บลูเบอร์รี่สด vs บลูเบอร์รี่แช่แข็ง ส่องความแตกต่างและคุณค่าทางอาหาร
บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ซูเปอร์ฟู้ดที่โดดเด่นเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ แต่เมื่อซื้อในซูเปอร์มาร์เก็ต หลายคนอาจลังเลระหว่างบลูเบอร์รี่สดหรือแช่แข็ง มาดูกันว่าทั้งสองแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะสม
เปรียบเทียบคุณค่าทางโภชนาการ
สารต้านอนุมูลอิสระ
ทั้งบลูเบอร์รี่สดและแช่แข็งมีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanins) สูง ซึ่งช่วยลดการอักเสบ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
การแช่แข็งไม่ทำลายสารต้านอนุมูลอิสระมากนัก หากแช่ถูกวิธีตั้งแต่ตอนสุกเต็มที่
วิตามินและแร่ธาตุ
บลูเบอร์รี่สดมักมีวิตามิน C สูงกว่าเล็กน้อย เพราะวิตามิน C บางส่วนสูญเสียเมื่อแช่แข็ง
แร่ธาตุ เช่น แมงกานีส และไฟเบอร์ ยังคงอยู่ในทั้งสองรูปแบบใกล้เคียงกัน
เปรียบเทียบรสชาติและเมนูที่เหมาะสม
บลูเบอร์รี่สด
ให้รสชาติหวานอมเปรี้ยว สดชื่น ฉ่ำน้ำ
เนื้อกรอบนิด ๆ เหมาะสำหรับกินเล่นหรือใส่ในโยเกิร์ต/ซีเรียล
บลูเบอร์รี่แช่แข็ง
เมื่อนำออกจากช่องแช่แข็งแล้วละลาย จะมีเนื้อนุ่มกว่า อาจมีน้ำเยิ้มเล็กน้อย
เหมาะกับเมนูที่ผ่านการปรุง เช่น สมูทตี้ พาย หรือทำแยม
เปรียบเทียบเรื่องการเก็บรักษาและความสะดวก
บลูเบอร์รี่สด
อายุสั้น เก็บในตู้เย็นได้เพียง 3–5 วันก่อนจะเริ่มเน่า
ต้องเลือกผลดี ไม่มีราขึ้นหรือแฉะ
บลูเบอร์รี่แช่แข็ง
อยู่ได้นานหลายเดือนหากแช่ช่องฟรีซ -18°C ขึ้นไป
ใช้เท่าที่ต้องการ ไม่ต้องกลัวเสีย
เปรียบเทียบด้านราคาและความคุ้มค่า
บลูเบอร์รี่สดมักมีราคาสูงกว่า โดยเฉพาะนอกฤดูหรือเป็นของนำเข้า
บลูเบอร์รี่แช่แข็งมีราคาต่อกรัมถูกกว่า และประหยัดกว่าหากใช้ทำเมนูเยอะ ๆ
เหมาะกับคนที่ต้องการใช้บ่อยในระยะยาว และควบคุมงบประมาณได้ดีขึ้น
เมนูแนะนำสำหรับบลูเบอร์รี่สดและแช่แข็ง
บลูเบอร์รี่สด
โยเกิร์ตบลูเบอร์รี่
ข้าวโอ๊ตตอนเช้า
สลัดผลไม้
โรยบนพุดดิ้งหรือขนมหวาน
บลูเบอร์รี่แช่แข็ง
ปั่นสมูทตี้
ทำซอสบลูเบอร์รี่
ผสมในแป้งมัฟฟินหรือแพนเค้ก
ทำแยมโฮมเมด
สรุปบลูเบอร์รี่แบบไหนดีที่สุด?
บลูเบอร์รี่ทั้งสดและแช่แข็งต่างมีคุณค่าและข้อดีของตัวเอง หากคุณต้องการรสชาติที่สดใหม่และเน้นกินเล่น ควรเลือกแบบสด แต่หากเน้นใช้งานในครัว ทำอาหาร หรือเก็บนาน ควรเลือกแบบแช่แข็ง ทั้งสองทางเลือกต่างให้สารอาหารที่ดีต่อร่างกาย
อ่านเพิ่ม