โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

The Langham Bangkok ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของ โรงภาษีร้อยชักสาม ศุลกสถานแห่งแรกในไทย

Sarakadee Lite

อัพเดต 04 ก.ย 2567 เวลา 18.29 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2567 เวลา 18.28 น. • กองบรรณาธิการ

หลังปิดปรับปรุงและดำเนินการอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์ โรงภาษีร้อยชักสามครั้งใหญ่มาตั้งแต่ พ.ศ.2563 ตอนนี้บริษัท Rabbit Holdingsซึ่งอยู่ภายใต้BTS Group ก็ได้ประกาศเปิดตัวโรงแรมหรูแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างเป็นทางการในชื่อ The Langham Bangkok ความน่าสนใจของโรงแรมแห่งนี้ไม่ใช่แค่ความสวยงามของอาคารนีโอคลาสสิคยุคสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งได้รับการอนุรักษ์และเปลี่ยนฟังก์ชันจากโรงภาษีสู่โรงแรม แต่ที่นี่ยังเป็นจิ๊กซอว์ประวัติศาสตร์สำคัญช่วงเวลาหลังจากที่ไทยเปิดประเทศตามสนธิสัญญาเบาริงในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งกำหนดให้ไทยเรียกเก็บภาษีจากสินค้าขาเข้าได้ในอัตราร้อยละ 3 หรือก็คือ “ร้อยชักสาม” จากนั้นไม่นานกรมศุลกากรแห่งแรกในไทยก็ถูกสร้างขึ้น ณ ริมน้ำเจ้าพระยา รองรับเรือสินค้าจากนานาประเทศแล่นเข้าออกไม่ได้ขาด

โรงภาษีร้อยชักสาม ก่อนปิดปรับปรุง
ตรอกโรงภาษีซอยเจริญกรุง 36

ศุลกสถาน หรือโรงภาษีร้อยชักสาม ตั้งอยู่ในตรอกโรงภาษีซอยเจริญกรุง 36 ประกอบด้วยอาคาร 3 หลังบนเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ หันหน้าออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เด่นสะดุดตาเห็นจะเป็นอาคารหลังกลางขนาด 3 ชั้น เป็นอาคารสี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยา มีกรอบประตูหน้าต่างทรงโค้ง (Arch) ทำจากไม้สักตกแต่งลายฉลุ แซมด้วยงานปูนปั้น กลางอาคารเป็นโถงขนาดใหญ่ ด้านในสุดคือบันไดไม้สักขนาดใหญ่ มีลูกมะหวดราวบันไดที่เผยให้เห็นความหรูหราของอาคารที่สร้างโดยนายช่างใหญ่ชาวอิตาลีโยอาคิม กราซี (Joachim Grassi)สถาปนิกและผู้รับเหมาชาวต่างชาติซึ่งทำงานให้กับราชสำนักสยาม เขาผู้นี้อยู่เบื้องหลังงานก่อสร้างแบบตะวันตกมากที่สุดในบรรดาสถาปนิกต่างชาติที่เข้ามาทำงานในยุคเดียวกันนั่นคือช่วงรัชกาลที่ 5 และป็นคนเดียวกับที่วางผังโครงการขุดคลองรังสิต

โครงสร้างภายในก่อนการบูรณะ

โยอาคิม กราซี รับงานออกแบบในนามของบริษัทกราซีบราเธอร์แอนด์โก ไม่ว่าจะเป็น ศาลยุติธรรม ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่สยามมีศาลสมัยใหม่ การสร้างโรงทหารหน้าแห่งแรก งานออกแบบโบสถ์วัดนิเวศธรรมประวัติให้มีรูปทรงคล้ายโบสถ์คริสต์ และมาสเตอร์พีซคือ ศุลกสถาน โรงภาษีแบบใหม่ที่จัดเก็บภาษีขาเข้า ขาออก ได้ในที่เดียว มีทั้งที่จอดเรือ มีรถรางขนาดเบาขนสินค้าและบรรทุกน้ำจากเจ้าพระยาไปยังเรือนพักของพนักงาน ที่สำคัญเป็นการออกแบบอาคารที่คำนึงถึงฟังก์ชันการใช้งาน ช่วยแก้ปัญหาการจัดเก็บภาษีไม่ทั่วถึงที่สยามเคยประสบอีกด้วย

The Langham Bangkok

อาคารศุลกสถานแห่งนี้ไม่ได้เพียงเป็นโรงภาษี แต่ยังถือได้ว่าเป็นที่สุดของความหรูหราในย่านริมน้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะอาคารหลังกลางนั้น บริเวณชั้น 3 มีการติดโคมแก้วระย้า พร้อมด้วยฉากเขียนสีน้ำขนาดใหญ่ และด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ในย่านที่พักอาศัยของชาวต่างชาติ ชั้น 3 ของตึกโรงภาษีร้อยชักสามจึงคล้ายกับเป็นศูนย์กลางของงานเฉลิมฉลอง ทั้งเคยใช้เป็นสถานที่จัดงานเต้นรำของชาวต่างชาติอยู่บ่อยครั้ง รวมทั้งใช้เป็นสถานที่จัดงานวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และคราวฉลองการเสด็จกลับจากการประพาสยุโรปเป็นครั้งแรก

การยกระดับความสูงของอาคารก่อนการบูรณะ

โรงภาษีร้อยชักสามได้ถูกกำหนดให้เป็นโบราณสถานที่กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดขอบเขตที่ดินในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2545 ตามประวัติ ศุลกสถานหรือCustoms House เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ.2429 มาแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2433 และเปิดทำการทำการเรื่อยมาจน พ.ศ. 2492 กระทั่งมีการเปิดท่าเรือทันสมัยแบบสากลที่ท่าเรือคลองเตย กรมศุลกากรจึงย้ายที่ทำการไปอยู่ที่คลองเตยจนถึงปัจจุบัน

อาคารประกอบด้านข้าง ขึ้นทะเบียนโบราณสถานเช่นกัน

สำหรับโรงแรมหรู The Langham Bangkok เปิดภาพแรกออกมาด้วยการคงโครงสร้างที่เป็นเอกลักษณ์ของศุลกสถานเดิมไว้ได้ค่อนข้างครบถ้วน ในขั้นตอนการบูรณะนั้นตัวอาคารมีการยกระดับความสูงของอาคารทั้งสามหลังขึ้น เมื่อเสร็จแล้วจะสามารถเปิดให้บริการห้องพักได้ 78 ห้อง พร้อมแล้วที่จะเปิดให้บริการและเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ริมเจ้าพระยาในอีก 2 ปีข้างหน้าตรงกับ พ.ศ.2569

The post The Langham Bangkok ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของ โรงภาษีร้อยชักสาม ศุลกสถานแห่งแรกในไทย appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...