โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เลี้ยง-พัฒนาพันธุ์ควายไทย ผลิตลูกพันธุ์คุณภาพ ช่วยทำตลาดได้ราคาดี

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 12 มี.ค. 2567 เวลา 03.58 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. 2567 เวลา 02.00 น.

กระบือ หรือ ควาย ในสมัยก่อนนั้นนำมาเป็นสัตว์ที่ช่วยในเรื่องของการทำเกษตร หรือที่คุ้นเคยกันดีคือการไถนา นอกจากจะช่วยงานแล้ว กระบือยังเป็นสัตว์เลี้ยงที่สร้างความผูกพันให้กับผู้เลี้ยงไม่น้อยทีเดียว ซึ่งกระบือไทยในสมัยก่อนมีโครงสร้างตัวที่ยังไม่ใหญ่มากเหมือนเช่นทุกวันนี้ ซึ่งปัจจุบันกระบือไทยได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือการนำมาปรับปรุงสายพันธุ์ให้ได้โครงสร้างที่ใหญ่กว่าแต่ก่อน เพราะมองไปถึงอนาคตว่านอกจากการอนุรักษ์แล้ว ยังสามารถมุ่งเป้าการพัฒนาไปสู่การเป็นกระบือเนื้อเพื่อการบริโภค

คุณบุณยนุช เรืองเพชร หรือคุณอ้อ เจ้าของคณาภัณฑ์ ฟาร์ม ตั้งอยู่เลขที่ 195 หมู่ที่ 2 ตำบลนาคู อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้นำกระบือเข้ามาเลี้ยงโดยมีความมุ่งหวังที่จะพัฒนาสายพันธุ์กระบือให้มีคุณภาพ ตั้งแต่โครงสร้างตัวที่ใหญ่และศักยภาพหลายๆ ด้าน ซึ่งเธอคาดหวังว่าจากจุดเริ่มต้นเหล่านี้ จะเป็นการสร้างทิศทางให้กระบือไทยได้มีช่องทางตลาดในวงกว้าง ไม่ใช่เป็นการเลี้ยงเพื่ออนุรักษ์หรือประกวดเพียงอย่างเดียว

กระบือ สัตว์เลี้ยงให้ความสุข

คุณอ้อ เล่าให้ฟังว่า เดิมทีครอบครัวของเธอเลี้ยงโคเนื้อสร้างรายได้มาก่อน ต่อมามีโอกาสนำกระบือเข้ามาเลี้ยง เมื่อเริ่มเลี้ยงยิ่งรู้สึกว่าอุปนิสัยของกระบือค่อนข้างน่ารัก จึงเกิดความตั้งใจที่อยากจะเลี้ยงแบบครบวงจรมากขึ้น ตั้งเป้าว่าเมื่อเลี้ยงแล้วจะเลี้ยงไปในทิศทางไหน เธอจึงสร้างจุดยืนให้กับตัวเองว่าในช่วงแรกอยากจะพัฒนาสายพันธุ์ก่อน จากนั้นเมื่อกระบือมีโครงสร้างที่ดีก็จะต่อยอดไปสู่ตลาดอื่นๆ ได้

“พอเราได้ทดลองเลี้ยงไป ทำให้เริ่มเข้าใจว่า ความชอบของเราจะเป็นตัวกำหนดตลาด จะไปในทิศทางไหน เพราะถ้าเราต้องการให้เป็นกระบือที่มีคุณภาพ เราต้องทำการปรับปรุงพันธุ์ โดยหาพันธุกรรมพ่อแม่ที่ดีๆ นำมาผสม ซึ่งสายพันธุ์กระบือที่เลี้ยง จะเน้นเป็นกระบือสายพันธุ์ไทยเป็นหลัก การผสมพันธุ์ก็จะดูว่าถ้าแม่พันธุ์มีตรงไหนที่ด้อย ก็จะหาจุดเด่นของพ่อพันธุ์ที่ดีเข้ามาผสม ก็จะช่วยส่งเสริมให้ลูกพันธุ์กระบือที่ได้ มีคุณภาพตามในแบบที่จินตนาการไว้” คุณอ้อ บอก

จากความตั้งใจที่จะพัฒนาสายพันธุ์กระบือนี้เอง จึงทำให้ฟาร์มของเธอต่อยอดการทำธุรกิจ คือการรับผสมพันธุ์ให้กับกระบือของเกษตรกรท่านอื่นด้วย เพื่อลูกกระบือที่ได้จะมีโครงสร้างที่ดี และช่วยให้เกษตรกรรายอื่นต่อยอดการทำตลาดต่อไปในอนาคต

พื้นที่เลี้ยงกระบือ ควรเป็นสัดส่วน

การจัดพื้นที่สำหรับเลี้ยงกระบือนั้น คุณอ้อ เล่าว่า ได้จัดพื้นที่เป็นสัดส่วนอย่างชัดเจนให้มีทั้งแปลงหญ้าสำหรับเดินเล่น และบ่อน้ำให้กระบือได้ลงแช่เล่นในระหว่างวัน พร้อมทั้งแบ่งพื้นที่โรงเรือนนอน และแปลงปลูกหญ้าไว้ตัดให้กระบือกินเสริมเข้ามาอีกด้วย จึงทำให้ภายในฟาร์มของเธอมีความพร้อมในทุกด้าน จนสามารถพัฒนาและผลิตกระบือที่มีคุณภาพออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

การผสมพันธุ์กระบือภายในฟาร์มมีการผสมโดยใช้พ่อพันธุ์ที่เลี้ยงไว้ และอีกส่วนหนึ่งจะนำน้ำเชื้อเข้ามาผสมเทียม ซึ่งอายุแม่พันธุ์ที่พร้อมผสมพันธุ์อย่างต่ำ 3 ปีขึ้นไป หลังจากผสมติดแล้วรอตั้งท้องประมาณ 10-12 เดือน

