โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมความงามไทยโตต่อเนื่อง! เล็งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญ

PPTV HD 36

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 03.03 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 01.51 น.
“พิชัย” เผย! อุตสาหกรรมความงามไทย โตต่อเนื่อง ตั้งเป้าต่อปีบวก 16% ขณะที่สถานการณ์ชายแดน-ไทยกัมพูชา ยังไม่กระทบยอดส่งออก

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2025 หรืองานจัดแสดงสินค้าสุขภาพและความงามระดับโลก พร้อมกล่าวภายในงานว่าอุตสาหกรรมความงามเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพสูง และกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา ไทยมีมูลค่าการส่งออกเครื่องสำอางกว่า 3,540 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 4.7% และในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2568 มูลค่าการส่งออกยังเติบโตต่อเนื่องเกิน 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งตนเองมองว่าอุตสาหกรรมนี้ยังสามารถเติบโตได้อีกมาก

“อุตสาหกรรมความงามไทยเติบโตขึ้นทุกปี เราเชื่อว่า Cosmoprof CBE ASEAN จะกลายเป็นงานระดับโลกเช่นเดียวกับ THAIFEX – ANUGA ASIA ที่วันนี้ติดอันดับ 4 ของโลก หวังว่างานครั้งนี้จะเป็นเวทีสำคัญให้ผู้ประกอบการได้แสดงศักยภาพ เชื่อมโยงเครือข่าย และเติบโตอย่างยั่งยืน” นายพิชัยกล่าว

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ ยังคงเดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการค้าในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่องในปี 2568 ทั้งการจัดคณะผู้แทนการค้าไปยังจีน อินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา ญี่ปุ่น และซาอุดีอาระเบีย รวมถึงการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ อาทิ Cosmoprof Asia ที่ฮ่องกง เพื่อเปิดตลาดใหม่ให้กับสินค้าและนวัตกรรมความงามไทยอีกด้วย

ด้านนายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มาร์ มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้ร่วมจัดงาน กล่าวว่า การจัดงานในปีนี้ เป็นการจัดงานที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมเครื่องสำอางแบบครบวงจรตั้งแต่วัตถุดิบต้นน้ำไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป และจะมีเวทีสำหรับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมความงามที่มาให้ความรู้ เช่น แนะนำเทรนความงามล่าสุด กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ และแนวทางการเข้าสู่ตลาดอาเซียน เป็นต้น

ซึ่งการจัดงานในปีนี้มีผู้แสดงสินค้าใหม่เพิ่มขึ้นถึง 58% และมีการเข้าร่วมจากต่างประเทศถึง 57% ทั้งจาก สหรัฐสหรัฐอเมริกา จีน ฮ่องกง เกาหลีใต้ อินเดีย เป็นต้น จึงสะท้อนถึงความสำคัญในระดับโลกและบทบาทของงานนี้ในฐานะประตูสู่ตลาดความงามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย ตลาดความงามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่ามีมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.2 ล้านล้านบาทในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 16% ระหว่างปี 2567 - 2571

ดังนั้นงานนี้เป็นเวทีสำคัญระดับนานาชาติ สำหรับอุตสาหกรรมความงามทั่วโลก ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่คาดว่าจะกลายเป็นตลาดความงามที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม น้ำหอม และบริการความงาม ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของความตระหนักเรื่องสุขภาพ ความยั่งยืนและเทคโนโลยีความงามที่กำลังเข้ามามีบทบาท

สำหรับงานดังกล่าว มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 17,000 คน ที่ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มประเทศอาเซียนและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครอบคลุม 19 ประเทศจากทุกภูมิภาค

นายสรรชาย ยังระบุด้วยว่า สำหรับสถานการณ์การค้าบริเวณชายแดน ไทย-กัมพูชา จากผลกระทบเหตุการณ์ความไม่สงบนั้น ขณะนี้การส่งออกสินค้าในอุตสาหกรรมความงาม ยังไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งต้องประเมินสถานการณ์กันต่อไปในอนาคต แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นสัญญาณที่ชัดเจน และตัวเลขการเติบโตนั้นก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ส่วนภาพรวมการส่งออกสินค้าในอุตสาหกรรมความงามในช่วงครึ่งปีหลัง ก็คาดว่าจะสามารถเติบโตขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากการส่งออก ไปยังต่างประเทศ ซึ่งถือว่าอุตสาหกรรมนี้เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมหลักที่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครื่องสำอาง “Clean Beauty” โอกาสทองของผู้ประกอบการไทย

เศรษฐกิจ พ.ค.68 ได้แรงหนุนส่งออกสินค้าที่ขยายตัว แต่ นทท. ต่างประเทศชะลอตัวลง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อุตสาหกรรมความงามไทยโตต่อเนื่อง! เล็งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...