โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดาวโจนส์” ปิดร่วง 142 จุด วิตกข่าว “ทรัมป์” จ่อรีดภาษี EU ขั้นต่ำ 15-20%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 02.10 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 02.10 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน (19 ก.ค.68)ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปิดลบในวันศุกร์ (18 ก.ค.68) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากตลาดฟื้นตัวจากแรงกดดันระยะสั้นที่เกิดจากรายงานของไฟแนนเชียลไทมส์ ซึ่งระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผลักดันให้มีการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรป (EU) ในอัตราสูง

รายงานของไฟแนนเชียลไทมส์ระบุว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังเตรียมเก็บภาษีนำเข้าขั้นต่ำที่ 15% ถึง 20% ในการทำข้อตกลงกับ EU ส่งผลให้ตลาดร่วงลงก่อนฟื้นตัวบางส่วนในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,342.19 จุด ลดลง 142.30 จุด หรือ -0.32%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,296.79 จุด ลดลง 0.57 จุด หรือ -0.01% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 20,895.66 จุด เพิ่มขึ้น 10.01 จุด หรือ +0.05%

ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 0.07% แต่ดัชนี S&P500 บวก 0.59% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.5%

ทั้งดัชนี S&P500 และ Nasdaq ทำสถิติสูงสุดใหม่หลายครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนเริ่มไม่กังวลต่อมาตรการภาษีของทรัมป์ และเชื่อว่านโยบายดังกล่าวอาจไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างที่เคยกังวลกันก่อนหน้านี้

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า นักลงทุนเริ่มเบื่อกับการซื้อขายตามข่าวลือเกี่ยวกับภาษี และหันมารอข้อมูลที่สะท้อนผลจริงของนโยบายผ่านตัวเลขเศรษฐกิจ

การเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดเป็นไปแบบผสมผสาน ทั้งยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่ง อัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาผู้ผลิตเดือนมิ.ย. ทรงตัว และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนปรับตัวขึ้นในเดือนนี้ แม้ผู้บริโภคยังคงกังวลต่อแรงกดดันด้านราคาในอนาคต

ฤดูกาลรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ เริ่มต้นขึ้นแล้ว ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าภาษีส่งผลกระทบต่อธุรกิจหรือไม่

บริษัทอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่อย่าง 3M ร่วง 3.7% หลังระบุว่า ผลกระทบจากภาษีจะเห็นได้ชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ในบรรดาบริษัท 59 แห่งในดัชนี S&P500 ที่ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ไปแล้วนั้น 81.4% ทำกำไรได้เกินคาดตามข้อมูลของ LSEG I/B/E/S โดย Charles Schwab เป็นหนึ่งในบริษัทล่าสุดที่ประกาศผลประกอบการในวันศุกร์ โดยราคาหุ้นพุ่งขึ้น 2.9% หลังรายงานกำไรเพิ่มขึ้น ขณะที่หุ้น Regions Financial พุ่งขึ้น 6.1% หลังปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้จากดอกเบี้ยในปี 2568

แต่การมีกำไรเกินคาดไม่ได้ทำให้หุ้นทุกตัวบวกขึ้น โดยหุ้น American Express ร่วง 2.3% แม้มีกำไรไตรมาส 2 ดีเกินคาด

หุ้น Netflix ร่วง 5.1% แม้ซีรีส์ Squid Game ช่วยให้รายได้สูงกว่าคาดและบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ทั้งปี

นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า แม้หุ้นหลายตัวไม่ได้ปรับตัวขึ้นตามผลประกอบการ แต่ตลาดโดยรวมยังคงขยับขึ้น และอาจปรับขึ้นแรงกว่านี้ หากบริษัทขนาดใหญ่ประกาศผลประกอบการที่โดดเด่น

หุ้นกลุ่มคริปโทเคอร์เรนซีปรับตัวขึ้น หลังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายวางกรอบกำกับดูแลคริปโทเคอร์เรนซี โดยหุ้น Robinhood Markets และหุ้น Coinbase Global พุ่งขึ้น 4.1% และ 2.2% ตามลำดับ

หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคทำผลงานดีที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 1.7% ขณะที่กลุ่มพลังงานร่วง 1% โดยหุ้น SLB ดิ่งลง 3.9% หลังเผยกำไรไตรมาส 2 ลดลงและคาดการณ์แนวโน้มธุรกิจไม่สดใส ขณะที่หุ้น Exxon Mobil ร่วง 3.5% หลังแพ้คดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการ Hess ของ Chevron

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...