“ช่วงก่อนที่จะปล่อยให้แม่กระบือตั้งท้อง ก็จะมีการทำวัคซีนถ่ายพยาธิ ส่วนอาหารที่ให้กินก็จะให้อาหารแบบปกติ จำพวกหญ้า ฟาง สำหรับอาหารที่ใช้เลี้ยงก็จะเป็นหญ้าสดและฟางให้กินในทุกๆ วัน พร้อมกับให้กินอาหารข้นที่มีโปรตีนอยู่ที่ 16 เปอร์เซ็นต์ 1 กิโลกรัมต่อตัวต่อวัน การปล่อยเดินเล่นปกติในช่วง 14.00-16.00 น. เพื่อให้กระบือมีความแข็งแรง โดยช่วงที่กระบือออกไปเดินเล่น ช่วงนี้เราก็จะทำความสะอาดคอก เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมของโรค” คุณอ้อ บอก

เมื่อครบกำหนดคลอดลูกกระบือออกมาแล้ว หลังจากได้อายุประมาณ 2 เดือน จะทำการถ่ายพยาธิให้กับลูกกระบือ และเมื่อได้อายุ 4 เดือน จึงเข้าสู่กระบวนการทำแผนวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ ส่วนกระบือตัวอื่นภายในฟาร์มจะมีแผนการทำวัคซีนให้ทุก 6 เดือนครั้ง โรคที่ป้องกันหลักๆ จะมีตั้งแต่โรคคอบวมไปจนถึงโรคปากเท้าเปื่อย โดยลูกกระบือที่หย่านมแล้ว มีอายุได้ 7-10 เดือน ก็สามารถส่งจำหน่ายให้กับลูกค้าที่มาติดต่อซื้อได้ทันที

เน้นจำหน่าย ลูกพันธุ์กระบือคุณภาพ

การทำตลาดเพื่อจำหน่ายกระบือภายในฟาร์มนั้น คุณอ้อ บอกว่า ในช่วงแรกไม่ได้มองว่ากระบือจะสามารถทำรายได้ให้กับเธอได้เหมือนเช่นทุกวันนี้ เพราะช่วงแรกที่นำมาเลี้ยงมองเห็นแต่ความน่ารัก แต่เมื่อทดลองเลี้ยงและลงมือทำอย่างจริงจัง ยิ่งทำให้เห็นถึงปัญหาและอุปสรรคต่างๆ จึงนำเรื่องราวเหล่านี้มาถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้ให้กับคนทั่วไป ส่งผลให้ผู้ที่สนใจและชอบการเลี้ยงกระบือได้เข้ามาพูดคุย จากนั้นการดำเนินตลาดก็เข้ามาเรื่อยๆ จนเกิดรายได้ที่ดีทีเดียว

โดยการจำหน่ายกระบือมีทั้งกระบือสวยงาม และกระบือที่มีรูปทรงดีที่ลูกค้าสามารถนำไปต่อยอดพัฒนาสายพันธุ์เองได้ ซึ่งราคาที่จำหน่ายก็แตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน อย่างเช่น ลูกกระบือที่หย่านมแล้วทรงสวยทรงดี ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ตัวละ 100,000 บาท และแม่พันธุ์ตั้งท้องราคาเริ่มต้นอยู่ที่ตัวละ 250,000-500,000 บาท

สำหรับเกษตรกรท่านอื่นที่ต้องการให้ทางฟาร์มทำการผสมพันธุ์ให้ โดยใช้น้ำเชื้อและพ่อพันธุ์ภายในฟาร์ม ก็จะมีขั้นตอนการตรวจโรคต่างๆ ก่อนผสมพันธุ์ ซึ่งแม่พันธุ์กระบือจะอยู่กับทางฟาร์มประมาณ 45-50 วัน เมื่อผสมพันธุ์ติดแล้วจะส่งคืนให้กับลูกค้านำกลับไป กระบวนการทั้งหมดนี้ราคาอยู่ที่ 15,000-25,000 บาท

“สำหรับคนที่สนใจอยากจะเลี้ยงกระบือ สิ่งแรกที่ต้องแนะนำก่อนเลย คือต้องถามใจตัวเองก่อนว่าชอบเลี้ยงไหม ถ้าชอบเลี้ยงกระบือ ผลลัพธ์ที่ออกมาย่อมดีแน่นอน แต่ถ้าเลี้ยงเพราะมองว่าได้เงินเยอะ แบบนี้ไม่น่าจะต่อยอดไปได้ เพราะไม่ได้เริ่มจากใจที่รักจริงๆ เมื่อเลี้ยงแล้ว มีกำไรและกำลังที่จะต่อยอด และพัฒนาไปเรื่อยๆ กระบือที่ผสมพันธุ์ออกมา เชื่อว่าเป็นกระบือที่มีโครงสร้างที่ดี และจะช่วยส่งเสริมผู้เลี้ยงให้เกิดรายได้ที่ยั่งยืนได้อย่างแน่นอน” คุณอ้อ บอก

สำหรับท่านใดที่สนใจในเรื่องของการพัฒนาสายพันธุ์กระบือ หรือต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณบุณยนุช เรืองเพชร หรือ คุณอ้อ หมายเลขโทรศัพท์ 083-916-2295

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก 9 พ.ย. 2022**

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เลี้ยง-พัฒนาพันธุ์ควายไทย ผลิตลูกพันธุ์คุณภาพ ช่วยทำตลาดได้ราคาดี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...