โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นายกฯ กัมพูชาแถลง 4 ข้อ ชี้ขึ้นอยู่กับไทยจะเปิดด่านหรือไม่

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 07.31 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 10.50 น.

นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ผ่านทางโซเชียลมีเดียในวันนี้ (29 มิ.ย.) ว่า เจ้าหน้าที่กัมพูชาได้รับจดหมายจากทางการไทยในจังหวัดสระแก้ว เพื่อขอให้ เปิดด่านชายแดนกัมพูชา-ไทย บางแห่ง และอนุญาตให้รถบรรทุกเข้าออกเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน

นายกฯ กัมพูชา กล่าวว่า ต้องการส่งข้อความชี้แจงถึงประชาชนทั้งสองประเทศ โดยมีคำแถลง 4 ข้อ ดังนี้:

1.) กัมพูชาเข้าใจถึงความยากลำบากของประชาชนชาวกัมพูชาและไทยที่ได้รับผลกระทบจากการปิดชายแดน นั่นคือเหตุผลที่กัมพูชาไม่เคยใช้มาตรการปิดชายแดนมาก่อน ตั้งแต่เกิดปัญหาในพื้นที่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2568 เพราะเราไม่ได้ตั้งใจที่จะขยายดินแดนพิพาทหรือสร้างปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการค้าขายของประชาชนชาวไทยและกัมพูชาตามแนวชายแดน

2.) กัมพูชาไม่ใช่ประเทศแรกที่ปิดและเปิดด่านชายแดนโดยฝ่ายเดียว กองทัพไทยเริ่มปิดด่านชายแดน ปรับเวลาเปิด-ปิด และกำหนดข้อจำกัดการเข้าออกของประชาชนตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2568 นอกจากนี้ กองทัพไทยยังคงปรับเวลาเปิด-ปิดที่ด่านชายแดนบางแห่งโดยฝ่ายเดียวจนถึงวันที่ 24 มิถุนายน 2568 เมื่อรัฐบาลไทยประกาศปิดด่านทั้งหมด เนื่องจากความกังวลด้านความมั่นคง

3.) ความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงท่าทีทางการเมืองของรัฐบาลไทยอย่างกะทันหันและคาดเดาไม่ได้ ตลอดจนความไม่สอดคล้องกันระหว่างหลักการที่นำเสนอโดยผู้นำทางการเมืองไทยกับการดำเนินการในพื้นที่โดยทหารไทย ทำให้เกิดอุปสรรคต่อการหาทางออกที่ชัดเจน เป็นจริง และยั่งยืน

4.) ดังที่ได้ระบุไปหลายครั้งแล้ว การแก้ไขปัญหาการปิดชายแดนสามารถแก้ไขได้ง่าย หากฝ่ายไทยซึ่งได้ปิดชายแดนโดยฝ่ายเดียวตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน เปิดชายแดนกลับสู่สถานะเดิม และให้ความมั่นใจว่าจะไม่มีการปิดชายแดนโดยฝ่ายเดียวอีก หลังจากนั้น กัมพูชาจะเปิดด่านฝ่ายกัมพูชาเป็นระยะเวลา 5 ชั่วโมง โดยสรุปแล้ว ความรับผิดชอบของการแก้ปัญหานี้ขึ้นอยู่กับทางฝ่ายไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...