LHSC กองรีทศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 แจกยีลด์ 10 % ในครึ่งปีแรก
LHSC กองรีทศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 กำไรครึ่งปีแรก 321.4 ล้านบาท โต 35% ยีลด์สูงกว่า 10% เตรียมขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนไม่เกิน 345 ล้านหน่วยพ.ย.นี้ ระดมเงินลงทุนพัทยา 5,700 ล้านบาท
[caption id="attachment_130132" align="aligncenter" width="1000"]
นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บลจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (LH Fund)[/caption]
นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บลจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (LH Fund) ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์(LHSC) เปิดเผยว่า กองรีทในกลุ่มรีเทลที่ลงทุนในศูนย์การค้า Tourist Mall มีแนวโน้มการเติบโตของรายได้ที่ดีตามจำนวนนักท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น
ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยแล้ว 17.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นประมาณ 35% จากช่วงครึ่งแรกของปี 2566 และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาประเทศไทย ในปี 2567 ที่ 36 ล้านคน
กองทุนฯ ลงทุนในโครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศก มีกลุ่มลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวหลากหลายชาติได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจค้าปลีกอย่างชัดเจน
ปัจจุบัน LHSC ลงทุนในสิทธิการเช่าโครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศก โดยไตรมาส 2/2567 มีจำนวนผู้ใช้บริการเฉลี่ย (Foot Traffic) สูงถึงกว่า 47,000 คนต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 เกือบ 10% และมีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยสูงถึง 98%
ผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2567 LHSCมีรายได้จากลงทุนรวม 696.3 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจากการลงทุนรวม 321.4 ล้านบาท โตขึ้นกว่า 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นและได้รับปัจจัยบวกจากภาพรวมการท่องเที่ยวของไทยที่เติบโตได้ดี และมีการประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกไปแล้วรวม 0.527 บาทต่อหน่วย อัตราเงินปันผลสูงกว่า 10% เทียบกับราคาปัจจุบัน
ล่าสุดกองทรัสต์LHSC เตรียมพร้อมขยายการลงทุนสู่พัทยา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของไทยที่เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และคนไทยยังคงมาท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยจะลงทุนเพิ่มเติมในสิทธิการเช่า “โครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา”
กองทุน LHSC จะเข้าลงทุนในโครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ในมูลค่ารวมไม่เกิน 5,700 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง) โดยแหล่งเงินทุนจะมาจากการออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 345 ล้านหน่วย และส่วนที่เหลือจะมาจากเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
ปัจจุบันสำนักงาน ก.ล.ต. ได้นับหนึ่งแบบคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยทรัสต์ แบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน (แบบไฟลิ่ง) แล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาให้มีผลบังคับใช้ และคาดว่าจะพร้อมเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนได้ ภายในเดือน พ.ย. 2567 นี้ โดยมีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายร่วม