ชิงเก้าอี้ผู้ว่าการ ธปท.ตัวจริงมีเพียงหนึ่งเดียว
อัพเดตล่าสุด 9 มิ.ย.68
ปิดรับสมัครลงไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับการชิงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือผู้ว่าการแบงก์ชาติ คนที่ 22 (ลำดับที่ 25) ปรากฏว่า มีผู้สนใจสมัครอย่างคับคั่งถึง 7 รายด้วยกัน เป็นชาย 5 คน และหญิง 2 คน
ยื่นใบสมัครชิงตำแหน่ง 7 ราย
ซึ่งเกือบทั้งหมดก็เป็นไปตามโผ ส่วนใหญ่ก็คือคนที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตมาก่อนหน้านี้ ทั้ง ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO), ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี อบาคัส จำกัด (SCB Abacus),
ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ อดีตรองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงาน Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB), ดร.รุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท., นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน
ส่วนผู้สมัครอีก 2 ราย ได้แก่ ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ นักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเคยลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการ ธปท.มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2563 และกลับมาสมัครในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 และนายวิกรานต์ ศุภมงคล อดีตประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทูแคปปิตอล หลานชายของนายกันตธีร์ ศุภมงคล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สมาชิกพรรคเพื่อไทย
โปรไฟล์-ดีกรีไม่ธรรมดา
โดยผู้สมัครแต่ละรายต้องยอมรับว่า มีโปรไฟล์และดีกรีที่ไม่ธรรมดาแทบทั้งสิ้น อย่าง ดร.กอบศักดิ์ ก็ถือว่าครบเครื่อง ทั้งการเป็นนักเศรษฐศาสตร์ และการทำงานในมิติของตลาดเงินและตลาดทุน เพราะนอกจากจะเป็นนักเรียนทุนแบงก์ชาติ เคยทำงานในแบงก์ชาติมานาน กระทั่งลาออกมาทำงานแบงก์แล้ว ยังทำงานในภาคตลาดทุนด้วย เพราะเคยถูกยืมตัวไปทำงานกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และในปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) รวมถึงยังเคยทำงานในภาคการเมือง เป็นถึงรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอีกด้วย
ขณะที่ ดร.รุ่ง เป็นลูกหม้อของแบงก์ชาติ เป็นคนที่เก่งรอบด้าน มีประสบการณ์ทำงานในองค์กรแห่งนี้มายาวนานกว่า 20 ปี แม้จะมีช่วงที่ออกไปร่วมงานกับภาคเอกชน อย่างธนาคารกรุงไทย แต่ก็เป็นการถูกส่งออกไปเรียนรู้ เพื่อกลับมาเติบโตขึ้นสู่ผู้บริหารระดับสูงของแบงก์ชาติกระทั่งปัจจุบัน
ฟาก ดร.สมประวิณ เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่มีประสบการณ์หลากหลาย เคยทำงานทั้งในภาครัฐและเอกชน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
และที่ผ่านมาเคยทำงานในบทบาทระดับผู้บริหาร อาทิ รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงาน Economic Intelligence Center (EIC) และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงานกลยุทธ์องค์กรของธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ก่อนหน้านั้น ก็เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ (Chief Economist) ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา รวมถึงรองคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ส่วนผู้ที่มาแรง ก็คือ นายวิทัย ที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน มาถึงวาระที่ 2 แล้ว หลังจากที่ประกาศให้แบงก์สีชมพูเป็น Social Bank หรือธนาคารเพื่อสังคม มุ่งซัพพอร์ตประชาชนและธุรกิจเอสเอ็มอี สังคมรากหญ้า แบบไม่หวังกำไรเป็นที่ตั้ง ซึ่งการทำงานที่สอดรับกับนโยบายภาครัฐ ทั้งยังกล้าตัดสินใจ กล้าแตกต่าง ทำให้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
