โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐฯ กับ นายกรัฐมนตรีหญิงของไทย การกระชับความสัมพันธ์ 'ไทย-สหรัฐฯ' ให้กลับมาแน่นแฟ้นอีกครั้งหนึ่ง

THE STATES TIMES

อัพเดต 07 ก.ย 2567 เวลา 09.24 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย 2567 เวลา 09.30 น. • Hard News Team

(8 ก.ย.67) อ.พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์' อดีตปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ระดับประเทศ ได้เผยถึงช่วงเวลา 2 เดือนที่เหลืออยู่ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดทั้งในด้านเศรษฐกิจและการเมือง โดยเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นจากนี้ จะเป็นตัวกำหนดผู้ชนะการเลือกตั้งในวันที่ 5 พฤศจิกายนเลยทีเดียว

ประการแรก ความวิตกกังวลว่าสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ที่เคยมีการคาดการณ์กัน เริ่มหมดไป แม้ว่าตัวเลขการว่างงานจะกระดกขึ้นมาบ้าง แต่ GDP ในไตรมาส 2 ยังเติบโตสูงกว่าคาด และไม่มีเครื่องชี้อื่นใดที่บ่งบอกสัญญาณ Recession ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับรองประธานาธิบดี Kamala Harris แห่งพรรค Democrats ในฐานะที่เป็นรัฐบาลอยู่ในปัจจุบันกับโอกาสที่จะชนะการเลือกตั้งเหนือ Donald Trump กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง

ประการที่สอง ประธาน Federal Reserve Jerome Powell ได้ออกมากล่าวหลังการประชุมใหญ่ที่ Jackson Hole ว่าธนาคารกลางสามารถปราบเงินเฟ้อได้อยู่หมัด และถึงเวลาแล้วที่จะปรับเปลี่ยนทิศทางของนโยบายการเงิน จึงเป็นที่คาดหมายของตลาดว่า Fed จะลดดอกเบี้ย 0.25-0.50% ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี โดยจะเริ่มลดครั้งแรกในการประชุม FOMC ปลายเดือนกันยายนนี้เลย

ประการที่สาม Presidential Debate ระหว่าง Harris กับ Trump ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้น 2 ครั้ง จะเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เห็นความชัดเจนและความแตกต่างในนโยบายของสองตัวแทนพรรค โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจ ที่ผ่านมาสังคมรู้จักนโยบายของ Harris น้อยมาก เพราะ Harris ไม่ผ่านการเลือกตั้งขั้นต้น (Primaries) จึงไม่มีโอกาสแสดงวิสัยทัศน์เลย อยู่ๆ ก็ได้รับการเสนอชื่อโดยประธานาธิบดี Biden ให้เป็นตัวแทนพรรค Democrats แต่ที่รู้แน่ๆ ก็คือ หาก Harris ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี … สหรัฐฯ และโลกจะมีความต่อเนื่องของนโยบายที่ดำเนินมาในช่วงเกือบ 4 ปีของรัฐบาล Biden

เชื่อมโยงกลับมาในบ้านเรา ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่ทั้งประเทศไทยมีผู้นำเป็นสตรี และสหรัฐฯ ก็อาจจะได้ผู้นำประเทศเป็นสุภาพสตรีด้วยไปพร้อมๆ กัน ซึ่งหากพิจารณาโดยธรรมชาติแล้ว รัฐบาลเพื่อไทย และ รัฐบาล Democrats ต่างมีนโยบายคล้ายกัน โดยเฉพาะการมุ่งเน้นสนับสนุนคนชั้นกลางและรากหญ้า ด้วยการอาศัยเครื่องมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่นโยบายอุตสาหกรรม (Industrial Policy) และมาตรการทางการคลังในการชี้นำเศรษฐกิจให้เติบโตในทิศทางที่เหมาะสม

ดังนั้น หากผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ จบที่ Democrats ก็เชื่อมั่นว่าจะได้เห็น รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร และรัฐบาล Kamala Harris กระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐฯ ให้กลับมาแน่นแฟ้นอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ไทยหลุดจอเรดาร์ของสหรัฐฯ ไปเป็นเวลา 10 ปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...