโครงการScience Based Targets initiative (SBTi)

นอกจากนี้ คุณคาร์ธิเกยัน อารุน ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงานที่ปรึกษาด้านESG ของเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ อิงค์ ยังได้แนะนำกรอบการทำงานด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน4 ขั้นของเดลต้า หรือDelta’s 4-step Sustainability Transformation Framework อันประกอบด้วย การวางกลยุทธ์(Strategize) การมีส่วนร่วม(Engage) การเสริมสร้างศักยภาพ(Enable) และการลดการปล่อยคาร์บอน(Decarbonize) ซึ่งภาคธุรกิจไทยสามารถนำมาใช้เป็นโรดแมปเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

รวมไปถึงการดำเนินที่สอดคล้องกับมาตรฐานESG ระดับโลกได้ คุณคาร์ธิเกยัน อารุน ยังได้นำเสนอเครื่องมือช่วยสนับสนุนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของเดลต้าอีก2 แบบ ได้แก่ESG AI Service Portal และDelZero Digital Platform โดยESG AI Service Portal เป็นระบบที่ช่วยวิเคราะห์และรายงานผลข้อมูลเชิงลึกด้านความยั่งยืน ทั้งยังสามารถจัดลำดับความสำคัญของประเด็นด้านความยั่งยืนได้อย่างอัตโนมัติ ส่วนDelZero Digital Platform เป็นแพลตฟอร์มที่มีความสามารถในการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างอัจฉริยะมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ครอบคลุมและมีระบบวิเคราะห์ขั้นสูงที่สามารถติดตามและตรวจสอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับผลิตภัณฑ์ได้คุณคาร์ธิเกยันอารุนได้จบการนำเสนอด้วยการแสดงวิสัยทัศน์สู่การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทยและบทบาทของเดลต้าในฐานะผู้สนับสนุนหลักของธุรกิจไทย

หลังจากจบกิจกรรมในช่วงเช้า ผู้เข้าร่วมงานได้ถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยเพื่อหารือเกี่ยวกับวาระด้านESG ของประเทศไทยที่จำเป็นอย่างเร่งด่วน โดยครอบคลุมสามเสาหลักของESG ดังนี้ :

  • สิ่งแวดล้อม: หัวข้อ“แนวทางสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการนำพลังงานทดแทนมาใช้ในประเทศไทย” ได้รับการอนุเคราะห์ข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การหารือนี้มุ่งเน้นหาแนวทางการลดการปล่อยคาร์บอนและสำรวจความคืบหน้าของโครงการพลังงานทดแทนในประเทศ
  • สังคม: หัวข้อ“การสร้างความหลากหลายในสถานที่ทำงานและผลกระทบต่อชุมชน” ได้รับการอนุเคราะห์จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ การหารือนี้มุ่งศึกษาการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม ความเท่าเทียมของแรงงาน และบทบาทของธุรกิจในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
  • ธรรมาภิบาล: หัวข้อ“การเปิดเผยข้อมูลESG การกำกับดูแลความเสี่ยง และความรับผิดชอบทางกฎหมายขององค์กรไทย” ได้รับการสนับสนุนโดยพันธมิตรจากPwC Thailand Sustainability and Climate Change การหารือนี้มุ่งส่งเสริมการสร้างธรรมาภิบาลในองค์กร การเตรียมความพร้อมต่อกฎระเบียบใหม่ ๆ และความโปร่งใสในการรายงานความคืบหน้าด้านESG

ในช่วงสุดท้ายของการประชุมได้มีการจัดเสวนาในหัวข้อ“การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่ความยั่งยืน ผ่านการจัดการความท้าทายด้านESG” โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาควิชาการ มาร่วมสำรวจว่าเทคโนโลยี นโยบาย และความร่วมมือจะสามารถขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนได้อย่างไร งานเสวนาดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมเสวนาจากสี่ภาคส่วนหลัก

ได้แก่ คุณอรทิพย์ อ้อทอง ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน เดลต้า อีเลคโทรนิคส์(ประเทศไทย) ดร.วิบูลย์ รักสาสน์เจริญผลรองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) นายวรเวท ชลสินธุ์ ผู้อำนวยการบริหาร สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย และ พ.ท. ดร.ต้องการ แก้วเฉลิมทอง ประธานคณะทำงานด้านTransportation and Logistics ของสหพันธ์วิศวกรรมสถานแห่งอาเซียน(AFEO) โดยภายในงาน ผู้เสวนาได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการผสานนวัตกรรมเข้ากับเป้าหมายด้านESG ของประเทศและการขยายผลผ่านการผนึกกำลังกันระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ

งานDelta ESG Forum 2025 ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการยกระดับความเป็นเลิศด้านESG ผ่านความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ พร้อมจุดประกายความร่วมมือและกลยุทธ์ใหม่ ๆ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...