โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

กยท. ผนึกกำลังร่วมค้นหาต้นแบบสู้โรคใบจุดกลมยางพารา หวังพบวิธียับยั้งการระบาด

เดลินิวส์

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 13.13 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 04.00 น. • เดลินิวส์
กยท. เดินหน้าแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา เผยแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแปลงสาธิต 9 วิธี เพื่อค้นหาต้นแบบวิธีการแก้ปัญหาโรคใบร่วงที่มีประสิทธิภาพสูงสุด มั่นใจสามารถยับยั้งการระบาดของโรคได้

ดร.เพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยถึงการดำเนินงานแก้ไขปัญหา การระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ (ใบจุดกลม) ในยางพาราว่า กยท. ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องทำให้การระบาดที่รุนแรงโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ลดลงตามลำดับ เมื่อเทียบกับสถานการณ์การระบาดในสวนยางของประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็นประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย อินเดีย เวียดนาม และศรีลังกาแล้ว สถานการณ์การระบาดในประเทศไทยน้อยกว่ามาก นอกจากนี้ยังสามารถฟื้นฟูสวนยางที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย

ทั้งนี้ กยท. ได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขการระบาดของโรคใบจุดกลมในยางพารามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาแนว ทางและวิธีการบำรุงรักษา ตลอดจนแนวทางป้องกันการระบาดโดยขยายผลสู่การปฏิบัติในแปลงเกษตรกร ใน 4 พื้นที่ คือ พื้นที่ภาคใต้ตอนล่างที่จังหวัดสงขลา พื้นที่ภาคใต้ตอนกลางที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ภาคใต้ตอนบนที่จังหวัดชุมพร และภาคตะวันออกที่จังหวัดระยอง จนทำให้การระบาดลดลงจากที่เคยระบาดในสวนยางพาราของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางเมื่อช่วงปี พ.ศ.2564 - 2565 มากถึง 1,000,000 ไร่ จนล่าสุดขณะนี้เหลือการระบาดอยู่ประมาณ 390,000ไร่ ในพื้นที่ 19 จังหวัดคือ จังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี สงขลา น่าน สุโขทัย อุดรธานี สตูล หนองคาย เชียงราย บึงกาฬ พังงา ระยอง เลย ระนอง สุราษฎร์ธานี พะเยา นครพนม และกาญจนบุรี โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ระบาดรุนแรงกว่าภูมิภาคอื่นๆ แต่มีแนวโน้มที่ลดลง

ดร.กฤษดา สังข์สิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กยท. กล่าวว่า การแก้ปัญหาการระบาดโรคใบจุดกลมในยางพาราดังกล่าว กยท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการร่วมกันภายใต้โครงการบริหารจัดการโรคใบจุดกลมในยางพาราพื้นที่ จ.ยะลา โดย กยท. ได้จัดสรรงบประมาณกว่า 3 ล้านบาท จัดทำแปลงสาธิตเพื่อหาแนวทางและวิธีการในการแก้ปัญหาโรคโรคใบจุดกลมในยางพารามา เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาโรคฯ ในพื้นที่ต่าง ๆ จำนวน 9 วิธี คือ การใช้แอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) การใช้น้ำหมักปลาหมอคางดำ การใช้เชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ Bacillus subtilis sp. การใช้ปุ๋ย Rynan smart Fertilizers การใช้เชื้อไตรโครเดอร์มาร่วมกับปุ๋ย30-5-18 การใช้เชื้อไมคอร์ไรซา ร่วมกับชีวภาพละลายฟอสเฟต การใช้สารชีวภัณฑ์ มรย.1 การใช้สาร พด. 14 และการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ โดยจะเก็บข้อมูลวิธีการที่เหมาะสม ในการแก้ปัญหาโรคใบจุดกลมในยางพารา เพื่อนำไปศึกษาความเปลี่ยนแปลงว่าสามารถป้องกัน ควบคุม กำจัด โรคใบร่วงในยางพาราได้หรือไม่ และเมื่อได้วิธีการที่ดีที่สุดแล้ว กยท. จะนำวิธีการแก้ปัญหาโรคใบร่วงยางพาราดังกล่าวไปขยายผลให้กับเกษตรกรชาวสวนยางรายอื่นต่อไป ซึ่งจะทำให้การระบาดลดลงอย่างแน่นอน

“โรคใบจุดกลมในยางพารานี้ เกิดจากเชื้อรา Colletotrichum sp. โดยจะระบาดหนักในช่วงฤดูฝนต้นยางที่เป็นโรคใบร่วงผลผลิตจะลดลง 30-50% ซึ่ง กยท. ได้ติดตามเก็บข้อมูลการระบาดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยแนวทางแก้ไขทั้ง 9 วิธีดังกล่าว กยท. จะเลือกแนวทางที่ดีที่สุดไปขยายผลแก้ไขปัญหา เพื่อยุติการระบาดโรคใบร่วงชนิดใหม่ในประเทศไทยให้ได้" ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กยท. กล่าวในตอนท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...