Nitori เบนเข็มมุ่งอาเซียน-อินเดีย สปีดสาขาชดเชยตลาดจีนซบยาว
คอลัมน์ : market move
นิโตริ โฮลดิงส์ ยักษ์ค้าปลีกสินค้าของใช้ในบ้านและเฟอร์นิเจอร์สัญชาติญี่ปุ่น ปรับแผนรุกตลาดเอเชียใหม่ หลังสถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อในจีนแผ่นดินใหญ่หนักหนากว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเบนเข็มหันไปโฟกัสกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียแทน
สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า นิโตริประกาศปรับยุทธศาสตร์รุกตลาดเอเชียใหม่ โดยหันมาโฟกัสการขยายสาขาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียแทน เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนทำให้ผู้บริโภคชะลอการจับจ่ายตามไปด้วย
“มาซาโนริ ทาเคดะ” รองประธานของนิโตริ โฮลดิงส์ ซึ่งรับหน้าที่ดูแลการขายในตลาดนอกญี่ปุ่นอธิบายสถานการณ์ในตลาดจีนว่า ตอนนี้ชาวจีนต่างชะลอการซื้อเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งบ้าน รวมถึงของใช้คงทนต่าง ๆ อย่างชัดเจน โดยการชะลอตัวของการบริโภคนี้ยังเป็นเพียงช่วงเริ่มต้น และมีแนวโน้มว่าจะดำเนินต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง
ด้วยเหตุนี้ยักษ์ค้าปลีกตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนสาขาร้านนิโตริในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียอีก 31 สาขา รวมเป็น 50 สาขาก่อนสิ้นสุดปีงบฯ ในเดือนมีนาคม 2025 ที่จะถึง ด้วยการเปิดตลาดใหม่ในอีก 3 ประเทศ โดยสาขาล่าสุดจะเป็นสาขาเมืองมุมไบ ประเทศอินเดียที่กำลังจะเปิดในเดือนธันวาคม 2024 หลังก่อนหน้าปักธงสาขาแรกในฟิลิปปินส์ไปเมื่อเดือนเมษายน ตามด้วยอินโดนีเซียในเดือนกรกฎาคม
การเปิดสาขาใหม่นี้ นับเป็นการเปิดตลาดใหม่ต่อเนื่องจากการรุกเข้าเปิดสาขาแรกในไทยและเวียดนามเมื่อปีงบฯที่แล้ว
โดยรองประธานของ นิโตริ โฮลดิงส์ เผยว่า สาขาใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประสบความสำเร็จเกินคาด ตัวอย่างเช่น สาขาในฟิลิปปินส์ทำยอดขายได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 4 เท่า หลังโซฟาพร้อมฟังก์ชั่นปรับเอนไฟฟ้าได้รับความนิยมเกินคาด เนื่องจากราคาจับต้องง่ายและความเงียบขณะใช้งาน ช่วยสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด
อย่างไรก็ตาม นิโตริย้ำว่าตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงเป็นตลาดที่สำคัญต่อการสร้างการเติบโตให้บริษัท โดยนิโตริวางเป้าขยายสาขาให้ครบ 49 สาขาภายในสิ้นปีงบฯ นี้ และมีเป้าระยะยาวที่จะมีสาขาถึง 300 สาขาภายในปี 2032
พร้อมปลุกยอดขายด้วยการเดินหน้าใช้กลยุทธ์ลดราคาสินค้าต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2023 เพื่อรับมือกับสภาพเศรษฐกิจ จนปัจจุบันสินค้า 70% ของทั้งหมดอยู่ภายใต้การจัดโปรโมชั่นลดราคา 20%
นอกจากนี้ ในวิกฤตยังมีโอกาส เมื่อปัญหาเศรษฐกิจทำให้ดีมานด์การเช่าพื้นที่ค้าปลีกลดลง บีบให้เจ้าของพื้นที่จำเป็นต้องลดค่าเช่าลงเพื่อดึงดูดผู้เช่า ช่วยให้บริษัทมีโอกาสได้ทำเลศักยภาพสูงในราคาต่ำลงด้วยเช่นกัน
ขณะเดียวกัน นิโตริยังนำบทเรียนความผิดพลาดในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่และไต้หวันมาปรับใช้กับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย หนึ่งในนั้นคือการสร้างมาตรฐานสำหรับการขยายสาขาให้ไปในทิศทางเดียวกัน เช่น ขนาดร้าน รูปแบบการจัดวางสินค้า ฯลฯ เพื่อลดความซับซ้อนของการบริหารจัดการ หลังก่อนหน้าการขยายสาขาอย่างรวดเร็วเกินไปในจีนและไต้หวัน ทำให้เกิดปัญหาไม่สามารถคุมมาตรฐานการบริหารจัดการในแต่ละสาขาได้
ทั้งนี้ ณ เดือนตุลาคม 2024 นิโตริมีสาขาในญี่ปุ่นมากกว่า 800 สาขา และมีสาขานอกญี่ปุ่นอีกมากกว่า 200 สาขา โดยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีโรงงาน 2 แห่งในเวียดนาม และ 1 แห่งในไทย ซึ่งผลิตพรมเป็นสินค้าหลัก
ความเคลื่อนไหวของนิโตริในครั้งนี้ นับเป็นรายแรก ๆ ของวงการธุรกิจสัญชาติญี่ปุ่นที่เปลี่ยนทิศทางจากการรุกตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ มาเป็นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย หลังก่อนหน้านี้ธุรกิจญี่ปุ่นหลายธุรกิจต่างพากันรุกเข้าสู่ตลาดจีน หวังสร้างการเติบโตตามการขยายตัวของเศรษฐกิจแดนมังกร ซึ่งต้องรอดูว่าการขยายสาขาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียของนิโตริจะประสบความสำเร็จแค่ไหน พร้อมจับตาดูว่าจะมีผู้เล่นรายอื่น ๆ ที่ปรับยุทธศาสตร์ต่างประเทศในแบบเดียวกันนี้อีกหรือไม่
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Nitori เบนเข็มมุ่งอาเซียน-อินเดีย สปีดสาขาชดเชยตลาดจีนซบยาว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net