เมื่อ ‘ทองคำ’ กลับมาเป็นขวัญใจ ส่อง 10 กองทุนรวมทองคำ ผลตอบแทนปังปีนี้
The Bangkok Insight
อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 00.53 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 00.53 น. • The Bangkok Insightเมื่อ "ทองคำ" กลับมาเป็นขวัญใจนักลงทุน ส่อง 10 กองทุนรวมทองคำ ผลตอบแทนร้อนแรงในปี 2568 ที่นี่
นายฐิติเมธ โภคชัย ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า เมื่อพูดถึงการลงทุนที่กำลังดึงดูดความสนใจของนักลงทุนทั่วโลกในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องของ "ทองคำ" ที่ราคาปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสำหรับนักลงทุนไทย กองทุนรวมทองคำกลายเป็นช่องทางที่น่าสนใจยิ่งขึ้น เมื่อมีผลตอบแทนสูงถึง 20% นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
ทองคำกลับมาเป็นขวัญใจนักลงทุน
การที่ทองคำกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากย้อนกลับไปดูเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ราคาทองคำอยู่ที่ประมาณ 2,386 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ในปัจจุบันได้ปรับตัวขึ้นมาที่ระดับ 3,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือเพิ่มขึ้นถึงกว่า 30% ในรอบปีเดียว ตัวเลขที่ทำให้นักลงทุนต้องหันมาจับตาดูอย่างจริงจัง
ที่น่าสนใจกว่านั้น คือ การคาดการณ์จากสถาบันต่าง ๆ ที่ยังคงมองราคาทองคำในแง่บวก โดยโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำสำหรับสิ้นปี 2568 เป็น 3,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จากเดิมที่คาดไว้ 3,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก ได้แก่
ความต้องการซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกที่สูงกว่าคาด
- ปัจจุบันธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำเฉลี่ยเดือนละประมาณ 80 ตัน มากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 70 ตันต่อเดือน สะท้อนถึงความต้องการกระจายความเสี่ยงของทุนสำรองระหว่างประเทศ
กระแสเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ทองคำ (ETF) เพิ่มขึ้น
- ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยและความผันผวนของตลาดยังคงหนุนให้ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนเลือกถือครอง
ด้าน CoinCodex เว็บไซต์ด้านการวิเคราะห์ทางเทคนิคสินทรัพย์ทางเลือก ประเมินว่าราคาทองคำในปี 2568 มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น โดยโมเดลคาดการณ์เชิงอัลกอริทึมชี้ว่า ราคาทองคำอาจขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 4,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ภายในสิ้นปีนี้ โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 3,164.70 – 4,807.06 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และราคาเฉลี่ยตลอดปีคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 4,062.70 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในทองคำแท่งโดยตรงอาจมีข้อจำกัด ทั้งเรื่องการเก็บรักษาที่ปลอดภัย การขนส่ง หรือแม้แต่ค่าประกันภัย ซึ่งปัญหาเหล่านี้กลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้กองทุนรวมทองคำได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก
เหตุใดกองทุนรวมทองคำจึงน่าสนใจ
การลงทุนผ่านกองทุนรวมทองคำมีข้อดีที่ชัดเจน และสำคัญที่สุด คือ เรื่องของการกระจายความเสี่ยงทองคำมีลักษณะพิเศษตรงที่มักจะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามกับตลาดหุ้น โดยเมื่อตลาดหุ้นปรับลดลง เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะชะลอตัว หรือมีความไม่แน่นอนทางการเมือง ราคาทองคำมักจะปรับตัวขึ้น ซึ่งเหตุผลที่นักลงทุนเรียกทองคำว่า “สินทรัพย์ปลอดภัย”
นอกจากนี้ สภาพคล่องของกองทุนรวมทองคำยังสูงมาก สามารถซื้อขายได้ง่ายผ่านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บรักษา หรือปัญหาด้านความปลอดภัย
การมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพคอยดูแลก็เป็นอีกหนึ่งข้อดี เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่มีเวลาติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดทองคำอย่างใกล้ชิด และในช่วงที่โลกเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ รวมถึงสงครามการค้า ทองคำมักจะเป็นที่หลบภัยของเงินลงทุนจากทั่วโลก
10 กองทุนรวมทองคำ ผลตอบแทนโดดเด่นปี 2568
ที่มา : morningstarthailand.com (ข้อมูล ณ 28 พฤษภาคม 2568)
หมายเหตุ: ข้อมูลไม่รวมกองทุน SSF และ RMF และการจัดอันดับนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาชี้นำการลงทุน
สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนลงทุน
การกระจายความเสี่ยง
- แม้ว่าผลตอบแทนจะดูน่าดึงดูด แต่การลงทุนในกองทุนรวมทองคำก็มีสิ่งที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เรื่องการกระจายความเสี่ยง โดยผู้เชี่ยวชาญมักแนะนำให้ลงทุนในทองคำไม่เกิน 5 - 10% ของพอร์ตลงทุนทั้งหมด เพราะการใส่น้ำหนักมากเกินไปในสินทรัพย์ประเภทเดียวอาจทำให้เกิดความเสี่ยงได้
ความผันผวน
- แม้แนวโน้มระยะยาวจะดูสดใส แต่ราคาทองคำสามารถมีความผันผวนสูงในระยะสั้นได้ ดังนั้น ควรพิจารณาเป็นการลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว
ค่าธรรมเนียม
- แต่ละกองทุนจะมีค่าธรรมเนียมการจัดการที่แตกต่างกัน ซึ่งมีผลโดยตรงต่อผลตอบแทนสุทธิที่นักลงทุนจะได้รับ
ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อราคาทองคำ
- ราคาทองคำไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอก เช่น นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และสงครามการค้า ล้วนเป็นตัวแปรที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด
กองทุนรวมทองคำในปัจจุบันกลายเป็นเครื่องมือการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับการกระจายความเสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทองคำกำลังปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่ดีในอนาคต อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับการลงทุนทุกประเภท ความเสี่ยงย่อมมีอยู่เสมอ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน เข้าใจผลิตภัณฑ์ที่จะลงทุน และหากจำเป็น ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้การตัดสินใจลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ราคาทองคำระยะสั้นยังไปต่อ รับ ‘ทรัมป์’ ขู่เก็บภาษียุโรป ลุ้นแตะ 53,000 บาท
- จับตาราคาทองคำ! มั่นใจปีนี้ยังเป็นขาขึ้น ลุ้นทดสอบ 55,000 บาทอีกครั้ง
- ส่อง 10 กองทุนรวมทองคำ ผลตอบแทนร้อนแรงสุด ๆ ในปี 2567
ติดตามเราได้ที่