ด้าน ดร.อนุสรณ์ ปัจจุบันเป็นนักเศรษฐศาสตร์อิสระ เคยดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และเป็นผู้ที่เสนอแนะข้อคิดเห็นเชิงนโยบายเกี่ยวกับเศรษฐกิจมาโดยตลอด
นายวิกรานต์ ศุภมงคล อดีตประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทูแคปปิตอล หลานชายของนายกันตธีร์ ศุภมงคล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปัจจุบันเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และเคยลงสมัคร สส. ในนามพรรคพลังประชาชน ซึ่งพบว่ามีประวัติเคยถูกศาลล้มละลายกลางพิพากษา เป็นบุคคลล้มละลาย
สุดท้าย ดร.สุทธาภา ที่ทิ้งไพ่ลาออกจากประธานกรรมการบริหาร บริษัท อบาคัส ดิจิทัล จำกัด ในเครือ บมจ.เอสซีบี เอกซ์ (SCBX) ก่อนมาสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการ ธปท. เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก็ต้องถือว่าโปรไฟล์ไม่ธรรมดา มีดีกรีเป็นนักเรียนทุนพระราชทานเล่าเรียนหลวง และเคยเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ในองค์กรกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งรองผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารไทยพาณิชย์มาก่อนจะเป็นผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี อบาคัส จำกัด (SCB Abacus) ซึ่งรีแบรนด์มาเป็นบริษัท อบาคัส ดิจิทัล จำกัด ในปัจจุบันนับได้ว่ามีความเป็นนักเศรษฐศาสตร์เต็มตัว แต่ที่สำคัญก็คือ มีแต้มต่อจากเสียงเชียร์จากผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทย ทำให้ถูกคาดหมายว่า น่าจะเป็น “ตัวเต็ง”
ดีเดย์ชง รมว.คลัง เคาะชื่อ 2 ก.ค.
นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการคัดเลือกผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และโฆษกกระทรวงการคลัง ระบุว่า ฝ่ายเลขานุการจะได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและคุณสมบัติของผู้สมัครตามขั้นตอน และสรุปผลเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกฯ ครั้งที่ 3/2568 ในวันศุกร์ที่ 20 มิ.ย. 2568 ซึ่งคณะกรรมการคัดเลือกฯ จะได้พิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครเพื่อเรียกสัมภาษณ์และแสดงวิสัยทัศน์ ในวันที่ 24 มิ.ย. 2568
และในขั้นตอนสุดท้าย คณะกรรมการคัดเลือกฯ จะสรุปผลการคัดเลือกและเสนอรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ว่าการ ธปท. ต่อ รมว.คลัง เพื่อพิจารณาภายในวันที่ 2 ก.ค. 2568 และจะมีการเสนอรายชื่อบุคคลที่ได้รับเลือกต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป
สเป็กผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่
นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานคณะกรรมการคัดเลือกผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การนำเสนอวิสัยทัศน์ของผู้สมัคร คณะกรรมการคัดเลือกฯ ต้องการเห็นมุมมองเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินนโยบายที่จะส่งเสริมภาคการเงิน หรือการคลังและเศรษฐกิจมหภาคอย่างเป็นรูปธรรม
“ผู้ว่าการ ธปท. ไม่เพียงต้องดูแลนโยบายการเงิน แต่ยังต้องมีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับเศรษฐกิจมหภาค ซึ่งรวมถึงนโยบายการคลังด้วย จึงจำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ที่สามารถบูรณาการนโยบายต่าง ๆ ประสานกันได้ เพื่อให้เศรษฐกิจโดยรวมเติบโตมีเสถียรภาพ กระจายทรัพยากรทางเศรษฐกิจออกไปโดยทั่วถึง”
ขณะที่นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) กล่าวว่า ผู้ว่าการ ธปท.ในฝันที่ตนเองอยากเห็น คือ ผู้ที่ยึดแบบอย่างการทำงานจาก อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อดีตผู้ว่าการ ธปท. ที่ไม่จำเป็นต้องแต่งตัวเนี้ยบ แต่มีความเข้าอกเข้าใจในความเป็นมนุษย์ และทำนโยบายจากการลงไปสัมผัสผู้คนอย่างแท้จริง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชิงเก้าอี้ผู้ว่าการ ธปท.ตัวจริงมีเพียงหนึ่งเดียว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net